“อาเรียนา” เตรียมจัดคอนเสิร์ตการกุศลช่วยเหยื่อระเบิดแมนเชสเตอร์

นักร้องเพลงป๊อป “อาเรียนา แกรนเด” สัญญาจะเดินทางไปเมืองแมนเชสเตอร์ของอังกฤษอีกครั้ง เพื่อเล่นคอนเสิร์ตการกุศล ชว่ยเหลือครอบครัวเหยื่อเหตุระเบิดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 คน

Arianaจากเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีแมนเชสเตอร์ อารีนา หลังการแสดงคอนเสิร์ตของ “อาเรียนา แกรนเด” ศิลปินเพลงป๊อปขวัญใจวัยรุ่น ในเมืองแมนเชสเตอร์ของอังกฤษ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 22 คน โดยกลุ่มก่อการร้ายรัฐอิสลามหรือไอเอสออกมาอ้างความรับผิดชอบนั้น

ล่าสุด “อาเรียนา แกรนเด” วัย 23 ปี ประกาศให้สัญญาว่าจะเดินทางไปเมืองแมนเชสเตอร์อีกครั้ง เพื่อจัดคอนเสิร์ตการกุศล หลังก่อนหน้านี้ เธอได้ระงับการทัวร์คอนเสิร์ตและกลับไปพักผ่อนที่บ้านในรัฐฟลอริดา โดย “อาเรียน่า แกรนเด” ระบุว่า ต้องการจัดคอนเสิร์ตกาลกุศลนี้ เพื่อเรี่ยไรเงินไปช่วยเหลือเหยื่อและครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีดังกล่าว แต่ยังไม่ระบุวันที่จะจัดคอนเสิร์ตแน่ชัด ซึ่ง “อาเรียนา แกรนเด” เปิดเผยว่า “เราต้องตอบโต้ความรุนแรง ด้วยการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และรักกันให้มากขึ้น มีน้ำใจให้มากขึ้น อย่าปล่อยให้ความเกลียดชังเอาชนะเราได้” สำหรับคอนเสิร์ตของเธอนั้น จะเป็นสถานที่ให้แฟนเพลงได้ปลีกตัวเองออกมาเฉลิมฉลอง เยียวยา และรู้สึกถึงความปลอดภัย เพราะเสียงเพลงนั้นช่วยเยียวยาทำให้มีความสุข และนำประชาชนมารวมกันได้

ทั้งนี้แม้ว่า “อาเรียนา แกรนเด” จะยกเลิกการทัวร์คอนเสิร์ตที่นานสองสัปดาห์ รวมถึงยกเลิกคอนเสิร์ตในกรุงลอนดอน แต่เธอระบุว่า มีแผนจะกลับมาเดินสายคอนเสิร์ต ภายใต้ชื่อว่า “Dangerous Woman”

“มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” จบ ป.ตรี แล้วจ้า !

11-6ในที่สุดก็ถึงวันที่รอคอย “มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” (Mark Zuckerberg) ประธานผู้ก่อตั้ง Facebook ที่ล่าสุด!! ได้เข้าพิธีรับปริญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด พร้อมทั้งนี้เขายังได้เป็นตัวแทนในการขึ้นกล่าวสุนทรพจน์ให้กับบัณฑิตที่จบการศึกษาในปี 2017 อีกด้วย

“มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก” หรือชื่อเต็มๆ ของเขาก็คือ “มาร์ก เอลเลียต ซักเคอร์เบิร์ก” (Mark Elliot Zuckerberg) เป็นผู้ที่เริ่มพัฒนาเฟซบุ๊ก (Facebook) ร่วมกับเพื่อนร่วมชั้นของเขา ตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด และหลังจากนั้นเขาก็ได้พักการเรียน เพื่อมาพัฒนาเฟซบุ๊กได้อย่างเต็มที่ จนในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ และทำรายได้มหาศาล หลังจากนั้นเขาก็ได้กลับไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด จนในที่สุดเขาก็สามารถเรียนจบในระดับปริญญาตรี ในสาขา Computer Science Program และก็ได้เข้ารับปริญญาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งนี้ยังโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวอีกด้วยว่า “Mom, I always told you I’d come back and get my degree”

สี่สาว “Sistar” เกิร์ลกรุ๊ปแดนกิมจิเตรียมยุบวง !!!

สร้างความตกใจให้แฟนเพลงไม่น้อย หลังจากมีข่าวว่า 4 สาว ฮโยริน , โบรา , โซยู และดาซมจาก วง “ซิสตาร์” (SISTAR) เกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของเกาหลีใต้ประกาศเตรียมยุบวง Sistar

ล่าสุดทางต้นสังกัด Starship Entertainment  ได้ออกมายืนยันข่าวดังกล่าวแล้ว หลังสมาชิกทั้ง 4 คนหมดสัญญา หลังร่วมวงกันมานานถึง 7 ปี

ทั้งนี้ SISTAR เตรียมปล่อยผลงานเพลงเพื่ออำลาแฟนๆ ในวันที่ 31 พ.ค. นี้ และหลังจากการปล่อยอัลบั้มสุดท้าย สมาชิกจะพูดคุยเรื่องการต่อสัญญากับทางค่ายอีกครั้ง แต่จะโฟกัสไปที่การทำงานเดี่ยวของแต่ละคน

ชี้ “อินสตาแกรม” อันตรายต่อสุขภาพจิตวัยรุ่นสูงสุด !

ผลวิจัยในอังฤษ ชี้ อินสตาแกรม (Instagram) ติดอันดับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่ส่งผลกระทบเชิงลบมากที่สุดต่อจิตใจของผู้ใช้งานกลุ่มวัยรุ่นของอังกฤษ 

ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ในนามของ Royal Society for Public Health (RSPH) ร่วมกับ Young Health Movement (YHM) ภายใต้แท็ก #StatusOfMind ที่มีจุดประสงค์ต้องการวิเคราะห์ผลกระทบในเชิงบวก และลบจากการใช้งานโซเชียลมีเดียต่อสุขภาพของเด็ก ซึ่งเก็บข้อมูลจากเด็กอายุระหว่าง 14-24 ปีจำนวน 1,500 คนทั่วประเทศอังกฤษInstagram

โดยมีการถามถึงการใช้งานโซเชียลมีเดีย 5 แพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ ได้แก่ ยูทูป (YouTube), ทวิตเตอร์ (Twitter), เฟซบุ๊ก (Facebook), อินสตาแกรม (Instagram) และสแนปแชท (Snapchat) ในหลายๆ ด้าน และพบว่า ยูทูปให้ผลลัพธ์เชิงบวกมากที่สุด ตามมาด้วยทวิตเตอร์, เฟซบุ๊ก, สแนปแชท และอินสตาแกรม (ในอันดับท้ายสุด) หรือหากเรียงกลับด้านกันก็หมายความว่า อินสตาแกรม คือ แพลตฟอร์มที่ทำให้เกิดผลกระทบในเชิงลบต่อจิตใจของวัยรุ่นมากที่สุดนั่นเอง

สำหรับผลกระทบในเชิงลบต่อสุขภาพจิตของเด็กๆ นั้น พบว่า มีทั้งภาวะซึมเศร้า การทำให้เด็กเกิดความวิตกกังวล และการทำให้เด็กรู้สึกโดดเดี่ยว

เชอร์เลย์ แครมเมอร์ ซีอีโอของ RSPH ระบุว่า ปัจจุบันมีการให้คำอธิบายถึงโซเชียลมีเดียไว้ว่า ทำให้เกิดการเสพติดได้มากกว่าบุหรี่ หรือแอลกอฮอล์ด้วย

จากผลการสำรวจครั้งนี้ ทาง RSPH และ YHM ต้องการให้รัฐบาล และบริษัทที่ให้บริการโซเชียลมีเดียพยายามนำเสนอ “คำเตือน” ของผลกระทบในเชิงลบที่อาจเกิดกับจิตใจของผู้ใช้งานด้วย แทนที่จะนำเสนอแต่ด้านดีแต่เพียงอย่างเดียว พร้อมกันนั้น ยังมีคำแนะนำสำหรับการใช้งานโซเชียลมีเดียด้วย เช่น ควรมีป๊อปอัปเตือนหากพบว่ามีการใช้งานต่อเนื่องนานเกินไป หรือการให้โซเชียลมีเดียระบุตัวของเด็กที่อาจได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจจากการมอนิเตอร์โพสต์ของเด็กๆ เหล่านั้นด้วย

“Time” ยกสนามฟุตบอลลอยน้ำเกาะปันหยี สวยสุดในโลก

สนามฟุตบอลนิตยสาร Time (ไทม์) สื่อดังระดับโลก โพสต์ภาพของสนามฟุตบอลลอยน้ำที่เกาะปันหยี จังหวัดพังงา ว่าเป็นหนึ่งในสนามที่มีความสวยงามของทิวทัศน์ที่สุดของโลก

โดยอินสตาแกรมของนิตยสาร Time  ได้โพสต์ภาพของสนามฟุตบอลลอยน้ำที่เกาะปันหยี จังหวัดพังงา พร้อมกับยกย่องว่า เป็นสนามฟุตบอลที่มีความสวยงามของทิวทัศน์และบรรยากาศที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมถึงควรหาโอกาสแวะเวียนมายังสนามแห่งนี้

สำหรับสนามฟุตบอลแห่งนี้ เกิดจากการที่กลุ่มชาวประมงในพื้นที่ต้องการพื้นที่ให้กับเด็กๆ ได้มีแหล่งการเล่นฟุตบอลภายหลังเลิกเรียน และยังเป็นที่สนามที่ใช้แข่งขันระดับเยาวชนของทีม “ปันหยี เอฟซี” อีกด้วย

“ซงจุงกิ” ควักเงินกว่า 300 ล้านบาท !!! ซื้อบ้านหลังใหม่

ซงซุงกิ“ซงจุงกิ” พระเอกหนุ่มแดนกิมจิซื้อบ้านหลังใหม่เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยอยู่ในย่านที่หรูหราอิแทวอน

บ้านใหม่ของหนุ่มจุงกิ เป็นบ้าน3 ชั้น ด้วยราคาประมาณ 10 พันล้านวอน (8.8 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 303 ล้านบาท) มีขนาด 363 ตารางเมตรและสร้างขึ้นบนพื้นที่ 601 ตารางเมตร

สำหรับบ้านในย่านอิแทวอนนี้ เป็นที่ตั้งของคนดังมากมายรวมถึง พิธีกรสุดฮอตของเกาหลีใต้ “ปาร์คมยองซู” และ “ชินดงยุ” ด้วย และเมื่อไปสอบถามจากต้นสังกัดของเขา Blossom Entertainment บอกว่า ทางบริษัทไม่ทราบถึงการซื้อบ้านใหม่ของซงจุนกิ
รายงานข่าวระบุว่า “ซงจุงกิ” มีรายได้ 60 ล้านวอน (53,133 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,900,000บาท) ต่อหนึ่งตอนสำหรับซีรีส์ดัง Descendants of the Sun รวมถึงการออกอากาศในรายการวิทยุและโทรทัศน์นับ 100 ครั้งในปีที่ผ่าน จึงเป็นเรื่องที่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไม “ซงจุงกิ” สามารถซื้อบ้านราคาแพงลิบลิ่วหลังนี้ได้

ขู่เจาะโลกไซเบอร์รอบใหม่ !!!

แฮ็กเกอร์เล็งจู่โจมโลกไซเบอร์รอบใหม่ พร้อมwannacry-001วางขายโค้ดเจาะเข้าคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์

สำนักข่าวรอยเตอร์ส ได้รายงานว่า กลุ่มแฮ็กเกอร์ “ชาโดว์ โบรกเกอร์ส” ซึ่งอยู่เบื้องหลังการโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ “WannaCry” ที่กระจายไปยังคอมพิวเตอร์กว่า 3 แสนเครื่อง ในกว่า 150 ประเทศทั่วโลกเมื่อสัปดาห์ก่อน ขู่จะวางขายโค้ดคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับเจาะเข้าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ซอฟต์แวร์ และโทรศัพท์

แถลงการณ์ของกลุ่ม ระบุว่า จะเปิดขายข้อมูลให้กับผู้ใช้ที่เสียค่าสมาชิกเป็นรายเดือนนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นไป โดยอ้างว่าสามารถเจาะเข้าไปยังเว็บเบราเซอร์ เครือข่ายเราเตอร์อินเทอร์เน็ต หูฟังโทรศัพท์ และระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 10 ของบริษัทไมโครซอฟท์ ซึ่งไมโครซอฟท์เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่าปลอดภัย นอกจากนี้ ยังขู่จะขายข้อมูลที่ขโมยจากธนาคารกลางของบางประเทศ ซึ่งใช้ระบบของสมาคมโทรคมนาคมทางการเงินระหว่างธนาคารทั่วโลก

อย่างไรก็ดี บริษัท ไมโครซอฟท์ ตอบโต้คำขู่ดังกล่าวและระบุว่า ทีมงานกำลังจับตาความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด และจะหามาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมต่อไป

เจาะลึก !!! การตลาด “ผู้ชาย 4.0”

ผลงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโท ม.มหิดล พบว่า ผู้ชาย 4.0 จัดสรรรายได้ให้กับการชอปปิ้ง และดูแลตัวเองมากขึ้น เชื่อเป็นโอกาสผู้ประกอบการสรรหาผลิตภัณฑ์โดนใจMen4.0

มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยผลการค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้ชาย ในยุค 4.0 ในแง่การตลาด หัวข้อ “ปรับจุดคลิก พลิกจุดขาย ผู้ชาย 4.0″ โดยเลือกกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุระหว่าง 25-35 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน พบว่า ผู้ชายกลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีแนวความคิดและการดำเนินชีวิตที่แตกต่างจากยุคก่อนๆ มาก โดยมีความเป็นตัวของตัวเองสูง และต้องการการยอมรับจากสังคม ซึ่งผู้ชายยุค 4.0 จะเป็นผู้ชายที่มีอายุระหว่าง 25-35 ปี อยู่ในโลกแห่งเทคโนโลยี ดังนั้นจะไม่เชื่ออะไรง่ายๆ ต้องศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการใดๆ จะไม่ทำตามกรอบ เพราะมีความคิดสร้างสรรค์ และใส่ใจในภาพลักษณ์ของตัวเองมาเป็นอันดับต้นๆ

ส่วนการใช้จ่ายเงินของผู้ชายยุค 4.0 จะแบ่ง 25% ไปกับการออม และ 45% ไปกับการกิน เที่ยว และชอปปิ้ง อีก 30% เป็นการใช้จ่ายกับการสร้างภาพลักษณ์ให้ตัวเองดูดีMen4.0_1

ขณะที่ลักษณะเด่นของผู้ชายยุค 4.0 สามารถแบ่งออกได้เป็น 4 ลักษณะ ได้แก่ 1.Work Life Balance คือ การแบ่งเวลาให้สมดุลโดยพบว่า ผู้ชาย 4.0 จะจัดสรรเวลาทำงาน ออกกำลังกาย และงานปาร์ตี้ อย่างชัดเจน รวมถึงพฤติกรรมการท่องเที่ยว จะศึกษาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต และท่องเที่ยวเองโดยไม่พึ่งพาบริษัทนำเที่ยว 2.Nowism หรืออยากได้อะไร ต้องได้ทันที ถ้าหากให้รอสินค้านั้นๆ อาจจะเกิดการเปลี่ยนใจไปใช้แบรนด์อื่นได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้เทคโนโลยีเป็นประจำ ทำให้ผู้ชาย 4.0 ใจร้อนมากขึ้น หากจะต้องรอขอเลือกใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยแทน ดังนั้นพวกเขาจะเลือกใช้โซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุกมากที่สุด โดยช่วงเวลาที่ใช้งานมากที่สุดคือ 16.00-22.00 น.และใช้งานในวันพุธมากที่สุด โดยเชื่อว่าการซื้อของออนไลน์จะได้ราคาถูกกว่าการซื้อจากหน้าร้าน เนื่องจากมีโปรโมชั่นให้เลือกมากกว่า 3.Smart Buyer คือ การเลือกซื้อสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง ซึ่งข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตจะเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจมากที่สุด ดังนั้นก่อนซื้อสินค้าหรือบริการใด พวกเขาจะศึกษาข้อมูลอย่างถี่ถ้วนและรอบด้าน เพื่อไม่ให้ถูกหลอกจากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือบริการ โดยมีการเปรียบเทียบข้อมูลจากออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงมีการสอบถามข้อมูลในคอมมูนิตี้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อตอกย้ำความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อสินค้าหรือบริการ ซึ่งพบว่ารูปภาพเป็นสิ่งที่ ‘ดึงดูด’ ให้ผู้ชายยุค 4.0 ซื้อสินค้าได้รวดเร็วขึ้น ตามมาด้วยบทความ วีดีโอ และอื่นๆ ขณะที่สิ่งที่ทำให้ ‘ตัดสินใจซื้อ’ คือ บทความรูปภาพ วิดีโอ และอื่นๆ ตามลำดับ 4.Image Concern เป็นการดูแลภาพลักษณ์ตัวเองให้ดูดี ทั้งภายในและภายนอก เนื่องจากผู้ชายยุค 4.0 จะให้ความสำคัญความประทับใจตั้งแต่แรกเห็น จึงพิถีพิถันในการเลือกสบู่ แชมพู ครีมบำรุงผิวหน้าและผิวกาย เสื้อผ้า และรองเท้า นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ชายเหล่านี้มีการเลือกใช้บริการคลินิกความงามกว่า 50% เพื่อรักษาผิวหน้า และทำทรีตเมนต์ ซึ่งเห็นผลเร็วกว่าการทาครีม การบำรุงร่างกายให้ดูดีจากภายใน จะเลือกรับประทานวิตามิน, เวย์โปรตีน และคอลลาเจน

สำหรับกลยุทธ์การทำการตลาดเพื่อมัดใจ ผู้ชาย 4.0 นั้น ทีมวิจัยได้สรุปภายใต้คอนเซ็ปต์ “C-L-I-C-K” ดังนี้ C : Convenience ความสะดวกสบาย เพราะการที่ผู้ชาย 4.0 จะตัดสินใจซื้อสินค้า จะต้องสามารถเข้าถึงสินค้าได้สะดวก ครบถ้วนไปด้วยข้อมูลสินค้า L : Less is more เรียบง่ายแต่โดดเด่น  I : Identity มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งแบรนด์จะเป็นสิ่งที่จะอธิบายได้ C : Customizeสามารถปรับแต่งได้ หมายถึง การเลือกเครื่องแต่งกาย จะต้องเลือกเองได้สามารถนำส่วนประกอบต่างๆ มาผสมผสานเป็นรูปแบบใหม่ เพื่อสื่อถึงตัวตน และ K : Key Content คอนเทนต์โดนใจ ซึ่งรูปภาพที่เป็นอินโฟกราฟิก จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ชาย 4.0 สนใจเท่านั้น แต่การตัดสินใจซื้อ จะต้องเป็นคอนเทนต์ หรือบทความที่เกี่ยวข้อง

ชาวเน็ตปลื้ม ! บอดี้การ์ดผู้นำเกาหลีใต้หน้าตาหล่อระดับโอปป้า

สื่อเกาหลีใต้และสื่อต่างประเทศหลายสำนัก ต่างกำลังรายงานข่าวที่กำลังสร้างความฮือฮาทั่วเกาหลีใต้อยู่ในขณะนี้ หลังมีการเผยแพร่รูปของนายชอย ยอง-แจ บอดี้การ์ดของประธานาธิบดีมุน แจอิน ผู้นำเกาหลีใต้คนใหม่ไปทั่วโลกออนไลน์ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา จนกลายเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วโลก เนื่องจากนายชอยเป็นบอดี้การ์ดที่หล่อเหลาหน้าตาดีเทียบเท่ากับบรรดาโอปป้า หรือพระเอกในซีรีส์เกาหลีได้เลยทีเดียว ชาวเน็ตบางคนถึงขั้นชมนายชอยว่า นอกจากหน้าตาจะเป็นพระเอกได้แล้ว ผิวของเขาก็ยังสวยอีกด้วยBody guard_1

สื่อเกาหลีใต้หลายสำนักพากันขนานนามนายชอยว่าเป็นผู้นำทีมกลุ่มหนุ่มหล่อ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่หน้าตาดีที่ได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งในคณะเจ้าหน้าที่ข้างกายประธานาธิบดีคนใหม่ ขณะที่หลายคนถึงการคาดคะเนไว้ล่วงหน้าเลยว่า นายชอยอาจกลายเป็นประธานาธิบดีคนที่หล่อเหลาโอปป้าที่สุดของเกาหลีใต้ในอนาคตก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม หน่วยปฏิบัติการพิเศษซึ่งเป็นต้นสังกัดของนายชอยเผยว่า ขอแสดงความเสียใจกับสาวๆ ด้วย เนื่องจากนายชอยแต่งงานและมีลูกสาว 2 คนแล้ว

กระทรวงดีอี เตือน ! อย่าเปิดอีเมลไม่รู้จัก ป้องกันการติดมัลแวร์เรียกค่าไถ่

WannaCry1นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีมัลแวร์เรียกค่าไถ่ ชื่อ “WannaCry” ระบาดไปยังคอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการไมโครซอฟต์ทั่วโลก เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยมัลแวร์ดังกล่าวถูกสร้างขึ้นมาเพื่อก่อความเสียหายแก่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งจะถูกส่งมายังคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้โดยไม่มีข้อมูลใดๆ ของผู้ส่ง เมื่อผู้ใช้เปิดไฟล์ หรือดาวน์โหลด ตัวมัลแวร์จะทำงานด้วยการบล็อกไฟล์เอกสารต่างๆ ในคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ด้วยการเข้ารหัสลับ ซึ่งผู้ใช้จะไม่สามารถเปิด หรือดาวน์โหลดข้อมูล ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ของตัวเองได้เลย

ปัจจุบันมีคอมพิวเตอร์ที่ถูกระบบ WannaCry นี้ เข้าบล็อกข้อมูลแล้วกว่า 1 แสนเครื่องทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ โรงพยาบาลกว่า 10 แห่ง ไม่สามารถเปิดบริการได้ เนื่องจากคอมพิวเตอร์ถูกมัลแวร์ดังกล่าวเล่นงาน ตัว WannaCry หรือ มัลแวร์เรียกค่าไถ่นี้ เมื่อคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้คนใดกลายเป็นเหยื่อ หากต้องการที่จะปลดล็อก จะต้องจ่ายเงินประมาณ 300 ดอลลาร์ หรือประมาณ 10,500 บาท และจะเพิ่มมูลค่าขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อเป็นการไถ่ข้อมูลคืน ในรูปแบบของ Bit Coin ไม่เช่นนั้นก็ไม่สามารถเปิดไฟล์เอกสารต่างๆ ได้

น.อ.สมศักดิ์ฯ กล่าวต่อไปว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงกรณีดังกล่าว โดยพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงดิจิทัลฯ เร่งติดตามเฝ้าระวังปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด ซึ่ง ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ ได้มอบหมายให้ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ThaiCERT) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA ดำเนินการแจ้งเตือนและให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์และผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานในทันที รวมทั้งติดตามเฝ้าระวังและเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ใช้คอมพิวเตอร์หรือผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ของหน่วยงานต่างๆ อย่างทันการณ์ตลอดเวลา ซึ่งในส่วนของประเทศไทยขณะนี้ยังไม่พบความเสียหายที่ร้ายแรงจากการติดมัลแวร์ดังกล่าวแต่อย่างใดWannaCry

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ใช้คอมพิวเตอร์หรือผู้ดูแลระบบของหน่วยงานต้องดำเนินการในเบื้องต้น คือ การป้องกันไม่ให้มัลแวร์ดังกล่าวเข้ามาอยู่ในคอมพิวเตอร์ของเราด้วยการไม่เปิดไฟล์เอกสารแนบของอีเมลโดยไม่จำเป็น และควรตรวจสอบแหล่งที่มาของไฟล์ที่ถูกส่งเข้ามาในอีเมล หรือช่องทางต่าง ๆ ให้แน่ใจก่อนเปิดอ่าน ที่สำคัญควรปรับปรุงระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ หรือ OS ของระบบวินโดว์ (Windows) ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด รวมทั้งควรสำเนาข้อมูลสำคัญต่างๆ ไว้ในฮาร์ดดิสต์อื่น (External Hardisk) อยู่เสมอ เพื่อเป็นการสำรองข้อมูล

สำหรับแนวทางการป้องกันการแพร่ระบาดนั้น กรณีผู้ใช้งานทั่วไปเมื่อผู้ใช้พบว่าคอมพิวเตอร์ติดมัลแวร์ดังกล่าวแล้ว ให้ปิดเครื่องและแจ้งผู้ดูแลระบบของหน่วยงาน หรือแจ้งศูนย์ OCC (Online Complaint Center) โทร. 1212 สำหรับผู้ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ ให้ปิดบริการ SMBv1 ที่ Windows servers และปิดการเข้าถึงพอร์ต TCP/UDP 135-139 และ TCP 445 ที่อุปกรณ์ Firewall โดยสามารถติดต่อ ThaiCERT ETDA โทร. 02-123-1212 ได้ตลอด 24 ชม.