ประกันสังคม จ่อยกเลิกบัตรรับรองสิทธิ ให้ใช้บัตรประชาชน ยื่นรักษาพยาบาลแทนได้เลย

main

สำนักงานประกันสังคม เตรียมเลิกพิมพ์บัตรรับรองสิทธิรักษาพยาบาล ตั้งแต่ 1 มกราคม 2561 ให้ผู้ประกันตนใช้ “บัตรประชาชน” แสดงการรับบริการที่สถานพยาบาลได้เลย

นายสาธิต สิริภัทท์ ประกันสังคมจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคม อยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบฐานข้อมูลผู้ประกันตนให้เชื่อมโยงสอดคล้องกับหน่วยงานอื่นและให้บริการ Web Service โดยการปฏิรูปประกันสังคมเข้าสู่ Digital SSO ให้รองรับบริการ e-self Service อย่างครบวงจร เพื่อให้ทุกฝ่ายสามารถเข้าถึงบริการและได้รับความพึงพอใจมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น ทางสำนักงานประกันสังคม จะยกเลิกการพิมพ์บัตรรับรองสิทธิรักษาพยาบาล ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป โดยให้ลูกจ้างและผู้ประกันตน สามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชน แสดงเพื่อรับบริการที่สถานพยาบาลได้เลย ซึ่งจะสอดคล้องกับการบูรณาการฐานข้อมูลประชาชน ที่ให้ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่ให้บริการประชาชน ปรับปรุงระบบการบริการประชาชนเพื่อรองรับการใช้บัตรประจำตัวประชาชน แบบอเนกประสงค์ (Smart Card) โดยเชื่อมโยงกับระบบคอมพิวเตอร์ของสำนักทะเบียนกลาง กรมการปกครอง ทดแทนการใช้สำเนาเอกสาร

   ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบสิทธิการรักษาพยาบาลผ่านช่องทาง เว็บไซต์ของสำนักงานประกันสังคม  หรือโทร. สายด่วน 1506 

 

ภาพจาก nitinut380 / Shutterstock.com

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก http://thainews.prd.go.th

 

มารู้จัก สิทธิ์และเงื่อนไข บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

22-09-17 (1)

เช็คสิทธิ์และผลประโยชน์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน หลังกระทรวงเริ่มทำการแจกให้ประชาชนแล้ว

หลังจากที่วานนี้ (21 ก.ย. 60) กระทรวงการคลัง ได้เริ่มมีการแจกจ่ายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับประชาชนผู้ลงทะเบียนที่ผ่านคุณสมบัติทุกจังหวัด ยกเว้นในเขตกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นนทบรี ปทุมธานี สมุทรสาคร นครปฐม อยุธยา ที่กำหนดรับบัตรดังกล่าวในวันที่ 17 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป

โดย บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นบัตรที่มอบให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย (จำนวนประมาณ 11.67 ล้านคนทั่วประเทศ) ที่ได้ทำการลงทะเบียนและมีเกณฑ์ผ่านคุณสมบัติที่จะได้รับสิทธิ์ ซึ่งผู้มีบัตรจะถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่มด้วยกันคือ

กลุ่มที่ 1 – กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ ที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท/ปี

สิทธิ์ที่ 1 – ได้รับวงเงินซื้อสินค้า 300 บาท ต่อเดือน (จากร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด) เช่น

สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
สินค้าเพื่อการศึกษา
วัตถุดิบเพื่อการเกษตรกรรม

สิทธิ์ที่ 2 – ได้รับค่าเดินทาง

ค่ารถเมล์-รถไฟฟ้า 500 บาท ต่อเดือน
ค่ารถโดยสาร บขส. 500 บาท ต่อเดือน
ค่ารถไฟ 500 บาทต่อเดือน

สิทธิ์ที่ 3 – ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท/คน/ 3 เดือน

และกลุ่มที่ 2 กลุ่มผู้ได้รับสิทธิ ที่มีรายได้สูงกว่า 30,000 บาท/ปี

สิทธิ์ที่ 1 – ได้รับวงเงินซื้อสินค้า 200 บาท ต่อเดือน (จากร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าอื่นๆ ที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด) เช่น

สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น
สินค้าเพื่อการศึกษา
วัตถุดิบเพื่อการเกษตรกรรม

สิทธิ์ที่ 2 – ได้รับค่าเดินทาง

ค่ารถเมล์-รถไฟฟ้า 500 บาท ต่อเดือน
ค่ารถโดยสาร บขส. 500 บาท ต่อเดือน
ค่ารถไฟ 500 บาทต่อเดือน

สิทธิ์ที่ 3 – ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 45 บาท/คน/ 3 เดือน

ทั้งนี้บัตรดังกล่าวนี้มีเงื่อนไขพิเศษ คือ ทุกวันที่ 1 ของเดือน ระบบจะทำการรีเซ็ตวงเงินในบัตรใหม่ วงเงินที่ใช้ไม่หมด จะถูกตัดส่งคืนกลับเข้ารัฐทันที ยกเว้นวงเงินส่วนลดค่าก๊าซหุงต้มจากร้านค้าที่กระทรวงพลังงานกำหนด 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน วงเงินจะปรับเป็นค่าเริ่มต้นทุกวันที่ 1 ของทุก 3 เดือน ซึ่งค่าก๊าซหุงต้มส่วน ที่เกิน 45 บาท ผู้มีสิทธิต้องจ่ายเงินเพิ่มเอง

ส่วนช่องทางการติดต่อ หากพบว่าบัตรมีการชำรุด หรือสูญหาย สามารถติดต่อ Call Center หลักของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย หมายเลขโทรศัพท์ 02-111 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในกรณีบัตรหายหรือชำรุดผู้มีสิทธิสามารถดำเนินการขอเปลี่ยนบัตรใหม่ได้ที่สาขาของ บมจ.ธนาคารกรุงไทย แต่ต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำบัตรทั้งหมด

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://news.mthai.com

เริ่มแล้ววันนี้! เปิดแลก ธนบัตรที่ระลึก ร.9 เพื่อเป็นการถวายความอาลัยฯ

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvMTAyLzUxNDA2OS9iOS0xLmpwZw==

ธนาคารแห่งประเทศไทย เปิดให้ประชาชน แลกธนบัตรที่ระลึก ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันนี้ 20 ก.ย. 2560 เป็นวันแรก ผ่านธนาคารทุกแห่ง โดยจะใช้เป็นธนบัตรหมุนเวียนทั่วไป และสามารถพิมพ์ออกมาได้ไม่จำกัดจำนวน

วันที่ 20 กันยายน 2560 ธนาคารแห่งประเทศไทย ออกใช้ธนบัตรที่ระลึก ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แห่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเป็นการถวายความอาลัยและเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นวันแรก โดยจะใช้เป็นธนบัตรหมุนเวียนทั่วไป ประชาชนสามารถแลกใช้จากธนาคารทุกแห่ง ไม่จำกัดจำนวน

สำหรับรูปแบบธนบัตร ด้านหน้าจะเป็นลักษณะเดียวกับแบบธนบัตรแบบ 16 ส่วนด้านหลังจะบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ
ธนบัตรชุดใหม่นี้ มี 5 ชนิดราคา ได้แก่

com_k9_b20_b

• ชนิดราคา 20 บาท แสดงภาพเรื่องราวเมื่อครั้งทรงพระเยาว์
• ชนิดราคา 50 บาท แสดงภาพเรื่องราวเมื่อเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ
• ชนิดราคา 100 บาท แสดงภาพเรื่องราวพระราชกรณียกิจ ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรในพื้นที่ทุรกันดาร
• ชนิดราคา 500 บาท แสดงภาพเรื่องราวพระปรีชาสามารถที่สะท้อนผ่านโครงการพระราชดำริในด้านต่างๆ
• ชนิดราคา 1,000 บาท แสดงภาพเรื่องราวในช่วงปลายรัชกาลที่ประชาชนไทยร่วมกันเทิดทูนพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย

“ธนบัตรชุดใหม่ที่ออกมานี้แม้ว่าจะเป็นธนบัตรที่ระลึก แต่ประชาชนจะสามารถแลกซื้อได้เหมือนธนบัตรปรกติ ซึ่งจะมีปริมาณที่เพียงพอ ธนาคารแต่ละแห่งจะมีบรรจุในตู้เอทีเอ็มแล้ว และไม่จำเป็นต้องมาต่อคิวแลกซื้อ”

com_k9_b50_b

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : www.bot.or.th

ภาพ : www.bot.or.th

เปิดตัวอย่าง การใช้ถ้อยคำแสดงความอาลัย ในหลวงรัชกาลที่ 9

21740775_1371745542938641_4493343452934432180_o

โลกออนไลน์ แชร์ภาพกราฟฟิก คำแนะนำการใช้ถ้อยคำแสดงความอาลัย ในหลวงรัชกาลที่ 9

โลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพอินโฟกราฟฟิกจากคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ที่ได้อธิบายถึงการใช้วลี “เสด็จสู่สวรรคาลัย” และการใช้ถ้อยคำแสดงความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ถูกต้อง

โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพตัวอย่าง การใช้ถ้อยคำเพื่อแสดงความอาลัยถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ราชบัณฑิตยสภาได้อธิบายไว้ดังนี้

สถิตอยู่ในใจตราบนิรันดร์ น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า ………………………

เสด็จสู่สวรรคาลัย ผองผสกนิกรชาวไทยน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า …………………….

ปวงพสกนิกรชาวไทยน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์
ข้าพระพุทธเจ้า …………………….

ปวงประชาสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า …………………….

เสด็จสู่ฟากฟ้าสุราลัย พระมหากรุณาธิคุณจารึกในใจไทยชั่วกาล
ข้าพระพุทธเจ้า ……………………

สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า …………………………

พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ข้าพระพุทธเจ้า ………………………

ทั้งนี้หลังคำว่า ข้าพระพุทธเจ้า ให้ระบุชื่อบุคคล คณะบุคคล และหน่วยงาน เช่น ข้าพระพุทธเจ้านายจงรัก ภักดี, ข้าพระพุทธเจ้า คณะครูและนักเรียน ….. และข้าพระพุทธเจ้าคณะผู้บริหาร และพนักงานบริษัท ……. เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ทางสำนักงานราชบัณฑิตยสภา ได้แนะนำการใช้วลี “เสด็จสู่สวรรคาลัย” ไว้ว่า

วลี “เสด็จสู่สวรรคาลัย” นั้น หากใช้คำว่า “ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย” นั้น อาจมีความหมายว่า ประชาชนเป็นผู้ส่งเสด็จสู่สรวงสวรรค์ ดังนั้น หากละคำว่า “ส่ง” ออก เหลือเพียง “เสด็จสู่สวรรคาลัย” หรือ “พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย” จะทำให้ถ้อยคำดูสวยงาม และชัดเจนกว่าคำว่า “ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย”

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://news.mthai.com

ดูกันจะๆ “เหล้า เบียร์ บุหรี่” ราคาขึ้นกี่บาท !

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL21uLzAvdWQvMTAyLzUxMzQxNS9maWxlLmpwZw==

ดูกันจะๆ หลังปรับอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ ราคาสินค้าจำพวกเหล้า เบียร์ บุหรี่ หรือ เครื่องดืมที่มีนำตาลจะปรับราคาขึ้นไปกี่บาท จะได้หายตกใจกับข่าวลือ ที่ออกมาก่อนหน้านี้

จากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ โดยมีการกำหนดอัตราและวิธีการจัดเก็บภาษีใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ในวันนี้ 16 ก.ย. 2560 กรมสรรพสามิตได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดแล้วว่าการปรับอัตราภาษีครั้งนี้ส่งผลต่อราคาสินค้าปรับขึ้นเพียง 2 % เท่านั้น และมีบางสินค้าราคาปรับลงด้วย มาดูรายละเอียดกันในแต่ละประเภทสินค้าว่าเป็นอย่างไรดังนี้

ไวท์นำเข้า

ราคาเกิน 1,000 บาท ราคาเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 110 บาทต่อขวด
ราคาต่ำกว่า 1,000 บาท จะมีราคาลดลง 20-60 บาทต่อขวด

สุรา

สุราขาว จะปรับขึ้น 3.50 บาทต่อขวด
สุรากลั่นขนาดขวด 700 มิลลิลิตร 28 ดีกรี จะปรับขึ้น 8 บาทต่อขวด
สุรากลั่น 40 ดีกรี ปรับขึ้น 30 บาทต่อขวด
สุรานำเข้าที่มีราคาสูง ราคาจะปรับลดลง 2-20 บาทต่อขวด

เบียร์

เบียร์กระป๋อง จะปรับเพิ่มขึ้น 50 สตางค์ต่อกระป๋อง
เบียร์ขวด จะปรับขึ้น 2 บาทต่อขวด

บุหรี่

บุหรี่ที่มีราคาต่ำกว่าซองละ 60 บาท จะปรับขึ้นประมาณ 4-15 บาทต่อซอง
บุหรี่ที่มีราคาสูงกว่า 60 บาท จะปรับเพิ่มขึ้น 2-10 บาทต่อซอง
(โดยอัตราใหม่จะใช้จัดเก็บในช่วงเวลา 2 ปี และหลังจากนั้นจะใช้อัตราที่เท่ากันที่ ร้อยละ 40)

เครื่องที่มีน้ำตาล

ชาเขียวเพิ่มขึ้นประมาณ 1.13-2.05 บาท
กาแฟเพิ่มขึ้นประมาณ 1.35บาท
น้ำผักผลไม้เพิ่มขึ้น 6-54 สตางค์

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก : http://money.sanook.com

เตือน! 53 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

810497-01 (1)

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา”พายุทกซูรี (DOKSURI)” ฉบับที่ 13 บริเวณเมืองเวียงจันทน์ ขณะไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น ขอเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน กทม. ตกร้อยละ 70

เมื่อเวลา 04.00 น. ของวันนี้ (16 ก.ย. 60) พายุโซนร้อน “ทกซูรี” (DOKSURI) มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองเวียงจันทน์ ประเทศลาว ทางด้านตะวันออกของจังหวัดน่าน ประมาณ 120 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 18.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 102.1 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดว่า พายุนี้จะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือบริเวณจังหวัดน่าน ในวันนี้ (16 ก.ย. 60) ส่งผลให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่กับมีลมกระโชกแรง

สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และลมกระโชกแรงไว้ด้วย โดยมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้

– ภาคเหนือ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ พิษณุโลก สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก และเพชรบูรณ์

– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น ชัยภูมิ กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา

– ภาคกลาง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี กาญจนบุรี อ่างทอง ราชบุรี และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

– ภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

– ภาคใต้ บริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 18 ก.ย. 60

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก : https://news.mthai.com

ครม.เตรียมขึ้นภาษีเหล้า-บุหรี่ 16 ก.ย.นี้ เตือนห้ามกักตุน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNzAxLzM1MDg4MjYvbmV3czE0LmpwZw==

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เตรียมปรับราคาเหล้า บุหรี่ จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 กันยายน 2560

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ในที่ประชุม ครม. ได้มีมติปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต เหล้า บุหรี่ และไพ่ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ หวั่นทำให้มีการกักตุนสินค้า รอให้มีผลตามกฏหมายก่อน

เบื้องต้น เหล้าจะปรับเพิ่มตามดีกรี หรือความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ ส่วนบุหรี่จะมีการจัดเก็บ อัตราภาษีต่อมวน และเก็บตามอัตราของราคาบุหรี่ จะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2560

ทั้งนี้ หลังจากที่โครงสร้างภาษี ผ่าน ครม. แล้ว คาดว่าจะประกาศลงราชกิจจานุเบกษาในคืนวันที่ 15 กันยายน 2560 หรือช่วงเช้าของวันที่ 16 กันยายน 2560 นี้

นอกจากนี้จะพิจารณามาตรการนำค่าใช้จ่ายในการทำประกันสุขภาพมาหักลดหย่อนภาษีได้ โดยวัตถุประสงค์หลักคือต้องการให้มาตรการดังกล่าวเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาทำประกันสุขภาพมากขึ้น เพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายจากงบประมาณของประเทศในการดูแลรักษาพยาบาลประชาชน

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก : http://news.sanook.com

เตือนนักดื่มระวัง!! ตั้งวงกินเหล้าเสียงดัง ผิดกฎหมาย โดนปรับได้

DBaUajmUwAAzMTR

ทนายดังโพสต์เกร็ดความรู้ด้านกฎหมาย เผยตั้งวงดื่มสุราดึกดื่น ส่งเสียงดังก่อความรำคาญ  มีความผิดทางอาญา ถูกจับ-ปรับได้

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 60 นายรัชพล ศิริสาคร ทนายคนดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจ สายตรงกฎหมายเผยเกร็ดความรู้ด้านกฎหมาย เตือนการตั้งวงเหล้า ดึกๆ ดื่นๆ  แถมส่งเสียงดัง จนข้างบ้านเดือดร้อนรำคาญถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ถูกจับปรับได้ โดยมีข้อความระบุว่า

การตั้งวงเหล้า ดึกๆ ดื่นๆ ไม่เลิกรา บางวงมีกีตาร์ ทำให้ข้างบ้านเดือดร้อนรำคาญ จะมีความผิดตามกฎหมายใดบ้าง ในเรื่องนี้มีประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 397 มีหลักว่า ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท

มาตรา 370 ผู้ใดส่งเสียง ทำให้เกิดเสียงหรือกระทำความอื้ออึง โดยไม่มีเหตุอันสมควร จนทำให้ประชาชนตกใจหรือเดือดร้อน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท คือถ้าทำให้คนอื่นเดือดร้อนรำคาญ หรือทำเสียงดังโดยไม่มีเหตุอันสมควร ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ก็เข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายดังกล่าว มีโทษสูงสุดปรับ 5 พันบาท กรณีนี้เป็นคดีอาญา แจ้ง ตำรวจ ดำเนินคดีได้เลย ส่วนในทางปฏิบัติ ก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริงครับ

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก https://news.mthai.com

ออมสินแจกเงินเปิดบัญชี ให้เด็กเกิดช่วงรอยต่อ 2 แผ่นดิน คนละ 1,099 บาท

AOm

ธนาคารออมสิน ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช สนับสนุนเงินประเดิมเปิดบัญชี แก่เด็กที่เกิดช่วงรอยต่อ 2 แผ่นดิน คนละ 1,099 บาท ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ตุลาคม 

วันที่ 6 กันยายน 2560 นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารออมสินได้ร่วมกับมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช ดำเนินโครงการ “โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชให้ชีวิต ออมสินให้อนาคต” โดยการสนับสนุนเงินทุนให้แก่เด็กทุกคนที่เกิดในช่วงรอยต่อ 2 แผ่นดิน คือ ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 6.52 น. จนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2559 เวลา 1.53 น. ด้วยการให้เงินทุนผ่านการเปิดบัญชีเงินฝากประเภทเผื่อเรียกเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ คนละ 1,099 บาท

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว จัดทำขึ้นเพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สำหรับการติดต่อขอรับทุนประเดิม สามารถเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ ซึ่งต้องใช้หลักฐาน ได้แก่

– สูติบัตรของเด็กฉบับจริงและสำเนา
– บัตรประจำตัวประชาชนของบิดามารดา
– สำเนาทะเบียนบ้านของบิดามารดา

โดยหลังเปิดบัญชีเงินทุนประเดิมเรียบร้อยแล้ว ทางธนาคารออมสิน จะจัดส่งหนังสือ “ใต้ฟ้าใบบุญ” อันทรงคุณค่า พร้อมเกียรติบัตรและบัตรประจำตัวเพื่อสามารถเข้ารับบริการส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคและรักษาพยาบาลได้ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชทั้ง 21 แห่งทั่วประเทศ ให้กับผู้ขอรับทุนประเดิม

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

กำปั้นไทยคนแรก! “เจ้าแหลม” สร้างประวัติศาสตร์ติดอันดับ 5 โคตรมวย

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3NwLzAvdWQvMTI2LzYzMTcxOS9nLmpwZw==

“เจ้าแหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น แชมป์โลกชาวไทย สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง หลังกลายเป็นนักชกไทยคนแรกที่ก้าวขึ้นไปติดอันดับนักชกที่ดีที่สุด 5 อันดับแรกของโลก จากการจัดอันดับของ Boxrec เว็บไซต์มวยชื่อดัง

จากชัยชนะเหนือ โรมัน กอนซาเลซ กำปั้นชาวนิการากัว ที่สังเวียนสตับฮับ เซ็นเตอร์ คาร์สันซิตี้ แคลิฟอร์เนีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน ที่ผ่านมา ส่งผลให้ วิศักดิ์ศิลป์ วังเอก หรือชื่อในวงการมวย ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น ได้รับการยกย่องให้เป็นกำปั้นที่ดีที่สุดเป็นอันดับที่ 5 ของโลกแบบปอนด์ต่อปอนด์ เทียบกับนักมวยทุกคน ทุกรุ่น ทุกสถาบันในโลก

ทำให้ “เจ้าแหลม” กลายเป็นนักมวยที่ดีที่สุดในเอเชีย โดยมีอันดับเหนือ “เดอะ แพ็คแมน” แมนนี่ ปาเกียว ยอดกำปั้นชาวฟิลิปปินส์ เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลก 8 เส้น ที่ร่วงโรยไปตามวัย ซึ่งถูกจัดอันดับให้อยู่ที่ 12 ขณะที่ นาโอยะ อิโนอุเอะ กำปั้นชาวญี่ปุ่น เจ้าของแชมป์โลก รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ขององค์กรมวยโลก (WBO) อยู่ในอันดับที่ 20

นอกจากนี้ยังกลายเป็นนักมวยไทยคนแรก ที่สามารถมีชื่อติด 5 อันดับแรกของโลก หลังจากที่ก่อนหน้านี้ “เจ้ากร” พงษ์ศักดิ์เล็ก ไก่ย่างห้าดาวยิม แชมป์โลกรุ่นฟลายเวทชาวไทย 2 สมัย เคยก้าวขึ้นไปติดอันดับที่ 7 จากการจัดอันดับของ Boxrec เว็บไซต์มวยชื่อดัง

ส่วนอันดับที่ 1 ของโลก เมื่อเทียบกันปอนด์ต่อปอนด์ ตกเป็นของ ซาอูล ”คาเนโล่” อัลวาเรซ ยอดมวยชาวเม็กซิกัน เจ้าของแชมป์รุ่นไลท์มิดเดิลเวต ขององค์กรมวยโลก (WBO) ที่กำลังจะขึ้นล้มแชมป์กับ “ทริปเปิ้ลจี” เกนนาดี้ โกลอฟสกิ้น ยอดกำปั้นชาวคาซัคสถาน ในวันอาทิตย์ที่ 17 กันยายน นี้ โดยมีเข็มขัดแชมป์มิดเดิลเวต 3 สถาบัน เป็นเดิมพัน

laemmmmsz22

 

ขอบคุณภาพและข่าวจาก http://sport.sanook.com/