จบเกมอย่างเป็นทางการ “เสือเหลือง” ซัด 145 ทองซีเกมส์ “ไทย” รองแชมป์

560000009233301

การแข่งขันกีฬาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ซีเกมส์” เดินทางมาถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน มาเลเซีย เจ้าภาพปี 2017 ประกาศชัยชนะอย่างเป็นทางการด้วยจำนวนเหรียญทองทั้งสิ้น 145 เหรียญ ขณะที่ไทย ทำได้ไม่ถึงเป้าหมาย เสียแชมป์และจบที่อันดับ 2 ของตาราง

ซีเกมส์ วันสุดท้าย 30 สิงหาคม 2560 เจ้าภาพได้จัดเตรียมพิธีปิดสุดอลังการที่สนาม บูกิต จาลิล สเตเดียม ซึ่งจะเริ่มขึ้นเวลา 20.30 น. ของประเทศไทย ทว่าก่อนถึงเวลานั้นมีการสรุปผลงานของนักกีฬาทุกชาติ ที่ลงแข่งขันเสร็จสิ้นหมดแล้วทุกรายการตั้งแต่เปิดฉาก 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา

ปรากฏว่า เจ้าเหรียญทองครั้งนี้ไม่ใช่ใครอื่นนั่นคือ มาเลเซีย เจ้าภาพครั้งนี้ ที่ซัดเหรียญรางวัลรวมเป็นอันดับ 1 จำนวน 323 เหรียญ ประกอบด้วย 145 เหรียญทอง 92 เหรียญเงิน และ 86 เหรียญทอง ครองเจ้าเหรียญทองอย่างเป็นทางการ และเป็นเจ้าเหรียญทองในบ้านตัวเองหนที่ 2 ต่อจากปี 2001

ผลงานเหล่านี้น่าจะสร้างความยินดีปลาบปลื้มแก่ผู้คนในชาติ รวมถึงคนใหญ่คนโตมากมายในวงการที่เคยประกาศว่าจะเอาแชมป์เหรียญทองให้ได้ตั้งแต่ได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพเมื่อ 2 ปีก่อนต่อจาก สิงคโปร์ ก่อนเตรียมฉลองกันสุดเหวี่ยง ซึ่งตรงกับวันสถาปนาชาติเป็นเอกราชครบ 60 ปีพอดี

ขณะที่ ไทย ทีแรกนั้นวางเป้าที่ 96 เหรียญทอง รวมถึงป้องกันแชมป์ แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไปตามหวังโดยจบเพียงตำแหน่งรองแชมป์ ได้ไป 246 เหรียญ แบ่งเป็น 72 เหรียญทอง 86 เหรียญเงิน และ 88 เหรียญทองแดง โดยเหรียญทองสุดท้ายที่ได้คือ พรชัย ลบศรี นักกีฬายกน้ำหนักรุ่น 85 กก. ชาย

เวียดนาม จบทัวร์นาเมนต์ ซีเกมส์ ด้วยผลงานอันดับ 3 ซัดไป 168 เหรียญ เป็น 58 เหรียญทอง 50 เหรียญเงิน และ 60 เหรียญทองแดง ด้านของ ฟิลิปปินส์ เจ้าภาพครั้งต่อไป ปี 2019 มี 24 เหรียญทอง 33 เหรียญเงิน และ 64 เหรียญทองแดง รวมกัน 121 เหรียญ ส่วนชาติที่ไม่มีเหรียญทองเลยในปีนี้คือ บรูไน และ ติมอร์ เลสเต

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

https://www.manager.co.th

เตรียมผลิตเหรียญที่ระลึกถวายพระเพลิงพระบรมศพเพิ่ม เปิดรับจอง 18 ก.ย. นี้

806679-01

กรมาธนารักษ์เตรียมผลิต เหรียญที่ระลึก ในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเพิ่ม หลังประชาชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เปิดรับจอง 18 ก.ย. นี้

นายพช รอนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ด้วยมีพระมหากรุณาธิคุณ โปรดเกล้าฯ ให้กรมธนารักษ์เตรียมดำเนินการพิจารณาจัดทำเหรียญที่ระลึกในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเพิ่ม เพื่อให้ประชาชนชาวไทยได้มีเหรียญที่ระลึกฯ อย่างทั่วถึง และเท่าเทียม

โดยการเตรียมผลิตเพิ่มในครั้งนี้ กรมธนารักษ์ได้ประเมินความต้องการของประชาชนในการจองเหรียญซึ่งยังมีความต้องการเหรียญที่ระลึกดังกล่าวอยู่มาก และได้ประเมินกำลังการผลิตเหรียญของกรมธนารักษ์ ตลอดจนการจัดส่งเหรียญที่ระลึกที่ผลิตเพิ่มให้แก่ประชาชนที่จะจองทั่วประเทศอีกด้วย

อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวต่อว่า การพิจารณาผลิตเพิ่มครั้งนี้ จะดำเนินการผลิตเหรียญที่ระลึกทองคำ ราคาเหรียญละ 50,000 บาท จำนวนผลิตเพิ่มไม่เกิน 50,000 เหรียญ เหรียญที่ระลึกเงิน ราคาเหรียญละ 2,000 บาท จำนวนผลิตเพิ่มไม่เกิน 400,000 เหรียญ เหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย ราคาเหรียญละ 3,000 บาท จำนวนผลิตเพิ่มไม่เกิน 40,000 เหรียญ

ประชาชนสามารถจองได้ที่หน่วยงานของกรมธนารักษ์ทั่วประเทศและธนาคาร 19 แห่งทุกสาขาทั่วประเทศ ทั้ง 4 ประเภทโดยกำหนดเปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2560 เป็นต้นไป

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : https://www.mthai.com

ภาพ : https://www.mthai.com

ปณท เปิดจองแสตมป์ชุดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ร.9

4DQpjUtzLUwmJZZPDev1JBP8U1pXPIxw1Y1bNuT5g96i

ไปรษณีย์ไทย ออกแสตมป์ชุดสำคัญที่คนไทยรอคอย “ชุดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” เปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2560 – 11 กันยายน 2560

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ไปรษณีย์ไทย แสตมป์ชุดสำคัญที่คนไทยรอคอย “ชุดพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดี และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทย มีจำนวนรวม 3 แผ่น ประกอบด้วย ภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ 9 ภาพ ภาพเครื่องประกอบสำคัญในพระราชพิธี 3 ภาพ และภาพพระเมรุมาศ 1 ภาพ รวม 13 ภาพ 13 ดวง ชุดละ 99 บาท

 กำหนดวันแรกจำหน่าย 25 ตุลาคม 2560 จัดพิมพ์จำนวนทั้งสิ้น 3 ล้านชุด โดยในจำนวนนี้สำรองไว้ 1.2 ล้านชุด เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถจองล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2560 – 11 กันยายน 2560 หรือปิดจองก่อนเมื่อครบกำหนดจำนวน ณ ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ และทางเว็บไซต์ www.postemart.com

 

อุตุฯ แนะคนไทยตามข่าวใกล้ชิด หลังพายุปาข่าเตรียมเข้าเวียดนาม 27-28 ส.ค.

G0DL5oPyrtt5HBAi37SB820ONBNjo7lMjh19cuEZup5VYl2yf4F6ar

อุตุฯ เผยพายุปาข่า จะพัดเข้าฟิลิปปินส์พรุ่งนี้ แต่ระยะแรกยังไม่กระทบไทย จะส่งผลหากพัดเข้าเวียดนามตอนเหนือช่วง 27-28 ส.ค. แนะตามข่าวใกล้ชิด

เมื่อเวลา 16.00 น. วันนี้ (25 ส.ค.60) เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ได้มีการประกาศเตือนคนไทยเฝ้าติดตามการข่าวอย่างใกล้ชิด หลังจากช่วงวันที่ 26-28 สิงหาคมนี้ พายุโซนร้อน “ปาข่า” (PAKHAR) ที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ กำลังจะเคลื่อนตัวผ่านประเทศฟิลิปปินส์ ลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในวันพรุ่งนี้ (26 ส.ค.60)

มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางเกาะไหหลำ ประเทศจีน และประเทศเวียดนามตอนบนในช่วงวันที่ 27-28 ส.ค.60 ดังนั้นในระยะแรกพายุนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย แต่เมื่อพายุนี้เคลื่อนเข้าใกล้ประเทศเวียดนามตอนบนจะทำให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดในระยะนี้

สำหรับพายุโซนร้อน “ปาข่า” (PAKHAR) มีศูนย์กลางอยู่ที่ ละติจูด 15.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 122.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 70 กม./ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือค่อนไปทางทิศตะวันตกเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 20 กม./ชม.

 

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : https://www.mthai.com

ภาพ : https://www.mthai.com

ประกาศกรมอุตุฯ พายุ “ฮาโตะ” ฉ.10 ส่งผล 24-25 ส.ค. ไทยตอนบนมีฝนเพิ่ม

4f46bf26f18c4037b2792e6f253510dc_300

ประกาศกรมอุตุฯ พายุ “ฮาโตะ” ฉบับที่ 10 ส่งผลให้ 24-25 ส.ค. ไทยตอนบนมีฝนเพิ่ม ส่วน กทม. มีฝนฟ้าคะนอง 70% ของพื้นที่

เมื่อเวลา 04.00 น. วันนี้ (24 ส.ค.60) พายุโซนร้อน “ฮาโตะ” (HATO) มีศูนย์กลางอยู่บริเวณเมืองหนานหนิง มณฑลกว่างสี ประเทศจีน หรือ ละติจูด 23.7 องศาเหนือ ลองจิจูด 108.4 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 40 นอต หรือ 75 กม./ชม. พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 18 นอต หรือ 35 กม./ชม.

คาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันในระยะต่อไป และจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศจีนตอนใต้เหนือประเทศลาวและเวียดนามตอนบน ในวันที่ 24-25 สิงหาคม 2560 จะทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ในบริเวณภาคตะวันออก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ ส่วนมากในระหว่างบ่ายถึงค่ำ อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

home

อุตุฯ เผย ไทยตอนบนมีฝนลดลง เตือน! ช่วง 25-27 ส.ค. เริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNjQzLzMyMTg4NzAvY3NmZC5qcGc=

อุตุฯ เผย ไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่เหนือกลางตะวันออกมีฝนมากกว่าภาคอื่น เตือน! 25-27 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนตกเพิ่มขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ลักษณะอากาศทั่วไปประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง แต่บริเวณทางตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนมากกว่าภาคอื่น ๆ ส่วนบริเวณทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ในช่วงวันที่ 25-27 ส.ค. ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก สำหรับทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ข้อควรระวังขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมที่ไว้ด้วย

สำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : https://www.mthai.com

ภาพ : https://www.sanook.com

เปิดจองเหรียญที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 22ส.ค.-30 ก.ย.นี้

17A2BF10EC9445A1A40EFF1F170EDFC9

กรมธนารักษ์ได้เปิดจองเหรียญที่ระลึกเนื่องในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่9 ในวันที่ 22 ส.ค. – 30 ก.ย. นี้

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้จัดทำเป็นเหรียญที่ระลึก 4 ประเภท ได้แก่ เหรียญที่ระลึกทองคำ ราคาเหรียญละ 5 หมื่นบาท จำนวน 99,999 เหรียญ, เหรียญที่ระลึกเงิน ราคาเหรียญละ 2,000 บาท จำนวน 399,999 เหรียญ, เหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย ราคาเหรียญละ 3,000 บาท จำนวน 39,999 เหรียญ และเหรียญที่ระลึกคิวโปรนิกเกิล ราคาเหรียญละ 100 บาท จำนวน 39,999,999 เหรียญ

โดยมีลวดลายด้านหน้ากลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภพณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” และด้นหลังกลางเหรียญมีรูปพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อยู่เหนือลายเมฆ

เบื้องบนรูปพระเมรุมาศมีอักษรพระปรมาภิไธย ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องหลังพระเมรุมาศมีรูปแสงอาทิตย์แผ่รัศมีผ่านปุยเมฆ ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” และข้อความ “วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พุทธศักราช 2560” ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และข้อความ “วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พุทธศักราช 2560” ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้ร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย สภาสถาบันการเงินของรัฐและธนาคาร 19 แห่งทุกสาขาทั่วประเทศ เปิดหน่วยรับจองเหรียญที่ระลึกดังกล่าว โดยกำหนดเปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม – 30 ก.ย. 2560 ซึ่งมีสถานที่เปิดรังจองเหรียญที่ระลึกทุกประเภท ได้แก่ สำนักงานคลังกรมธนารักษ์ หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักงานบริหารเงินตราจังหวัดปทุมธานี พิพิธภัณฑ์เหรียญถนนจักรพงษ์ศาลาธนารักษ์ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ศาลาธนารักษ์ 2 จขังหวัดสงขลา สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับธนาคารต่าง ๆ จำนวน 19 แห่ง ทุกสาขาทั่วประเทศ เปิดรับจองเหรียญที่ระลึก 3 ประเภท ยกเว้นเหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย โดยใช้หลักฐานที่แสดงความเป็นบุคคลสัญญาติไทยที่ทางราชการออกให้และมีเลขประจำตัวประชาชน โดยผู้สั่งจอง 1 คน สามารถสั่งจองได้ไม่เกิน 3 สิทธิ (รวมของตนเอง) โดยเหรียญทองได้สิทธิละ 1 เหรียญ เหรียญเงินได้สิทธิละ 2 เหรียญ เหรียญคิวโปรนิกเกิล ได้สิทธิละ 3 เหรียญ และเหรียญทองแดงรมดำพ่นทรายได้สิทธิละ 1 เหรียญ

ทั้งนี้ แต่ละสิทธิจะสามารถสั่งจองได้เพียงครั้งเดียว ถึงแม้จะใช้สิทธิในครั้งแรกยังไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด ยกเว้นผู้สั่งจองเหรียญที่ระลึก ณ ธนาคารสามารถมาใช้สิทธิสั่งจองเหรียญที่ระลึกชนิดทองแดงรมดำพ่นทรายที่หน่วยรับจองของกรมธนารักษ์ได้ โดยจะเปิดรับเหรียญที่ระลึก ณ สถานที่จอง ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป

นายพชร กล่าวอีกว่า รายได้จากการจำหน่ายเหรียญที่ระลึกดังกล่าวนั้น หลังหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย

อย่างไรก็ดี ประชาชนที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานคลัง กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ โทร.02-278-5446, พิพิธภัณฑ์เหรียญ ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพฯ โทร. 02-282-0818,หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน จังหวัดปทุมธานีโทร.02-565-7900 และส่วนประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่6 กรุงเทพฯ โทร 02-278-5641515BC26C79AE4B7E99FE0C9458A71BB5

15D4FF922386401F95C81AB42AA162F1

 

ขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพจาก

http://www.posttoday.com/economy/finance/510254

 

 

อยากเป็นเศรษฐีต้องรู้! งวด 1 ก.ย.สลากฯ แบบใหม่

a1_788

ต้องรู้! ใครอยากเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ เพราะตั้งแต่งวดวันที่ 1 ก.ย.เป็นต้นไป สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลปรับปรุงรูปแบบสลากฯใหม่ จากเดิมฉบับคู่ 80 บาท (ฉบับละ 40 บาท) เป็นรูปแบบใบเดียวฉบับละ 80 บาท ส่งผลให้ผู้ที่ต้องการเสี่ยงดวงลุ้นโชค ซื้อสลากฯ ตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.เป็นต้นไป สลากฯจะเป็นรูปแบบใหม่ทันที แต่ไม่ต้องกังวล เพราะเงินรางวัลยังเท่าเดิม เปลี่ยนแค่ขนาดที่กระชับเล็กลงเท่านั้น

สาเหตุที่ สำนักงานสลากฯ ปรับปรุงรูปแบบสลากฯใหม่ เพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ป้องกันความสับสน ตรวจสอบได้ง่าย และเพิ่มระบบป้องกันการปลอมแปลง ด้วยการเพิ่มความคมชัดของลายน้ำบนกระดาษให้มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าชัดเจนยิ่งขึ้น เพิ่มระบบบาร์โค้ด 2 มิติ  ที่สแกนตรวจสอบสลากฯ ได้จากเครื่องอ่านบาร์โค้ด ผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย และยังถือเป็นการช่วยตรวจสอบการปลอมแปลงตัวเลขสลากฯ หรือสลากฯ แก้เลขขั้นต้นได้อีกด้วย

สำหรับเงินรางวัล ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6 ล้านบาท, รางวัลที่ 2 มี 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท, รางวัลที่ 3 มี 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท, รางวัลที่ 4 มี 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท, รางวัลที่ 5 มี 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท, รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 มี 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท, รางวัลเลขหน้า 3 ตัว เสี่ยง 2 ครั้ง มี 2,000 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท, รางวัลเลขท้าย 3 ตัว เสี่ยง 2 ครั้ง มี 2,000 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท และรางวัลเลขท้าย 2 ตัว เสี่ยง 1 ครั้ง มี 10,000 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท

หากย้อนไปช่วงก่อนหน้านี้ รูปแบบสลากฯมีการปรับปรุงแต่ละยุคสมัยแตกต่างกัน เช่น ปี 2466 สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ออก”ลอตเตอรี่เสือป่าล้านบาท” เพื่อหารายได้บำรุงกองเสือป่าอาสาสมัครพิมพ์ 1 ล้านฉบับ จำหน่ายฉบับละ 1 บาท, ปี 2476 สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  รัฐบาลมีการออกสลากฯขึ้น โดยเรียกว่า “ลอตเตอรี่รัฐบาลสยาม” พิมพ์ออกจำหน่าย 1 ล้านฉบับ ฉบับละ 1 บาท ปีละ 4 งวด และรูปแบบสลากฯ เดิมฉบับคู่ 80 บาท (ฉบับละ 40 บาท) เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 41 ก่อนเปลี่ยนโฉมใหม่ที่ใช้มายาวนานกว่า 19 ปี ที่งวด 16 ส.ค.60 ถือเป็นงวดสุดท้าย ล้วนสร้างเศรษฐีหน้าใหม่ในประเทศเพิ่มขึ้นได้เรื่อย ๆ

รูปแบบสลากฯใหม่ เหลือใบเดียว 80 บาท เริ่มงวดวันที่ 1 ก.ย.60 อาจทำให้หลายคนสนใจเลือกซื้อเก็บไว้เพื่อเสี่ยงดวงลุ้นโชคอย่างแน่นอน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNDQ3LzIyMzkxMzAvZTYtY29weS5qcGc=

ข่าวและภาพจาก

http://news.sanook.com/

สุดยอดไปเลยพี่น้อง! “ลูกยางสาวไทย” ถล่ม “เกาหลีใต้” 3-0 ทะลุชิงเจ้าเอเชีย

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3NwLzAvdWQvMTIzLzYxNjg0OS92di5qcGc=

การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2017 รอบรองชนะเลิศ คู่ที่สอง ทีมชาติไทย ดีกรีแชมป์ 2 สมัย พบ ทีมชาติเกาหลีใต้ รองแชมป์ 7 สมัย ณ สนามอลอนเต้ สปอร์ตส์ อารีน่า กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

เกมนี้ “โค้ชด่วน-ดนัย ศรีวัชรเมธากุล” ส่งผู้เล่นลงสนาม 6 คนแรกประกอบไปด้วย ปลื้มจิตร์ ถินขาว,นุศรา ต้อมคำ, อัจฉราพร คงยศ, ชัชชุอร โมกศรี, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, ปิยะนุช แป้นน้อย

ส่วนด้านเกาหลีใต้ นำมาโดยกัปตันทีมตัวเก่ง คิม ยอน-คยองพาร์ค จอง-อา และ คิม ฮี-จิน

ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทัพลูกยางหญิงไทย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะตบสาวแดนโสมไปได้ขาดลอย 3-0 เซต 25-20, 25-20, 25-21 คะแนน

ส่วนผลการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ คู่แรก ทีมชาติญี่ปุ่น ชนะ ทีมชาติจีน 3-0 เซต 25-17, 25-18, 25-28 คะแนน

ทัพลูกยางสาวไทย ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ ญี่ปุ่น ในวันนี้ (17 ส.ค. 2560) เวลา 16.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่องไทยรัฐทีวี ส่วนเกาหลีใต้ไปชิงที่ 3 กับจีน

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก

http://www.sanook.com

ขนส่ง ออกใบขับขี่ใหม่ smart card ขับได้ทั้งอาเซียน

 

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNjI5LzMxNDgzMjYvZmRnZGZkLmpwZw==

กรมการขนส่งทางบก ยกระดับการออกใบอนุญาตขับรถสู่มาตรฐานสากล เพิ่มเทคโนโลยีทันสมัยป้องกันการปลอมแปลง อาทิ แถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip), QR Code เก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเพิ่มความสามารถรองรับระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนน กำหนดวันที่ 15 สิงหาคม 2560 ยกเลิกใบขับขี่แบบกระดาษ และจะได้รับใบขับขี่ Smart card รูปแบบปัจจุบัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100 บาท และตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2560 เริ่มออกใบขับขี่ Smart card รูปแบบใหม่ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยครบถ้วนเพียงรูปแบบเดียว

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกเตรียมยกระดับเทคโนโลยีใบอนุญาตขับรถแบบพลาสติกหรือ Smart card ตามมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมความปลอดภัย ป้องกันการปลอมแปลงด้วยระบบเทคโนโลยีทันสมัย ด้วยแถบข้อมูลแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และเพิ่มเทคโนโลยี QR Code จัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการพัฒนา Application เพื่อความสะดวกในการอ่านข้อมูลและนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนนในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกของการเตรียมปรับรูปแบบใบอนุญาตขับรถสู่มาตรฐานสากล กรมการขนส่งทางบกกำหนดยกเลิกการออกใบอนุญาตขับรถรูปแบบกระดาษ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป โดยประชาชนจะได้รับใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100 บาท ที่เป็นแบบสมัครใจตามเดิม เนื่องจากเป็นการดำเนินการเองโดยกรมการขนส่งทางบก ส่งผลให้ประชาชนไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตขับรถตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดเท่านั้น

ดังนั้น กรณีที่ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราว จากอัตราเดิมคือ 305 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมและค่าคำขอรวม 205 บาท กรณีเป็นใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล จากอัตราเดิมคือ 605 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมและค่าคำขอรวม 505 บาท

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2560 เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกจะเริ่มดำเนินการออกใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบใหม่ ที่มีเทคโนโลยี QR Code ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถทั้งตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เพียงรูปแบบเดียว เพื่อประโยชน์ในการควบคุมกำกับดูแลความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมีประสิทธิภาพและมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่ได้รับใบอนุญาตขับรถรูปแบบกระดาษ ที่กรมการขนส่งทางบกออกให้ก่อนวันที่ 15 สิงหาคม 2560 รวมถึงใบอนุญาตขับรถ Smart card ที่ออกให้ก่อนวันที่ 4 กันยายน 2560 ยังคงสามารถใช้งานได้ตามกำหนดอายุการใช้งานของใบอนุญาตขับรถ แต่หากชำรุด สูญหาย หรือถึงกำหนดระยะเวลาต่ออายุใบอนุญาตขับรถ เมื่อติดต่อขอทำใหม่จะได้รับใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบใหม่เท่านั้น

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบใหม่เป็นบัตรพลาสติกซึ่งมีความคงทนถาวรกว่ารูปแบบเดิม มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ ด้วยเทคโนโลยีแถบข้อมูลแม่เหล็ก (Magnetic Strip) เทคโนโลยี QR Code จัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนน เช่น รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ GPS Tracking เป็นเครื่องมือในการบันทึกข้อมูลการขับรถ โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ และรถบรรทุกขนส่ง ทั้งรถบรรทุกวัตถุอันตราย และรถบรรทุกสิบล้อขึ้นไป รถแท็กซี่ หรือรถในกลุ่มเป้าหมายตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศบังคับใช้แล้ว

นอกจากนี้ ใบอนุญาตขับรถ Smartcard รูปแบบใหม่ ยังมีความสวยงามเป็นสากล ปรากฏข้อมูลเจ้าของบัตรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษควบคู่กัน สามารถนำไปใช้ขับรถได้ในประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา โดยไม่ต้องทำใบอนุญาตขับรถสากลตามความตกลงร่วมกัน เพื่อให้การคมนาคมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพิ่มความสามารถในการรองรับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต

mon1508602-1 (1)

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : https://www.dlt.go.th

ภาพ : https://www.dlt.go.th