เปิดจองเหรียญที่ระลึกพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ 22ส.ค.-30 ก.ย.นี้

17A2BF10EC9445A1A40EFF1F170EDFC9

กรมธนารักษ์ได้เปิดจองเหรียญที่ระลึกเนื่องในโอกาสการพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในหลวงรัชกาลที่9 ในวันที่ 22 ส.ค. – 30 ก.ย. นี้

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้จัดทำเหรียญที่ระลึกในโอกาสพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้จัดทำเป็นเหรียญที่ระลึก 4 ประเภท ได้แก่ เหรียญที่ระลึกทองคำ ราคาเหรียญละ 5 หมื่นบาท จำนวน 99,999 เหรียญ, เหรียญที่ระลึกเงิน ราคาเหรียญละ 2,000 บาท จำนวน 399,999 เหรียญ, เหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย ราคาเหรียญละ 3,000 บาท จำนวน 39,999 เหรียญ และเหรียญที่ระลึกคิวโปรนิกเกิล ราคาเหรียญละ 100 บาท จำนวน 39,999,999 เหรียญ

โดยมีลวดลายด้านหน้ากลางเหรียญมีพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบเต็มยศจอมทัพ ฉลองพระองค์ครุยมหาจักรบรมราชวงศ์ ทรงเครื่องขัตติยราชอิสริยาภพณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรมราชวงศ์ และสายสร้อยจุลจอมเกล้า ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” และด้นหลังกลางเหรียญมีรูปพระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อยู่เหนือลายเมฆ

เบื้องบนรูปพระเมรุมาศมีอักษรพระปรมาภิไธย ภปร ภายใต้พระมหาพิชัยมงกุฎ เบื้องหลังพระเมรุมาศมีรูปแสงอาทิตย์แผ่รัศมีผ่านปุยเมฆ ภายในวงขอบเหรียญเบื้องล่างมีข้อความว่า “พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ” และข้อความ “วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พุทธศักราช 2560” ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และข้อความ “วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พุทธศักราช 2560” ซึ่งเป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมธนารักษ์ได้ร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย สภาสถาบันการเงินของรัฐและธนาคาร 19 แห่งทุกสาขาทั่วประเทศ เปิดหน่วยรับจองเหรียญที่ระลึกดังกล่าว โดยกำหนดเปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม – 30 ก.ย. 2560 ซึ่งมีสถานที่เปิดรังจองเหรียญที่ระลึกทุกประเภท ได้แก่ สำนักงานคลังกรมธนารักษ์ หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักงานบริหารเงินตราจังหวัดปทุมธานี พิพิธภัณฑ์เหรียญถนนจักรพงษ์ศาลาธนารักษ์ 1 จังหวัดเชียงใหม่ ศาลาธนารักษ์ 2 จขังหวัดสงขลา สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ 76 พื้นที่ทั่วประเทศ

สำหรับธนาคารต่าง ๆ จำนวน 19 แห่ง ทุกสาขาทั่วประเทศ เปิดรับจองเหรียญที่ระลึก 3 ประเภท ยกเว้นเหรียญที่ระลึกทองแดงรมดำพ่นทราย โดยใช้หลักฐานที่แสดงความเป็นบุคคลสัญญาติไทยที่ทางราชการออกให้และมีเลขประจำตัวประชาชน โดยผู้สั่งจอง 1 คน สามารถสั่งจองได้ไม่เกิน 3 สิทธิ (รวมของตนเอง) โดยเหรียญทองได้สิทธิละ 1 เหรียญ เหรียญเงินได้สิทธิละ 2 เหรียญ เหรียญคิวโปรนิกเกิล ได้สิทธิละ 3 เหรียญ และเหรียญทองแดงรมดำพ่นทรายได้สิทธิละ 1 เหรียญ

ทั้งนี้ แต่ละสิทธิจะสามารถสั่งจองได้เพียงครั้งเดียว ถึงแม้จะใช้สิทธิในครั้งแรกยังไม่ครบตามจำนวนที่กำหนด ยกเว้นผู้สั่งจองเหรียญที่ระลึก ณ ธนาคารสามารถมาใช้สิทธิสั่งจองเหรียญที่ระลึกชนิดทองแดงรมดำพ่นทรายที่หน่วยรับจองของกรมธนารักษ์ได้ โดยจะเปิดรับเหรียญที่ระลึก ณ สถานที่จอง ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป

นายพชร กล่าวอีกว่า รายได้จากการจำหน่ายเหรียญที่ระลึกดังกล่าวนั้น หลังหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงใช้สอยตามพระราชอัธยาศัย

อย่างไรก็ดี ประชาชนที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานคลัง กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่ 6 กรุงเทพฯ โทร.02-278-5446, พิพิธภัณฑ์เหรียญ ถนนจักรพงษ์ กรุงเทพฯ โทร. 02-282-0818,หน่วยรับและจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ สำนักบริหารเงินตรา ถนนพหลโยธิน จังหวัดปทุมธานีโทร.02-565-7900 และส่วนประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม กรมธนารักษ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ ถนนพระรามที่6 กรุงเทพฯ โทร 02-278-5641515BC26C79AE4B7E99FE0C9458A71BB5

15D4FF922386401F95C81AB42AA162F1

 

ขอบคุณข้อมูลข่าวและภาพจาก

http://www.posttoday.com/economy/finance/510254

 

 

อยากเป็นเศรษฐีต้องรู้! งวด 1 ก.ย.สลากฯ แบบใหม่

a1_788

ต้องรู้! ใครอยากเป็นเศรษฐีหน้าใหม่ เพราะตั้งแต่งวดวันที่ 1 ก.ย.เป็นต้นไป สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลปรับปรุงรูปแบบสลากฯใหม่ จากเดิมฉบับคู่ 80 บาท (ฉบับละ 40 บาท) เป็นรูปแบบใบเดียวฉบับละ 80 บาท ส่งผลให้ผู้ที่ต้องการเสี่ยงดวงลุ้นโชค ซื้อสลากฯ ตั้งแต่วันที่ 17 ส.ค.เป็นต้นไป สลากฯจะเป็นรูปแบบใหม่ทันที แต่ไม่ต้องกังวล เพราะเงินรางวัลยังเท่าเดิม เปลี่ยนแค่ขนาดที่กระชับเล็กลงเท่านั้น

สาเหตุที่ สำนักงานสลากฯ ปรับปรุงรูปแบบสลากฯใหม่ เพื่อให้มีความทันสมัยมากขึ้น สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน ป้องกันความสับสน ตรวจสอบได้ง่าย และเพิ่มระบบป้องกันการปลอมแปลง ด้วยการเพิ่มความคมชัดของลายน้ำบนกระดาษให้มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าชัดเจนยิ่งขึ้น เพิ่มระบบบาร์โค้ด 2 มิติ  ที่สแกนตรวจสอบสลากฯ ได้จากเครื่องอ่านบาร์โค้ด ผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย และยังถือเป็นการช่วยตรวจสอบการปลอมแปลงตัวเลขสลากฯ หรือสลากฯ แก้เลขขั้นต้นได้อีกด้วย

สำหรับเงินรางวัล ประกอบด้วย รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6 ล้านบาท, รางวัลที่ 2 มี 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท, รางวัลที่ 3 มี 10 รางวัล รางวัลละ 80,000 บาท, รางวัลที่ 4 มี 50 รางวัล รางวัลละ 40,000 บาท, รางวัลที่ 5 มี 100 รางวัล รางวัลละ 20,000 บาท, รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 มี 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท, รางวัลเลขหน้า 3 ตัว เสี่ยง 2 ครั้ง มี 2,000 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท, รางวัลเลขท้าย 3 ตัว เสี่ยง 2 ครั้ง มี 2,000 รางวัล รางวัลละ 4,000 บาท และรางวัลเลขท้าย 2 ตัว เสี่ยง 1 ครั้ง มี 10,000 รางวัล รางวัลละ 2,000 บาท

หากย้อนไปช่วงก่อนหน้านี้ รูปแบบสลากฯมีการปรับปรุงแต่ละยุคสมัยแตกต่างกัน เช่น ปี 2466 สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ออก”ลอตเตอรี่เสือป่าล้านบาท” เพื่อหารายได้บำรุงกองเสือป่าอาสาสมัครพิมพ์ 1 ล้านฉบับ จำหน่ายฉบับละ 1 บาท, ปี 2476 สมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง  รัฐบาลมีการออกสลากฯขึ้น โดยเรียกว่า “ลอตเตอรี่รัฐบาลสยาม” พิมพ์ออกจำหน่าย 1 ล้านฉบับ ฉบับละ 1 บาท ปีละ 4 งวด และรูปแบบสลากฯ เดิมฉบับคู่ 80 บาท (ฉบับละ 40 บาท) เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 41 ก่อนเปลี่ยนโฉมใหม่ที่ใช้มายาวนานกว่า 19 ปี ที่งวด 16 ส.ค.60 ถือเป็นงวดสุดท้าย ล้วนสร้างเศรษฐีหน้าใหม่ในประเทศเพิ่มขึ้นได้เรื่อย ๆ

รูปแบบสลากฯใหม่ เหลือใบเดียว 80 บาท เริ่มงวดวันที่ 1 ก.ย.60 อาจทำให้หลายคนสนใจเลือกซื้อเก็บไว้เพื่อเสี่ยงดวงลุ้นโชคอย่างแน่นอน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNDQ3LzIyMzkxMzAvZTYtY29weS5qcGc=

ข่าวและภาพจาก

http://news.sanook.com/

สุดยอดไปเลยพี่น้อง! “ลูกยางสาวไทย” ถล่ม “เกาหลีใต้” 3-0 ทะลุชิงเจ้าเอเชีย

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL3NwLzAvdWQvMTIzLzYxNjg0OS92di5qcGc=

การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2017 รอบรองชนะเลิศ คู่ที่สอง ทีมชาติไทย ดีกรีแชมป์ 2 สมัย พบ ทีมชาติเกาหลีใต้ รองแชมป์ 7 สมัย ณ สนามอลอนเต้ สปอร์ตส์ อารีน่า กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์

เกมนี้ “โค้ชด่วน-ดนัย ศรีวัชรเมธากุล” ส่งผู้เล่นลงสนาม 6 คนแรกประกอบไปด้วย ปลื้มจิตร์ ถินขาว,นุศรา ต้อมคำ, อัจฉราพร คงยศ, ชัชชุอร โมกศรี, พิมพิชยา ก๊กรัมย์, ปิยะนุช แป้นน้อย

ส่วนด้านเกาหลีใต้ นำมาโดยกัปตันทีมตัวเก่ง คิม ยอน-คยองพาร์ค จอง-อา และ คิม ฮี-จิน

ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทัพลูกยางหญิงไทย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะตบสาวแดนโสมไปได้ขาดลอย 3-0 เซต 25-20, 25-20, 25-21 คะแนน

ส่วนผลการแข่งขันรอบรองชนะเลิศ คู่แรก ทีมชาติญี่ปุ่น ชนะ ทีมชาติจีน 3-0 เซต 25-17, 25-18, 25-28 คะแนน

ทัพลูกยางสาวไทย ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ ญี่ปุ่น ในวันนี้ (17 ส.ค. 2560) เวลา 16.30 น. ถ่ายทอดสดทางช่องไทยรัฐทีวี ส่วนเกาหลีใต้ไปชิงที่ 3 กับจีน

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก

http://www.sanook.com

ขนส่ง ออกใบขับขี่ใหม่ smart card ขับได้ทั้งอาเซียน

 

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNjI5LzMxNDgzMjYvZmRnZGZkLmpwZw==

กรมการขนส่งทางบก ยกระดับการออกใบอนุญาตขับรถสู่มาตรฐานสากล เพิ่มเทคโนโลยีทันสมัยป้องกันการปลอมแปลง อาทิ แถบแม่เหล็ก (Magnetic Strip), QR Code เก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมเพิ่มความสามารถรองรับระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนน กำหนดวันที่ 15 สิงหาคม 2560 ยกเลิกใบขับขี่แบบกระดาษ และจะได้รับใบขับขี่ Smart card รูปแบบปัจจุบัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100 บาท และตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2560 เริ่มออกใบขับขี่ Smart card รูปแบบใหม่ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยครบถ้วนเพียงรูปแบบเดียว

นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกเตรียมยกระดับเทคโนโลยีใบอนุญาตขับรถแบบพลาสติกหรือ Smart card ตามมาตรฐานสากล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมความปลอดภัย ป้องกันการปลอมแปลงด้วยระบบเทคโนโลยีทันสมัย ด้วยแถบข้อมูลแม่เหล็ก (Magnetic Strip) และเพิ่มเทคโนโลยี QR Code จัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ รองรับการพัฒนา Application เพื่อความสะดวกในการอ่านข้อมูลและนำมาใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนนในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ในระยะแรกของการเตรียมปรับรูปแบบใบอนุญาตขับรถสู่มาตรฐานสากล กรมการขนส่งทางบกกำหนดยกเลิกการออกใบอนุญาตขับรถรูปแบบกระดาษ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2560 เป็นต้นไป โดยประชาชนจะได้รับใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม 100 บาท ที่เป็นแบบสมัครใจตามเดิม เนื่องจากเป็นการดำเนินการเองโดยกรมการขนส่งทางบก ส่งผลให้ประชาชนไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากอัตราค่าธรรมเนียมการออกใบอนุญาตขับรถตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดเท่านั้น

ดังนั้น กรณีที่ขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราว จากอัตราเดิมคือ 305 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมและค่าคำขอรวม 205 บาท กรณีเป็นใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล จากอัตราเดิมคือ 605 บาท จะเสียเฉพาะค่าธรรมเนียมและค่าคำขอรวม 505 บาท

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2560 เป็นต้นไป กรมการขนส่งทางบกจะเริ่มดำเนินการออกใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบใหม่ ที่มีเทคโนโลยี QR Code ให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถทั้งตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เพียงรูปแบบเดียว เพื่อประโยชน์ในการควบคุมกำกับดูแลความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างมีประสิทธิภาพและมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม สำหรับประชาชนที่ได้รับใบอนุญาตขับรถรูปแบบกระดาษ ที่กรมการขนส่งทางบกออกให้ก่อนวันที่ 15 สิงหาคม 2560 รวมถึงใบอนุญาตขับรถ Smart card ที่ออกให้ก่อนวันที่ 4 กันยายน 2560 ยังคงสามารถใช้งานได้ตามกำหนดอายุการใช้งานของใบอนุญาตขับรถ แต่หากชำรุด สูญหาย หรือถึงกำหนดระยะเวลาต่ออายุใบอนุญาตขับรถ เมื่อติดต่อขอทำใหม่จะได้รับใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบใหม่เท่านั้น

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับใบอนุญาตขับรถ Smart card รูปแบบใหม่เป็นบัตรพลาสติกซึ่งมีความคงทนถาวรกว่ารูปแบบเดิม มีความปลอดภัย น่าเชื่อถือ ด้วยเทคโนโลยีแถบข้อมูลแม่เหล็ก (Magnetic Strip) เทคโนโลยี QR Code จัดเก็บข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมระบบบริหารจัดการด้านความปลอดภัยทางถนน เช่น รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านระบบ GPS Tracking เป็นเครื่องมือในการบันทึกข้อมูลการขับรถ โดยเฉพาะรถโดยสารสาธารณะ และรถบรรทุกขนส่ง ทั้งรถบรรทุกวัตถุอันตราย และรถบรรทุกสิบล้อขึ้นไป รถแท็กซี่ หรือรถในกลุ่มเป้าหมายตามที่กรมการขนส่งทางบกประกาศบังคับใช้แล้ว

นอกจากนี้ ใบอนุญาตขับรถ Smartcard รูปแบบใหม่ ยังมีความสวยงามเป็นสากล ปรากฏข้อมูลเจ้าของบัตรทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษควบคู่กัน สามารถนำไปใช้ขับรถได้ในประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา โดยไม่ต้องทำใบอนุญาตขับรถสากลตามความตกลงร่วมกัน เพื่อให้การคมนาคมระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น เพิ่มความสามารถในการรองรับการพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีในอนาคต

mon1508602-1 (1)

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : https://www.dlt.go.th

ภาพ : https://www.dlt.go.th

ล็อกเวลาเชียร์”ช้างศึก-ชบาแก้ว”!เช็กโปรแกรมบอลซีเกมส์ทั้งหมดได้ที่นี่

 

ประกาศออกมาเรียบร้อยสำหรับโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลทั้งชาย และหญิง ซีเกมส์ 2017 ที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งทีมชาติไทยเรา มีคิวเตะอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลย แล้วอย่าลืมล็อควันเชียร์กันด้วยนะแฟนๆ

โปรแกรมฟุตบอลชายซีเกมส์2017ที่ประเทศมาเลเซีย

สาย เอ – มาเลเซีย(เจ้าภาพ) , เมียนม่าร์ , สิงคโปร์ , ลาว , บรูไน

สาย บี – ไทย(แชมป์เก่า) , อินโดนีเซีย , เวียดนาม , กัมพูชา , ติมอร์เลสเต้ , ฟิลิปปินส์ 

จันทร์ 14 ส.ค.60
สาย เอ เมียนม่าร์ – สิงคโปร์  เทศบาลเมืองเซลายัง 15.00 น.
สาย เอ มาเลเซีย – บรูไน  สนามชาห์อลัม 19.45 น.

อังคาร 15 ส.ค.60 
สาย บี อินโดนีเซีย – *ไทย  สนามชาห์อลัม 15.00 น.
สาย บี เวียดนาม – ติมอร์ เลสเต้ เทศบาลเมืองเซลายัง 15.00 น.
สาย บี กัมพูชา – ฟิลิปปินส์  เทศบาลเมืองเซลายัง 19.45 น.

พุธ 16 ส.ค.60
สาย เอ เมียนม่าร์ – ลาว  ยูไอทีเอ็ม สเตเดี้ยม 19.45 น.
สาย เอ  สิงคโปร์ – มาเลเซีย  สนามชาห์อลัม 19.45 น.

พฤหัส 17 ส.ค.60
สาย บี เวียดนาม – กัมพูชา  สนามชาห์อลัม 15.00 น.
สาย บี อินโดนีเซีย – ฟิลิปปินส์ สนามชาห์อลัม 19.45 น.
สาย บี *ไทย – ติมอร์ เลสเต้  เทศบาลเมืองเซลายัง 19.45 น.

ศุกร์ 18 ส.ค.60 
สาย เอ ลาว – สิงคโปร์  เทศบาลเมืองเซลายัง 15.00 น.
สาย เอ บรูไน – เมียนม่าร์  ยูไอทีเอ็ม สเตเดี้ยม 15.00 น.

อาทิตย์ 20 ส.ค.60 
สาย บี ติมอร์ เลสเต้ – อินโดนีเซีย เทศบาลเมืองเซลายัง 15.00 น.
สาย บี *ไทย – กัมพูชา  เทศบาลเมืองเซลายัง 19.45 น.
สาย บี ฟิลิปปินส์ – เวียดนาม  สนามชาห์อลัม 19.45 น.

จันทร์ 21 ส.ค.60 
สาย เอ บรูไน – ลาว  ยูเอ็ม อารีน่า , เคแอล 15.00 น.
สาย เอ มาเลเซีย – เมียนม่าร์  สนามชาห์อลัม 19.45 น.

อังคาร 22 ส.ค.60 
สาย บี ฟิลิปปินส์ – *ไทย เทศบาลเมืองเซลายัง 15.00 น.
สาย บี เวียดนาม – อินโดนีเซีย เทศบาลเมืองเซลายัง 19.45 น.
สาย บี กัมพูชา – ติมอร์ เลสเต้  ยูเอ็ม อารีน่า , เคแอล 19.45 น.

พุธ 23 ส.ค.60 
สาย เอ ลาว – มาเลเซีย  สนามชาห์อลัม  19.45 น.

พฤหัส 24 ส.ค.60 
สาย บี ติมอร์ เลสเต้ – ฟิลิปปินส์ ยูเอ็ม อารีน่า , เคแอล 15.00 น.
สาย บี อินโดนีเซีย – กัมพูชา  สนามชาห์อลัม 15.00 น.
สาย บี *ไทย – เวียดนาม  เทศบาลเมืองเซลายัง 15.00 น.

เสาร์ 26 ส.ค.60
รอบรองฯ ที่1สายสาย เอ – ที่2สายสาย บี  ยังไม่ได้กำหนดสนาม-เวลา

รอบรองฯ ที่1สายสาย บี – ที่2สายสาย เอ  ยังไม่ได้กำหนดสนาม-เวลา

อังคาร 29 ส.ค.60 
ชิงเหรียญทองแดง ยังไม่ได้กำหนดสนาม 15.30 น.
ชิงเหรียญทอง ยังไม่ได้กำหนดสนาม 19.45 น.

โปรแกรมฟุตบอลหญิงซีเกมส์2017ที่ประเทศมาเลเซีย

มี 5 ชาติ มาเลเซีย , ไทย , เวียดนาม , เมียนม่าร์ , ฟิลิปปินส์ แข่งขันแบบพบกันหมดเรียงอันดับตามคะแนน

อังคาร 15 ส.ค.60 
*ไทย – เมียนม่าร์  ยูเอ็ม อารีน่า , เคแอล 15.00 น.
มาเลเซีย – ฟิลิปปินส์  ยูไอทีเอ็ม สเตเดี้ยม 19.45 น.

พฤหัส 17 ส.ค.60 
ฟิลิปปินส์ – เวียดนาม  ยูเอ็ม อารีน่า , เคแอล 15.00 น.
เมียนม่าร์ – มาเลเซีย  ยูไอทีเอ็ม สเตเดี้ยม 19.45 น.

อาทิตย์ 20 ส.ค.60 
เวียดนาม – เมียนม่าร์  ยูเอ็ม อารีน่า , เคแอล 15.00 น.
  *ไทย– มาเลเซีย  ยูไอทีเอ็ม สเตเดี้ยม 19.45 น.

อังคาร 22 ส.ค.60
สาย บี
 ฟิลิปปินส์ – *ไทย เทศบาลเมืองเซลายัง 15.00 น.
สาย บี เวียดนาม – อินโดนีเซีย เทศบาลเมืองเซลายัง 19.45 น.
สาย บี กัมพูชา – ติมอร์ เลสเต้  ยูเอ็ม อารีน่า , เคแอล 19.45 น.

พฤหัส 24 ส.ค.60
 *ไทย – ฟิลิปปินส์  ยูไอทีเอ็ม สเตเดี้ยม 15.00 น.
มาเลเซีย – เวียดนาม   ยูไอทีเอ็ม สเตเดี้ยม 19.45 น.

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : siamsport

 

สมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่ 9 พระราชทานคำขวัญวันแม่ ปี60

20170725074430_l

วันที่ 12 สิงหาคมของทุกปี เป็นวันสำคัญที่คนไทยทุกคนรู้กันดีว่า ตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และถือเป็น “วันแม่แห่งชาติ” ของประเทศไทยที่ทุกคนให้ความสำคัญ ซึ่งนับตั้งแต่วันแม่แห่งชาติเมื่อปี 2544 เป็นต้นมา ก็จะมีการตั้งคำขวัญประจำวันแม่แห่งชาติ เพื่อให้ลูก ๆ ทุกคนได้แสดงความกตัญญูกตเวทิตาต่อมารดา
และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง ที่วันแม่แห่งชาติ ตั้งแต่ปี 2552 เป็นต้นมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติแก่สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อจะนำไปเผยแพร่เทิดพระคุณแม่ทั่วประเทศ

ส่วนคำขวัญวันแม่แห่งชาติประจำปีต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้

คําขวัญวันแม่ 2560

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2560 เพื่ออัญเชิญลงหนังสือวันแม่แห่งชาติ ปี 2560 ของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดังนี้..

“สอนให้ลูก เรียนรู้ สู้ปัญหา

พัฒนา ด้วยตน จนเติบใหญ่

เพราะคนแกร่ง จะก้าว ได้ยาวไกล

เพื่อมาเป็น กำลังไทย ให้แข็งแรง”

คําขวัญวันแม่ 2559

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2559 ความว่า

          “สอนให้ลูกทั้งหลายเดินสายกลาง ทำทุกอย่างพอดีมีเหตุผล ประกอบด้วยคุณธรรมนำทางตน ย่อมได้คนดีพอต่อบ้านเมือง”

คำขวัญวันแม่ 2558

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2558 ความว่า
“ดินและน้ำ ลมและฟ้า ป่าและเขา รวมกันเข้าคือทรัพย์สินแผ่นดินแม่ ฝากลูกไทยรวมใจภักดิ์รักดูแล เพื่อมอบแก่หลานเหลนไทยไปชั่วกาล”

คำขวัญวันแม่ 2557
          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2557 ความว่า

          “รักเรียน รู้งาน ถนอมบ้านเมืองไทย ร่วมใจสามัคคี คือลูกที่ดีของแม่”
คำขวัญวันแม่ 2556

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2556 ความว่า

         “คำโบราณว่าดูนางดูอย่างแม่ คือคำแปลว่าแม่ดีมีลูกเด่น จะชายหญิงรู้ชั่วดีมีกฎเกณฑ์ เพราะจัดเจนแบบอย่างในทางดี”

คำขวัญวันแม่ 2555

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2555 ความว่า

“มือของแม่นั้น คือ มือช่างปั้น ขึ้นรูปอันอ่อนลออจนหล่อเหลา อยากให้เป็นงานดีที่งามเงา อยู่ที่คอยขัดเกลาแต่เบามือ”

คำขวัญวันแม่ 2554

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2554 ความว่า

          “เพลงชาติไทยเตือนไทยไว้เช้าค่ำ ให้จดจำจารึกใจไว้ทุกส่วน จะดำรงคงไทยได้ทั้งมวล ด้วยไทยล้วนหมายรักสามัคคี”  

คำขวัญวันแม่ 2553
 
          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2553 ความว่า

“แผ่นดินนี้แม่ของลูกใช้ปลูกข้าว กี่แสนก้าวที่เดินซ้ำย่ำหว่านไถ บำรุงดินจนอุดมสมดังใจ หวังนาไทยเป็นของไทยไปนิรันดร์”

คำขวัญวันแม่ 2552

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2552 ความว่า

“แผ่นดินนี้ปู่ย่าตายายสร้าง  เคยทอดร่างลงถมถิ่นแผ่นดินแม่ ขอลูกไทยรักษามั่นไม่ผันแปร   เป็นไทยแท้มิใช่ไทยแต่ในนาม”

คำขวัญวันแม่ 2551

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2551 ความว่า

“เมื่อเกิดมาอาศัยถิ่นแผ่นดินไหน ควรมีใจกตัญญูรู้คุณถิ่น หากคนไทยรู้ตอบแทนคุณแผ่นดิน จักไม่มีวันสิ้นแผ่นดินไทย”

คำขวัญวันแม่ 2550

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2550 ความว่า

“ข้าวในนาปลาในน้ำคำโบราณ คือตำนานความอุดมสมบูรณ์สิน ฝากลูกไทยร่วมห่วงแหนรักแผ่นดิน ถนอมไว้อย่าให้สิ้นแผ่นดินไทย”

คำขวัญวันแม่ 2549

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2549 ความว่า

“รักในหลวงพร้อมใจใส่เสื้อเหลือง รักบ้านเมืองจงน้อมใจให้สร้างสรรค์ ใส่สีเดียวแล้วใจเดียวกลมเกลียวกัน รักเช่นนั้นชาติของตนจึงพ้นภัย”

คำขวัญวันแม่ 2548

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2548 ความว่า

“ดุจดังแม่ผู้ประเสริฐบังเกิดเกล้า เลี้ยงเราทุกคนมาจนใหญ่ ทุกคำข้าวคือสินแผ่นดินไทย ควรตรองใจทดแทนคุณแผ่นดิน”

คำขวัญวันแม่ 2547

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2547 ความว่า

          “เลี้ยงลูกมาอย่างน้อยเจ็ดร้อยปี ให้อยู่ดีกินดีมีสุขถ้วน  แม้มีใจกตัญญูรู้การควร ไทยทั้งมวลจงตอบแทนคุณแผ่นดิน”

          และ

          “แผ่นดินไทยให้ชีวิตจิตวิญญาณ เลี้ยงสังขารลูกไทยจนใหญ่กล้า เทียบพระคุณของท่านคือมารดา จงรักษาและทดแทนคุณแผ่นดิน”

          สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ประทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติปีนี้ความว่า

“แม่คือผู้ให้ ให้โดยไม่หวังผลตอบแทนใดใด นอกจากความรักความเข้าใจจากลูก”

          พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ประทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติปีนี้ความว่า

         “แม่ไม่อาจอยู่กับลูกได้ชั่วชีวิต ควรสอนให้เขารู้จักคิดและเลือกปฏิบัติในทางที่ถูกต้อง”

คำขวัญวันแม่ 2546
          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2546 ความว่า

“สามร้อยหกสิบห้าวันคือวันแม่  มิใช่แค่วันใดให้นึกถึง สม่ำเสมอสมัครจิตคิดคำนึง เหมือนแม่ซึ่งรักลูกครบทุกวัน”

คำขวัญวันแม่ 2545

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2545 ความว่า

“แม่คือพระประจำอยู่ในบ้าน  บูชาท่านไว้เถิดเกิดมิ่งขวัญ พระคุณแม่เลิศล้ำเกินรำพัน แม่จึงเป็นคนสำคัญทุกวันไป”

คำขวัญวันแม่ 2544

          สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี 2544 ความว่า

“พระองค์แรกผู้แสนดีให้ชีวิต  ครูคนแรกผู้ประสิทธิ์การศึกษา สองหัตถ์โอบนคราพาร่มเย็น รวมคุณค่านี้ได้แก่แม่เราเอง”

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก
สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง

 

กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 เมืองที่ท่องเที่ยวระยะยาว ใช้งบถูกที่สุด

14080019_546934378831731_6902648418917102422_n

กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 เมืองที่ท่องเที่ยวในระยะเวลานานโดยใช้งบประมาณถูกที่สุด เฉลี่ยทั้งสิ้นอยู่ที่ 316.93 ปอนด์ หรือประมาณ 13,700 บาท

เว็บไซต์มิเรอร์ของอังกฤษ ได้เผยแพร่การจัดอันดับราคาค่าใช้จ่ายระยะยาวในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกที่มีการสำรวจไว้ โดยพิจารณาจากค่าใช้จ่ายที่สำคัญในการท่องเที่ยวทั้งหมด 11 รายการ คือ ค่าอาหารเครื่องดื่ม, ค่าเยี่ยมชม, ค่าเดินทาง และค่าที่พักระยะเวลา 3 คืน

ซึ่งผลสำรวจระบุว่า กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ได้อันดับ 1 เมืองที่สามารถท่องเที่ยวในระยะเวลานาน โดยใช้งบประมาณถูกที่สุดแค่ 316.93 ปอนด์ หรือประมาณ 13,700 บาท สำหรับค่าที่พักโดดเด่นที่สุด โดยใช้งบประมาณในการท่องเที่ยวถูกกว่าอันดับที่ 2 อย่างกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น มากถึง 100 ปอนด์ (ราว 4,300 บาท)

ทั้งนี้ กรุงเทพฯ ถือว่าเป็นเมืองที่หาโรงแรมราคาถูกได้อย่างง่าย ซึ่งมีโรงแรมที่สามารถเข้าพักได้ในราคาแค่คืนละ 6 ปอนด์ (ราว 260 บาท)

ต่อมาอันดับ 2 เป็นกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น , อันดับ 3 กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน , อันดับ 4 นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ , อันดับ 5 เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ , อันดับ 6 สิงคโปร์ , อันดับ 7 วอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐฯ , อันดับ 8 เมืองโทรอนโต ประเทศดคนาดา , อันดับ 9 นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ และอันดับ 10 นครบอสตัน สหรัฐฯ

ขอบคุณข้อมูลจาก : news.mthai.com

ททท. ชง เที่ยวไทยลดหย่อนภาษีสูงสุด 5 หมื่นบาท ดึงคนเที่ยวเมืองรอง

7314290908_f6138189c5_o

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เดินหน้าโครงการ “เที่ยวทั่วไทย ไปถึงถิ่น” เตรียมเสนอคลัง พิจารณามาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวแบบขั้นบันได สูงสุด 50,000 บาท กระตุ้นการใช้จ่ายช่วงปลายปี

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ออกมาเปิดเผยถึงผลการประชุมร่วมกับภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา  ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับแนวทางกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ผ่านมาตรการลดหย่อนภาษี และมาตรการทางการตลาด ด้วยการจัดโครงการ “เที่ยวทั่วไทย ไปถึงถิ่น” เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวเกิดการใช้จ่ายในท้องถิ่น และกระจายตัวไปยังเมืองรองอื่น ๆ โดยจะเริ่มดำเนินการในช่วงไตรมาส 4 คือ ตั้งแต่ตุลาคม-ธันวาคม 2560

โดยมาตรการทางภาษี จะให้ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายด้านท่องเที่ยว นำไปหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งจะนำนโยบายดังกล่าวหารือกับกระทรวงการคลัง ในวันที่ 10 สิงหาคมนี้ เพื่อขออนุมัติจากทางกระทรวงการคลัง โดยเบื้องต้นจะมีการกำหนดมาตรการเป็นแบบขั้นบันได แบ่งตามโซนจังหวัด ดังนี้

โซนที่ 1 เมืองท่องเที่ยวหลัก 14 จังหวัด วงเงินลดหย่อนภาษี 15,000 บาท

เป็นเมืองยอดนิยมในการท่องเที่ยวอยู่แล้ว ประกอบด้วย กรุงเทพฯ, นครราชสีมา, กาญจนบุรี, ชลบุรี, เชียงใหม่, ระยอง, เพชรบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ขอนแก่น, สงขลา, ประจวบคีรีขันธ์, สระบุรี, ภูเก็ต และนครปฐม

โซนที่ 2 เมืองต้องห้ามพลาด 12 จังหวัด วงเงินลดหย่อนภาษี 30,000 บาท

ประกอบด้วย ลำปาง, น่าน, เพชรบูรณ์, เลย, บุรีรัมย์, จันทบุรี, ตราด, สมุทรสงคราม, ราชบุรี, ชุมพร, นครศรีธรรมราช และตรัง

โซนที่ 3 จังหวัดอื่น ๆ ที่เหลืออีก 51 จังหวัด วงเงินหักลดหย่อนภาษี 50,000 บาท

สำหรับค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวที่นำมาลดหย่อนได้ ประกอบด้วย ค่าที่พัก ค่าบริการนำเที่ยว ค่าอาหารและเครื่องดื่ม และค่าซื้อสินค้าของที่ระลึกที่ทะเบียนถูกต้องและออกไปกำกับภาษีได้ โดยตั้งเป้าจะช่วยเพิ่มรายได้การท่องเที่ยวในประเทศ ในช่วงปลายปีได้ประมาณ 10-15%

 

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : news.mthai.com

จับจริง! รถป้ายแดงต้องจดทะเบียนใน 60 วัน ไม่ทำตามปรับสูงสุด 1 หมื่นบาท

CiHZjUdJ5HPNXJ92GO1DCOaQDFfdEMeQdZ

กรมการขนส่งทางบกร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมจับปรับรถส่วนบุคคลป้ายแดงที่ไม่จดทะเบียนภายใน 60 วัน มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

    นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กรมการขนส่งเปิดเผยเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมาว่า รถใหม่ที่ซื้อและรับรถระหว่างเดือนตุลาคม – 31 ธันวาคม 2560 จะต้องดำเนินการจดทะเบียนภายใน 60 วัน มิเช่นนั้นจะมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ฐานใช้รถโดยไม่จดทะเบียน มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท และอาจส่งผลกระทบแก่เจ้าของรถกรณีที่รถถูกโจรกรรมซึ่งจะยากต่อการติดตามตรวจสอบ

 นอกจากนั้น ขนส่งฯยังมีนโยบายเพิ่มความเข้มงวดในอนาคต โดยผู้ที่ซื้อและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป จะต้องจดทะเบียนให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วันนับแต่รับรถ มิเช่นนั้นจะมีโทษปรับตั้งแต่ 1,000 บาท และสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท

    ไม่เพียงเท่านั้น หากตรวจสอบพบว่าเป็นการใช้ป้ายแดงปลอม จะมีความผิดตามกฎหมายอาญาเข้าข่ายความผิดฐานใช้เอกสารทางราชการปลอม ซึ่งมีโทษถึงขั้นจำคุก ตั้งแต่ 6 เดือน – 5 ปี ปรับตั้งแต่ 1,000 – 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยป้ายแดงที่ถูกกฎหมายดูที่ตัวแผ่นป้ายแดงต้องมีตัวย่อนูน ขส ที่มุมด้านล่างขวามีลายน้ำตราเครื่องหมายราชการกรมการขนส่งทางบก

    ทั้งนี้ ปัจจุบันการจดทะเบียนรถใหม่สามารถดำเนินการเสร็จสิ้นได้ภายใน 1 วันเท่านั้น

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : sanook.com

 

สดร.เผย 8 สิงหาคม เกิดจันทรุปราคาบางส่วน พร้อมชวนชมฝนดาวตกคืนวันแม่

cats-2

สดร. เผย 2 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตาม เช้า 8 สิงหาคม เกิดจันทรุปราคาบางส่วน คืน 12 สิงหาคม ชมฝนดาวตกวันแม่

นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. เปิดเผยว่า ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2560 มีปราฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าติดตาม ได้แก่ ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน เช้ามืดวันที่ 8 สิงหาคม ตั้งแต่เวลาประมาณ 00.23-02.18 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เกิดจากดวงจันทร์เคลื่อนผ่านเข้าไปในเงามืดของโลกบางส่วน ทำให้มองเห็นดวงจันทร์เต็มดวงมีลักษณะเว้าแหว่ง สามารถสังเกตได้ในยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย แอฟริกา ทางตะวันออกในอเมริกาใต้ มหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย และแอนตาร์กติกา สำหรับประเทศไทยสามารถสังเกตเห็นได้ทั่วประเทศ

Partial-Lunar-Eclipse-1-ม.ค.-53

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน วันที่ 1 มกราคม 2553

ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 22:51 น. ของวันที่ 7 สิงหาคม ดวงจันทร์เข้าสู่เงามัวของโลก เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว แสงสว่างของดวงจันทร์จะลดลงเล็กน้อย สังเกตด้วยตาเปล่าได้ค่อนข้างยาก จนกระทั่งเวลาประมาณ 00:23 น. ของวันที่ 8 สิงหาคม ดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดของโลก เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน จะสังเกตเห็นดวงจันทร์เต็มดวง เว้าแหว่งไปทีละน้อย เงาโลกบังมากที่สุดประมาณร้อยละ 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงจันทร์ ในเวลาประมาณ 01.21 น. จนสิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนในเวลาประมาณ 02.19 น. ดวงจันทร์จะกลับมาปรากฏเต็มดวง รวมเกิดจันทรุปราคาบางส่วนนานเกือบ 2 ชั่วโมง

จากนั้นดวงจันทร์เข้าสู่เงามัวของโลกอีกครั้ง และสิ้นสุดปรากฏการณ์โดยสมบูรณ์ในเวลาประมาณ 03:52 น. ปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนในครั้งนี้ เริ่มตั้งแต่เวลาประมาณ 22:51 น. ของวันที่ 7 สิงหาคม ดวงจันทร์เข้าสู่เงามัวของโลก เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาเงามัว แสงสว่างของดวงจันทร์จะลดลงเล็กน้อย สังเกตด้วยตาเปล่าได้ค่อนข้างยาก จนกระทั่งเวลาประมาณ 00:23 น. ของวันที่ 8 สิงหาคม ดวงจันทร์เข้าสู่เงามืดของโลก

เกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน จะสังเกตเห็นดวงจันทร์เต็มดวง เว้าแหว่งไปทีละน้อย เงาโลกบังมากที่สุดประมาณร้อยละ 25 ของเส้นผ่านศูนย์กลางดวงจันทร์ ในเวลาประมาณ 01.21 น. จนสิ้นสุดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วนในเวลาประมาณ 02.19 น. ดวงจันทร์จะกลับมาปรากฏเต็มดวง รวมเกิดจันทรุปราคาบางส่วนนานเกือบ 2 ชั่วโมง จากนั้นดวงจันทร์เข้าสู่เงามัวของโลกอีกครั้ง และสิ้นสุดปรากฏการณ์โดยสมบูรณ์ในเวลาประมาณ 03:52 น.

นายศุภฤกษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์จันทรุปราคาเกิดจากดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน มีโลกอยู่กลางระหว่างดวงดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์ หากดวงจันทร์โคจรเข้าไปในเงามืดของโลกแค่บางส่วน เรียกว่า “จันทรุปราคาบางส่วน” หากดวงจันทร์โคจรเข้าไปอยู่ในเงามืดของโลกทั้งดวง เรียกว่า “จันทร์ทรุปราคาเต็มดวง” ปรากฏการณ์จันทรุปราคาครั้งต่อไป จะเกิดขึ้นในวันที่ 31 มกราคม 2561 ซึ่งเป็นจันทรุปราคาแบบเต็มดวงและสามารถสังเกตเห็นได้ในประเทศไทย

Lunar-Eclipse-info

Partial-Lunar-Eclipse-8-ส.ค.-60

ภาพจำลองการลำดับเวลาการเกิดปรากฏการณ์จันทรุปราคาบางส่วน วันที่ 7-8 สิงหาคม 2560

และอีกหนึ่งปรากฏการณ์ที่น่าติดตาม คือ ปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ หรือมักเรียกว่า ฝนดาวตกวันแม่ ในคืนวันที่ 12 สิงหาคม จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 13 สิงหาคม คาดการณ์ว่าจะมีอัตราการตกสูงสุดประมาณ 100 ดวงต่อชั่วโมง มีศูนย์กลางการกระจายอยู่บริเวณกลุ่มดาวเพอร์เซอุส บนท้องฟ้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ สังเกตได้ด้วยตาเปล่า แต่เนื่องจากในวันดังกล่าวมีแสงจันทร์รบกวน ประกอบกับประเทศไทยอยู่ในช่วงฤดูฝนอาจทำให้สภาพท้องฟ้าไม่เอื้อต่อการสังเกตการณ์ฝนดาวตกมากนัก

Perseids-13-Aug-2015-By-Matipol

ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ วันที่ 13 สิงหาคม 2558 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา

ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์เกิดจากเศษฝุ่นละอองที่ดาวหางสวิฟท์-ทัตเทิล (109P/Swift-Tuttle) เหลือทิ้งไว้ในวงโคจรเมื่อ 25 ปีก่อน เมื่อโลกโคจรตัดผ่านเข้าไปในบริเวณที่มีเศษฝุ่นดังกล่าว จะดึงดูดเศษฝุ่นเหล่านี้เข้ามาในชั้นบรรยากาศ เกิดการลุกไหม้ เป็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างเป็นอันดับสองรองจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ มีสีสันสวยงาม สามารถสังเกตเห็นได้ในช่วงระหว่างวันที่ 17 กรกฏาคม – 24 สิงหาคมของทุกปี ประมาณวันที่ 12 – 13 สิงหาคม จะเป็นช่วงที่เกิดฝนดาวตกมากที่สุด นายศุภฤกษ์กล่าว

Stallarium-Perseids-13-Aug-2017

ภาพจำลองการเกิดฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ วันที่ 13 สิงหาคม 2560 เวลา 02:00 น. ศูนย์กลางการกระจายอยู่ที่บริเวณกลุ่มดาวเพอร์เซอุส

comet

ภาพโลกโคจรเข้าไปในสายธารของสะเก็ดดาว ซึ่งดาวหางสวิฟท์- ทัตเทิล ได้เหลือทิ้งไว้ หลังจากที่มาเยือน ระบบสุริยะชั้นใน ซึ่งครั้งล่าสุดที่ดาวหางดวงนี้เข้ามาใกล้คือ ปี ค.ศ. 1992 (ภาพโดย Bob King :http://astrobob.areavoices.com )

นายศุภฤกษ์ กล่าวต่อว่า เนื่องจากในช่วงนี้พื้นประเทศไทยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงฤดูฝน จึงต้องลุ้นกับสภาพอากาศซึ่งไม่เอื้ออำนวยต่อการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ ยกเว้นบริเวณภาคใต้ตอนล่างซึ่งฝนตกค่อนข้างน้อย จึงนับเป็นโอกาสดีสำหรับของชาวใต้ที่จะได้ชื่นชมความสวยงามของฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ได้ดีกว่าภูมิภาคอื่น

ทั้งนี้ สดร. โดยหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา สงขลา จัดกิจกรรมเปิดฟ้า..ตามหาดาว ครั้งที่ 2 ชวนชมฝนดาวตกเพอร์เซอิด พร้อมตั้งกล้องโทรทรรศน์ส่องวัตถุท้องฟ้าที่น่าสนใจ อาทิ ดาวเสาร์ ดาวพฤหัสบดี บริเวณศาลาไทย หาดสมิหลา เทศบาลสงขลา จังหวัดสงขลา ในคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2560 ตั้งแต่เวลา 17:00-24:00 น. เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมฟรี !! ไม่มีค่าใช้จ่าย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 074-300868

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : news.mthai.com