สัตวแพทย์ แนะสัญญาณเสี่ยง-วิธีป้องกัน เหตุสุนัขกัดเด็ก

01654

“สัตวแพทย์” แนะดูพฤติกรรมสุนัข ป้องกันเหตุเด็กถูกรุมกัด พร้อมชี้ผู้ปกครองต้องช่วยดู และเจ้าของสุนัขต้องเข้าใจนิสัยสัตว์เลี้ยง

นายสัตวแพทย์ณัฏฐ์ธิติ วิไลรัตน์ ประจำโรงพยาบาลสัตว์ แห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ข้อมูลการสังเกตพฤติกรรมของสุนัข หรือข้อควรระวัง เพื่อป้องกันเด็กถูกสุนัขรุมกัด ว่าสุนัขก็เหมือนเด็กหรือคน ที่มีนิสัยก้าวร้าว, รุนแรง เป็นพฤติกรรมในบางตัวที่เกิดจากประสบการณ์ และการบ่มเพาะเลี้ยงดู ทั้งสุนัขในเลี้ยง หรือสุนัขจรจัด

โดยเฉพาะสุนัขที่มีนิสัยก้าวร้าว จะมองเด็กเหมือนเป็นเหยื่อที่อ่อนแอ ประกอบกับสัญชาตญาณไล่ล่าสูง หรือมีความรู้สึกอยากวางอำนาจเหนือเด็ก จึงเข้าจู่โจมเด็กเล็กเพราะคิดว่าเป็นเหยื่อให้ไล่ล่าได้ง่าย อีกทั้งหากเด็กมีพฤติกรรมวิ่งวุ่น-กรี๊ดกร๊าด, วิ่งไล่จับ, วิ่งหนี หรือวิ่งให้สุนัขไล่ ก็ยิ่งเป็นตัวกระตุ้นสัญชาตญาณการไล่ล่า หรือแสดงพฤติกรรมที่ไม่ดี เช่น เห่า, กระโจนเข้าใส่ และกัด เนื่องจากสุนัขบางตัวมีพื้นฐานตื่นตัวง่าย

ในส่วนของสุนัขพันธุ์เล็ก เช่น พุดเดิ้ล ก็สามารถแสดงความก้าวร้าว หากเจ้าของเลี้ยงดู โดยปล่อยให้แสดงตัวเป็น “จ่าฝูง” ในบ้าน ซึ่งมักมีพฤติกรรมดุเมื่ออยู่กับเจ้าของ แต่จะหงอยเมื่ออยู่ตัวเดียว หรืออยู่นอกบ้าน หรือหากสุนัขมีพฤติกรรมแสดงความหวงถิ่น, หวงข้าวของ ก็อาจเห่า หรือกระโจนเข้าใส่คนได้

12314

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ พ่อ-แม่ผู้ปกครอง ต้องช่วยสังเกตสัตว์เลี้ยงในชุมชน หากตัวใดมีพฤติกรรมก้าวร้าว ต้องให้เด็กเลี่ยงเข้าใกล้ รวมทั้งห้ามไม่ให้เด็กไปแกล้ง ไปกระตุ้นให้ตื่นกลัว หรือทำให้สุนัขแสดงสัญชาตญาณนักล่า อีกทั้งต้องสอนให้เด็กรู้ว่า ควรทำตัวอย่างไรเมื่ออยู่ใกล้สุนัข เพื่อจะได้ไม่ถูกกัด ขณะเดียวกัน เจ้าของสุนัขต้องเข้าใจนิสัยสัตว์เลี้ยงของตัวเองด้วย

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://news.mthai.com

 

ไขข้อสงสัย ทำไมต้องชื่อพายุไต้ฝุ่น “มังคุด” ทั้งที่แทบไม่เฉียดเข้าไทย ?

สงสัยกันหรือไม่ ทำไมต้องตั้งชื่อพายุไต้ฝุ่นเป็นชื่อผลไม้ไทยอย่าง ไต้ฝุ่นมังคุด เพราะคณะกรรมการไต้ฝุ่นที่มีประเทศไทยเป็นสมาชิกช่วยกันตั้งชื่อ

1180285921

ภาพจาก Matt Leung/Shutterstock.com

หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมช่วงหลังมานี้มีการเรียกชื่อพายุหมุนเขตร้อนด้วยชื่อผลไม้ไทยอย่าง ขนุน, มังคุด ทั้ง ๆ ที่พายุเหล่านั้นแทบจะไม่มาถล่มประเทศไทยเต็ม ๆ เลยก็ตาม โดยเรื่องนี้มีที่มาที่ไป

เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 17 กันยายน 2561 เว็บไซต์เวิร์คพอยท์นิวส์ รายงานว่า การตั้งชื่อพายุหมุนในเขตร้อนนั้น มาจากสมาชิกทั้ง 14 รายของ คณะกรรมการไต้ฝุ่น (WMO Typhoon Committee) ซึ่งไทยเป็นสมาชิกอยู่ด้วย จะเสนอรายชื่อไต้ฝุ่นรายละ 10 ชื่อ เพื่อเป็นฐานรายชื่อในการนำไปตั้งชื่อพายุ

โดยสมาชิกทั้ง 14 ราย ได้เสนอรายชื่อพายุรายละ 10 ชื่อ รวมเป็น 140 ชื่อ ซึ่งถูกแบ่งเป็น 5 กลุ่ม จะมีการนำไปตั้งชื่อพายุหมุนในเขตร้อนไล่เรียงกันไปตามลำดับ สำหรับชื่อพายุที่ไทยนำเสนอทั้งหมด 10 ชื่อ ประกอบด้วย พระพิรุณ มังคุด วิภา บัวลอย เมขลา อัสนี นิดา ชบา กุหลาบ และ ขนุน

473969500

 สำหรับชื่อพายุหมุนเขตร้อนทั้งหมดนั้น ได้จัดทำตารางชื่อพายุ พร้อมความหมาย และที่มาของประเทศเจ้าของชื่อต่าง ๆ ดูได้ทางทางเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา 

Strong winds carry debris in the air as a storm surge floods the village of Lei Yu Mun during Super Typhoon Mangkhut in Hong Kong on September 16, 2018. / AFP PHOTO / Anthony WALLACE

ภาพจาก Anthony WALLACE/AFP

This photo by Taiwan agency CNA Photo taken and released on September 15, 2018 shows shows seawater being sucked into the air in Taitung county, eastern Taiwan, as Super Typhoon Mangkhut approached waters near southern Taiwan. / AFP PHOTO / CNA PHOTO / CNA PHOTO / - Taiwan OUT - China OUT - Macau OUT - Hong Kong OUT / RESTRICTED TO EDITORIAL USE - MANDATORY CREDIT "AFP PHOTO /CNA" - NO MARKETING NO ADVERTISING CAMPAIGNS - DISTRIBUTED AS A SERVICE TO CLIENTS

 ภาพจาก AFP PHOTO/CNA

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาworkpointnews

 

 

 

 

อุตุฯ ประกาศเตือน 2 พายุ “บารีจัต-มังคุด” ทำให้ไทยมีฝนตกหนัก-เสี่ยงน้ำท่วม

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvMTUwMC83NTAzMTAyLzQuanBn

เตรียมร่มให้พร้อม! “พายุบารีจัต” และ “พายุไต้ฝุ่นมังคุด” จะส่งผลให้ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาคเหนือ-อีสานจะมีตกหนัก

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา พายุ “บารีจัต” (BARIJAT)” ฉบับที่ 4  พายุโซนร้อนบารีจัตบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 20.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง ประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

คาดว่า พายุนี้จะเคลื่อนผ่านเกาะฮ่องกง และเกาะไหหลำ ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 13-14 กันยายน 2561 ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้นโดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

พายุไต้ฝุ่น “มังคุด” (MANGKHUT) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกมีแนวโน้มการเคลื่อนตัวผ่านเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ และเกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 14-15 กันยายน 2561 หลังจากนั้นจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 16-18 กันยายน 2561 ตามลำดับ

ซึ่งจะส่งผลให้มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่รับลมมรสุมด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง รวมถึงดินโคลนถล่ม

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 13-18 กันยายน 2561 ไว้ด้วย

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือ สายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

1536713008_33188_640_aahiec9a

 

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : https://www.sanook.com

 

 

สดร. เผยภาพ ‘ดาวหางจี-แซด’ เข้าใกล้โลกที่สุด

1536679348291

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เผยภาพ “ดาวหางจี-แซด” เข้าใกล้โลกที่สุด เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 61

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผยภาพ “ดาวหางจี-แซด” บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์ควบคุมระยะไกลอัตโนมัติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ณ หอดูดาวเซียรารีโมท รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561 มองเห็นนิวเคลียส โคมาและหางฝุ่นของดาวหางอย่างชัดเจน

ภาพ “ดาวหางจี-แซด” (21P/Giacobini-Zinner หรือ G-Z) บันทึกโดยกล้องโทรทรรศน์ควบคุมระยะไกลอัตโนมัติ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.7 เมตร ของ สดร. ติดตั้ง ณ หอดูดาวเซียรารีโมท รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2561 เวลาประมาณ 17.55 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ก่อนเข้าใกล้โลกและดวงอาทิตย์มากที่สุดเวลาประมาณ 00.15 น. ในคืนเดียวกัน ปรากฏทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณกลุ่มดาวสารถี  มีค่าความสว่างปรากฏสูงสุดประมาณแมกนิจูด 7 จึงมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เพราะความสว่างปรากฏของวัตถุท้องฟ้าที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่ามีค่าประมาณแมกนิจูด 6 ลงไป

 

ดาวหางจี-แซด-สดร.-768x768

หากใช้กล้องสองตาและกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กกำลังขยายตั้งแต่ 7 เท่าขึ้นไปช่วยสังเกตการณ์จะเห็นชัดเจนขึ้น ดาวหางจี-แซดจะค่อย ๆ เคลื่อนมาทางทิศตะวันออก เข้าสู่บริเวณกลุ่มดาวคนคู่   และปรากฏให้สังเกตการณ์จนถึงสิ้นเดือนกันยายน ที่น่าติดตามคือดาวหางจะเคลื่อนเข้าใกล้กระจุกดาวเปิด M35 หลังเที่ยงคืนของวันที่ 15 กันยายน 2561 เวลาประมาณ 00.30 น. เป็นต้นไป สังเกตการณ์ได้จนถึงรุ่งเช้า

ดาวหางจี-แซด (21P/Giacobini-Zinner หรือ G-Z) เป็นดาวหางคาบสั้น มีคาบการโคจรประมาณ 6.5 ปี ครั้งล่าสุดโคจรมาใกล้โลกเมื่อปี 2555 และจะโคจรกลับมาเข้าใกล้โลกอีกครั้งในปี 2568 แต่ความสว่างปรากฏอาจลดลง เนื่องจากสูญเสียมวลสารเมื่อได้รับรังสีจากดวงอาทิตย์จนมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://news.mthai.com

 

กรมอุตุฯ เตือนประชาชน หลายพื้นที่ทั่วไทยจะมีฝนตกมากขึ้น

ประกาศเตือน ทั่วไทยจะมีฝนมากขึ้น ฝนตกหนัก ลมกระโชกแรง อาจจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ได้ในหลายพื้นที่

กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานพยากรณ์อากาศประจำวันที่ 8 ก.ย.2561 ระบุว่า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยมีฟ้าคะนองกับมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนัก และฝนตกสะสม ซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ส่วนชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังไว้ด้วย

ทั้งนี้พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนัก และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยาเผยข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 8-10 กันยายน 2561 บริเวณประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยจะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงในระยะแรก กับมีฝนตกหนักบางพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มไว้ด้วย

ส่วนในช่วงวันที่ 11 – 13 ก.ย. 61 ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนลดลง ส่วนภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์วันนี้
06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนัก และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก และเพชรบูรณ์

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนัก และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ขอนแก่น ชัยภูมิ ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนัก และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี ชัยนาท นครสวรรค์ สิงห์บุรี อ่างทอง ลพบุรี และสระบุรี

อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนัก และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ระยอง จันทบุรี และตราด

อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี

อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียสอุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต

อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

3 อำเภอในจังหวัดเชียงรายริมแม่น้ำโขง เสี่ยงน้ำเอ่อล้นตลิ่ง

5-2-2

เตือน 3 อำเภอในจังหวัดเชียงรายริมแม่น้ำโขง เตรียมรับมือน้ำเอ่อล้นตลิ่ง

วันนี้(6 ก.ย.) นายอำนาจ เจิมแหล่ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงราย เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำโขงในพื้นที่ว่า จากการที่ได้เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำโขง ของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเชียงราย พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขามีระดับที่สูงขึ้นพร้อมกับมีกระแสน้ำที่แรงขึ้นด้วย

โดยเฉพาะในบริเวณปากแม่น้ำ เขต อ.เชียงแสน อ.เชียงของ และ อ.เวียงแก่น ขอให้ประชาชนที่อยู่บริเวณริมน้ำโขง ปากแม่น้ำกก ปากแม่น้ำรวก ปากแม่น้ำคำ และปากแม่น้ำอิง เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เพื่อไม่ให้ได้รับความเสียหายกับชีวิตและทรัพย์สินของมีค่า

ทั้งนี้ ระดับแม่น้ำโขงที่สถานีเชียงแสน อยู่ที่ 7.4 เมตร นอกจากนี้ ในกระแสน้ำดังกล่าวยังมีท่อนไม้ และเศษสวะลอยปนมาด้วย จึงขอให้คนเดินเรือทุกลำให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเตรียมความพร้อมของอุปกรณ์ประจำเรือ ประจำท่าเรือ ให้พร้อมใช้อยู่เสมอ หรือหากมีฝนฟ้าคะนอง หรือลมกรรโชกแรงควรงดออกเรือในทันที

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://news.mthai.com

รัฐบาลพร้อมแล้ว จัดงานเลี้ยงทีมช่วยเหลือ 13 หมูป่า

3424

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมการซักซ้อมเสมือนจริงในทุกๆ ขั้นตอน และทุกแผนงาน เพื่อความพร้อมงานเลี้ยงขอบคุณ ภารกิจช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่า อะคาเดมี

ช่วงเย็นวานนี้(5 ก.ย.) นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้าตรวจเยี่ยมการซักซ้อมเสมือนจริง การจัดงานเลี้ยงผู้ช่วยเหลือทีมฟุตบอล หมูป่า อะคาเดมี่ ออกจากวนอุทยานถ้ำหลวง -ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ภายใต้ชื่องาน “ยูไนเต็ดแอสวัน รวมใจเป็นหนึ่งเดียว” ที่จะมีขึ้นในเวลา 18 นาฬิกา วันนี้ (6 ก.ย.) ที่บริเวณพระลานพระราชวังดุสิต

ตั้งแต่พิธีรับพระราชทานพระราชกระแสทรงขอบใจ เบื้องหน้าฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว การซักซ้อมการแสดงบนเวทีที่เตรียมไว้ ตลอดจนการจัดเตรียมสถานที่ จุดบริการทางการแพทย์ การรักษาความปลอดภัย และการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ตลอดจนแผนรองรับการจราจร โดยคาดว่าจะมีผู้ร่วมงานทั้งที่เป็นแขก และเจ้าหน้าที่ทั้งหมดประมาณ 1 หมื่นคน

ขณะที่ตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ ชาวบ้าน เกษตรกร และหน่วยงานต่างๆ ที่ตอบรับร่วมงานเลี้ยงขอบคุณ ภารกิจช่วยเหลือทีมฟุตบอลหมูป่า ได้เริ่มทยอยเดินทางเข้ากรุงเทพมหานครแล้ว โดยชาวบ้านในตำบลบ้านด้าย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ที่เคยเป็นจิตอาสา และเกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากการระบายน้ำจากถ้ำหลวงฯ บอกว่า ตื่นเต้นที่จะได้ร่วมงานในครั้งนี้ และดีใจที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของงานเลี้ยงครั้งนี้

455523

ขณะที่ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึง การเตรียมความพร้อมเรื่องการจัดระเบียบต่างๆ ภายในงานเลี้ยงขอบคุณทีมช่วยเหลือ 13 หมูป่า ว่าได้สั่งให้ พลตำรวจโทชาญเทพ เสสะเวช ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลความเรียบร้อยทั้งหมด โดยส่วนตัวคงจะเดินทางไปร่วมงานนี้ด้วย ทั้งนี้ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนถ้าไม่มีความจำเป็น ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

ทั้งนี้ นพ.ดร.ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์และนักดำน้ำ ชาวออสเตรเลียที่ช่วยเหลือทีมหมูป่าออกจากถ้ำได้สำเร็จ พร้อมคณะนักดำน้ำ เจ้าหน้าที่จากออสเตรเลียที่เข้าช่วยเหลือนักฟุตบอลทีมหมูป่าฯ ได้เดินทางมาร่วมงานเลี้ยง และเข้าพบ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ และ พลตำรวจเอกสุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อพูดคุยหารือถึงความร่วมมือองค์ความรู้ด้านการกู้ภัยในอนาคตด้วย

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://news.mthai.com