สีสันแห่ง “ดอยตุง” 7 จุดเช็กอิน ที่ฟินไปกับสายหมอกและขุนเขา

เทศกาล “ สีสันแห่งดอยตุง” ครั้งที่ 5 เทศกาลแห่งรอยยิ้มและความสนุกสนานบนถนนคนเดินสายวัฒนธรรมที่สูงที่สุดในประเทศไทย กลับมาอีกครั้งเมื่อลมหนาวมาเยือน ณ โครงการพัฒนาดอยตุงฯ อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ทุกวันเสาร์ -อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ระหว่างวันที่ 1 ธันวาคม 2561 ถึง 27 มกราคม 2562 เวลา 8.00-18.00 น.

สีสันแห่ง “ดอยตุง” 7 จุดเช็กอิน
ที่ฟินไปกับสายหมอกและขุนเขา

04

เป็นจังหวัดที่มีเสน่ห์อยู่เสมอ สำหรับ “เชียงราย” จังหวัดที่อยู่สูงที่สุดของประเทศไทย โอบล้อมไปด้วยขุนเขาและสายหมอก ซึ่งไม่ว่าจะไปเช็คอินเมื่อไหร่ก็มีหลายคนแอบอิจฉา และถ้าใครยังไม่มีแผนในใจ เราขอแนะนำที่นี่เลย “ดอยตุง” โครงการพัฒนาดอยตุง อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งมีสถานที่และประสบการณ์ท่องเที่ยวใหม่ ๆ มากมายรอให้ได้ไปสัมผัสแบบเที่ยววันเดียวคงไม่เต็มอิ่ม

พระตำหนัก2

เริ่มจากการกราบสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จย่า ณ “พระตำหนักดอยตุง” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณสันเขาของเทือกดอยนางนอน เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2531 ถือเป็นบ้านหลักแรกของสมเด็จย่า สร้างขึ้นโดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เน้นความเรียบง่ายเป็นพระตำหนักสองชั้นและชั้นลอย ชั้นบนแยกเป็นสี่ส่วนแต่เชื่อมต่อกันเป็นอาคารหลังเดียว มีกาแลและไม้แกะสลักเป็นเชิงชายลายเมฆไหลที่อ่อนช้อยโดยรอบ เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างบ้านปีกไม้ ศิลปะล้านนา กับชาเลต์แบบ Swiss Chalet พอถึงกลางท้องพระโรงต้องแหงนมองดูเพดานที่แกะสลักเป็นกลุ่มดวงดาวในสุริยะจักรวาลเรียงตามองศาในวันที่ 21 ตุลาคม 2443 ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ และฝังดวงไฟให้กำลังแสงตามขนาดที่ได้สัดส่วนตามจริง โดยการคำนวณและออกแบบโดยสมาคมดาราศาสตร์แห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีห้องบรรทมและห้องทรงงานที่สื่อถึงความเรียบง่าย สมถะของพระองค์ภายหลังการสวรรคตของสมเด็จย่า พระตำหนักยังได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีและเปิดให้ประชาชนเยี่ยมชมได้ทุกวัน

07

09

08

ถัดไปทางทิศเหนือของพระตำหนักดอยตุงจะพบ “สวนแม่ฟ้าหลวง” หรือ “สวนดอยตุง” เป็นสวนไม้ดอกไม้หลากสีสัน กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา บนพื้นที่ 25 ไร่ ภายในสวนถูกตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม ดูแลอย่างดี ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนออกดอกตลอดปี อาทิ ดอกซัลเวีย พิทูเนีย บีโกเนีย กุหลาบ ดอกลำโพง ไม้มงคลต่างๆ ไม้ยืนต้นและซุ้มไม้เลี้อยมากกว่า 70 ชนิด นอกจากแปลงไม้ประทับกลางแจ้งแล้วยังมีโรงเรือนไม้ในร่มจุดเด่นคือกล้วยไม้จำพวกรองเท้านารีชนิดต่าง ๆ ที่มีดอกสวยงามมาก บริเวณกลางสวนมีประติมากรรมเด็กยืนต่อตัวของ มีเซียม ยิบอินซอย โดย สมเด็จย่าพระราชทานชื่อว่าความต่อเนื่องที่สื่อถึงการทำงานจะสำเร็จได้ต้องทำอย่างต่อเนื่อง มาถึงจุดนี้แวะเติมพลังกันสักนิดกับ “ดอยตุงคาเฟ่” นั่งพักชิลๆ จิบกาแฟหอมๆในสวน

10-1

12-1

11

ก่อนไปต่อที่จุดเช็กอินใหม่กลางป่าใหญ่ ณ สวนแม่ฟ้าหลวง “Tree Top Walk” กิจกรรมสุดเสียว กับการเดินปืนป่ายไปบนสะพานแคบๆ ทางเดินโยกเยกชวนหวาดเสียวเล่นๆ สามารถเดินชมธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ป่าเขา ไร่กาแฟ ต้นไม้สายพันธุ์ต่างๆ และ ภูมิทัศน์ของดอยตุง ได้แบบพาโนรามาที่สูงจากพื้นดินประมาณ 40 เมตร ระยะทางเดินประมาณ 300-400 เมตร

01

จากนั้นแวะไปเยี่ยมชม “หอแห่งแรงบันดาลใจ” ซึ่งอยู่ติดกับสวนแม่ฟ้าหลวง ถ่ายทอดพระราชจริยวัตรสมเด็จย่า และพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการทำงานและมุ่งมั่นพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนคนไทยผ่านนิทรรศการ 7 ห้อง ซึ่งถ่ายทอดเรื่องราวของครอบครัวอันอบอุ่นของราชสกุลมหิดล

03

เริ่มตั้งแต่สมเด็จย่าทรงเป็น “เด็กหญิงสังวาลย์” ที่ใฝ่ดีและแสวงหาโอกาส จนเป็น “คู่ชีวิตเจ้าฟ้า”ที่ได้ซึบซับพระราชปณิธานอันแรงกล้าในการทรงงานเพื่อแผ่นดินไทยและกลายเป็น “แม่ฟ้าหลวง”ของประชาชนชาวไทย ตลอดจนการสื่อพระราชภารกิจอันยิ่งใหญ่ของ “พระมหากษัตริย์ของประชาชน” เพื่อแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอย่างยั่งยืน

02-1

นอกจากนี้ใครที่มาเยี่ยมหอแห่งนี้จะได้เห็นอุปกรณ์ธรรมดา ๆ ที่ในหลวงใช้ทรงงานจนคุ้นตา ได้แก่ แผนที่ ดินสอ กล้องถ่ายรูปและวิทยุสื่อสาร สะท้อนให้เห็นถึงหลักการและวิธีการทรงงานที่เพื่อแก้ปัญหาของประชาชนชาวไทย ตลอดจนเข้าใจ ต้นกำเนิดของดอยตุงเมื่อครั้งเป็นป่าเขาที่แห้งแล้ง เป็นพื้นที่ปลูกฝิ่น แต่เมื่อสมเด็จย่ามีพระชนมายุ 87 พรรษา ทรงมีพระราชดำริริเริ่มโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เพื่อแก้ไขปัญหาของดินแดนที่เป็นส่วนหนึ่งของสามเหลี่ยมทองคำด้วยการ “ปลูกป่า ปลูกคน” ทำให้ทุกวันนี้ทั้งคนและผืนป่าของดอยตุง ได้รับการพลิกฟื้นคืนสู่ชีวิตที่พอเพียงมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เชื่อว่าเยาวชนคนรุ่นใหม่รวมถึงชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยวดอยจะเข้าใจดอยตุงดินแดนที่มีแต่แรงบันดาลใจให้กับทุกๆคนมากยิ่งขึ้น

13 (1)

จากโครงการพัฒนาดอยตุงเราขับรถขึ้นไปอีกเล็กน้อยเพื่อเดินทางไปชมสวนดอกไม้หลากหลายชนิด สัมผัสอากาศเย็นสบาย รอชมพระอาทิตย์ตกที่ “สวนรุกขชาติดอยช้างมูบ” หรือ สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง ที่มีต้นไม้นานาพันธุ์โดยเฉพาะกุหลาบพันปีหลากสี หลายสายพันธุ์จากนานาประเทศ และจะยิ่งสวยงามมากในช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งในราวต้นเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ จนที่นี่กลายเป็นสวนป่าที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งเลยทีเดียวP1012186

สีสันแห่งดอยตุงยังมีอีกหลายจุดรอให้นักท่องเที่ยวไปสัมผัส หลังจากชื่อชมดอยตุงเต็มอิ่มมาทั้งวัน ไม่ต้องไปไหนไกลเพราะดอยตุงมีที่พัก “ดอยตุงลอด์จ” ซึ่งตั้งอยู่ในโครงการพัฒนาดอยตุงฯ บ้านพักบนยอดดอยตุง สามารถมองเห็นวิวแบบพาโนรามา ให้ความเป็นส่วนตัวมีให้เลือกทั้งแบบ Deluxe Mountain View และ Deluxe Garden View และเต็มอิ่มกับเมนูพิเศษที่ “ครัวตำหนัก” รังสรรค์เมนูโดย ป้าเครือ ต้นเครืองของสมเด็จย่าที่คัดสรรวัตถุดิบดีๆ เน้นของในท้องถิ่นจากพื้นที่พัฒนาดอยตุงนำมาสร้างสรรค์เป็นเมนูอาหารที่สดอร่อย อาทิ ไก่ผัดเม็ดแมคคาเดเมีย แกงฮังเล ยำภูแล และเห็ดอ้อนดอย รับรองว่าไม่มีผิดหวัง

17

18

มาถึงจุดนี้ถ้ายังเที่ยวไม่จุใจเรายังมีอีกหนึ่งสถานที่ ที่ไม่ควรพลาดคือ พิพิธภัณฑ์ “หอฝิ่น” ในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำจุดที่ไทย ลาว และพม่า มาบรรจบกันเป็นที่ที่แม่น้ำรวกไหลมารวมกันกับแม่น้ำโขง ในพื้นที่นี้เองมีการปลูกฝิ่น ผลิตเฮโรอีน และลักลอบนำออกไปขาย ภายในหอฝิ่นเป็นศูนย์นิทรรศการแบบ interative ผสมผสานกับแสง สี เสียงแสดงประวัติความเป็นมาของฝิ่นเมื่อสมัยที่มีการใช้กันอย่างถูกกฎหมาย ชมอุโมงค์ที่ ดูลึกลับมืดสนิทที่ผ่านทะลุภูเขาด้วยความยาว 137 เมตร สะท้อนให้เห็นด้านมืดของฝิ่นจนกลายเป็นยาเสพติดที่เป็นปัญหาไปทั่วโลก

14

15

16

จากนั้นเดินทางไปอำเภอเมืองเชียงราย อย่าลืมแวะชมสถาปัตยกรรม วัตถุโบราณล้านนา และสักการะพระพร้าโต้ ในหอคำ ชื่นชมบรรยากาศภายใน “อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง” สถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมล้านนา และยังเป็นสถานที่จัดการศึกษาแก่เยาวชนชาวเขาเพื่อให้พวกเขาได้นำความรู้ที่ได้นั้นกลับไปพัฒนาชุมชนต่อไป ซึ่งแสดงภูมิปัญญาและสถาปัตยกรรมล้านนาที่งดงามบนพื้นที่ 150 ไร่ เป็นที่เก็บรักษางานพุทธศิลป์เก่าแก่ โบราณวัตถุอายุนับศตวรรษ ศิลปวัตถุรังสรรค์จากไม้สักและสระน้ำใหญ่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้จากภาคต่างๆ ของประเทศ เช่น ต้นยูคาลิปตัสสายรุ้ง และกลางอุทยานยังมีที่ประดิษฐานพระรูปปั้นของสมเด็จย่าประทับบนโขดหินให้ผู้มาเยือนได้สักการะก่อนกลับกรุง

44748469_2023072701064997_6498826813576314880_n

สำหรับฤดูกาลท่องเที่ยวปีนี้ ดอยตุงได้เตรียมโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับตั๋ว Early Bird ของ 7 สถานที่ท่องเที่ยวดอยตุง พร้อมคูปองเงินสด ส่วนลดอีกมากมาย ในเทศกาล ‘สีสันแห่งดอยตุง’ ช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม และยังมีโปรโมชั่นที่พักดอยตุงลอดจ์ในราคาเริ่มต้นเพียงห้องละ 2,900 บาท พร้อมอาหารเช้า พร้อมฟรีบัตรเข้าชม 4 สถานที่สุดพิเศษของดอยตุง สำหรับ 2 ท่าน

สิทธิพิเศษใน Earlybird

1. DoiTung Pass บัตรเดียวเที่ยว 7 ที่ (พระตำหนักดอยตุง, สวนแม่ฟ้าหลวง, หอแห่งแรงบันดาลใจ, สวนรุกขชาติแม่ฟ้าหลวง (ดอยช้างมูบ), หอฝิ่น,ไร่แม่ฟ้าหลวง, Doi Tung Tree Top Walk)
2. คูปองแทนเงินสดมูลค่า 300 บาท ที่ครัวตำหนัก
3. คูปองแทนเงินสดมูลค่า 300 บาท ที่คาเฟ่ดอยตุง
4. คูปองส่วนลด 20% ที่ร้าน Doitung Lifestyle
5. ฟรี! เข้าร่วม Workshop เพ้นท์กระดาษสา
6. ฟรี! น้ำสมุนไพร มูลค่า 25 บาท
7. ฟรี! เมล็ดพันธุ์ 1 ถุง ที่ร้านต้นไม้ดอยตุง

สามารถซื้อได้ในงาน “ททท. ครั้งที่ 49” ระหว่างวันที่ 1-4 พฤศจิกายน 2561 นี้ ณ บูธ N14 ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : DoiTung Club

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://travel.mthai.com

 

อากาศเย็นลง ฝนลดต่อเนื่อง กรมอุตุฯ ประกาศไทยเข้าสู่ฤดูหนาว 27 ต.ค.นี้

อากาศเย็นลง ฝนลดต่อเนื่อง กรมอุตุฯ ประกาศไทยเข้าสู่ฤดูหนาว 27 ต.ค.นี้

อากาศเย็นลง – วันที่ 24 ต.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ เรื่องการเข้าสู่ฤดูหนาวของประเทศไทย พ.ศ.2561 ดังนี้ ประเทศไทยจะเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ในวันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ.2561 โดยอุณหภูมิต่ำสุดบริเวณประเทศไทยตอนบนลดลงอยู่ในเกณฑ์อากาศหนาวเย็นเกือบทั่วไปอย่างต่อเนื่อง

ประกอบกับลมชั้นบนระดับล่าง เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือหรือลมตะวันออก ส่วนลมชั้นบนระดับบนเปลี่ยนเป็นลมตะวันตก รวมทั้งปริมาณ และการกระจายของฝนบริเวณประเทศไทยตอนบนลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่าหรับภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่นต่อไป

561000011065502

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://www.khaosod.co.th

 

ชาวเชียงราย ‘ตักบาตรเป็งปุ๊ด’ วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เชื่อได้บุญใหญ่

4DQpjUtzLUwmJZZPFhuBMu1IEcvrANvkwnlH3iDjTqXK

ชาวเชียงรายร่วม “ตักบาตรเป็งปุ๊ด” ตามประเพณีล้านนา เชื่อทำบุญกับพระอุปคุต ได้บุญใหญ่หลวง มีโชคลาภ เป็นสิริมงคลกับชีวิต ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ตรงกับวันพุธ

เมื่อเวลา 00.01 น. วันที่ 24 ต.ค. ชาวเชียงรายนุ่งขาวห่มขาว ร่วมตักบาตรเที่ยงคืน หรือ “ตักบาตรเป็งปุ๊ด” วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ซึ่งเป็นวันพุธ เต็ม 2 ฝั่งถนนบรรพปราการ กลางเมืองเชียงราย ใกล้หอนาฬิกา โดยมีพระภิกษุ สามเณร กว่า 200 รูป ออกบิณฑบาต นอกจากนี้มีการอัญเชิญพระอุปคุต ขึ้นจากแม่น้ำกกมาประดิษฐานไว้ที่วัดมิ่งเมือง เพื่อทำพิธีสวดพุทธมนต์ ขึ้นประดิษฐานบนรถบุษบก ในการนำขบวนพระภิกษุสามเณรออกบิณฑบาต ผ่านหอนาฬิกากลางเมือง ไปสิ้นสุด บริเวณสี่แยกประตูสลี

สำหรับ “การตักบาตรเป็งปุ๊ด” เป็นคติความเชื่อของพุทธศาสนิกชนภาคเหนือ หรือชาวล้านนา ถือปฏิบัติสืบทอดกันมาเป็นประเพณีตั้งแต่โบราณ โดยทุกๆ ปีในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ที่ตรงกับวันพุธ เชื่อกันว่าพระอุปคุต ซึ่งเป็นภิกษุที่พระพุทธเจ้าทรงเป็นองค์อุปัชฌาย์ เมื่อสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ได้เสด็จลงไปจำศีลภาวนาอยู่ใต้สะดือทะเล ได้ขึ้นมาโปรดสัตว์ในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ที่ตรงกับวันพุธ ถ้าได้ทำบุญตักบาตรกับพระอุปคุตแล้วจะได้อานิสงส์แรง บุญใหญ่หลวง เกิดโชคลาภและความเป็นสิริมงคลในชีวิต ประสบแต่ความสุข ร่ำรวยด้วยทรัพย์สินเงินทอง

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://www.thairath.co.th

เตรียมจัดงาน “เทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาคโลก 20 ต.ค. – 1 พ.ย. นี้

BA9AE566-5525-4AA4-B871-DB4DE3DC655D

จังหวัดหนองคาย เตรียมจัดงาน “เทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี พ.ศ.2561” ระหว่างวันที่ 20 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายนนี้ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น

นายรณชัย จิตรวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่าการจัดงานเทศกาลออกพรรษาบั้งไฟพญานาคโลก ประจำปี พ.ศ.2561 ในปีนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 20 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งมีกิจกรรมการแสดงหลากหลาย อาทิการแสดง แสง เสียง “เปิดตำนานบั้งไฟพญานาค” การแสดง แสง สี เสียง “ตำนานเมืองปากห้วยหลวง” การแสดงม่านน้ำประกอบแสง สี เสียง การลอยเรือไฟบูชาพญานาค การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทานฯ การแสดงศิลปวัฒนธรรม อารยธรรมลุ่มแม่น้ำโขง และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งในหนึ่งปีมีเพียงครั้งเดียว โดยพญานาคคู่ที่เป็นแลนด์มาร์คริมแม่น้ำโขงปีนี้จะถูกเนรมิตให้เป็นฉากหลังของการแสดงแสงเสียงที่ยิ่งใหญ่อลังการกว่าทุกปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ขอเชิญประชาชนทุกท่านร่วมพิสูจน์ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคพุ่งขึ้นตามลำแม่น้ำโขง “ปรากฏการณ์หนึ่งเดียวในโลก ที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์” ในคืนวันขึ้น15 ค่ำ เดือน 11 ปีนี้ตรงกับวันพุธที่ 24 ตุลาคม 2561 ” ที่ บริเวณริมแม่น้ำโขง จังหวัดหนองคาย

 

ที่มา สวท.หนองคาย

นายกฯ เตรียมเปลี่ยนชื่อ ‘บัตรคนจน’ เป็น ‘บัตรแห่งความสุข’

44148070_2111659429152033_4403749497528647680_n

นายกฯ เตรียมเปลี่ยนชื่อ ‘บัตรคนจน’ เป็น ‘บัตรแห่งความสุข’ หลังถูกโจมตีแบ่งแยกคนจนคนรวย วอนทุกฝ่ายอย่ามองให้เป็นประเด็นทางการเมือง

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำนายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และนายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผู้ว่าราชการแม่ฮ่องสอน พร้อมคณะ เข้าพบ นายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอความคืบหน้าผลการดำเนินโครงการ โมเดลแก้ปัญหาความยากจน “กาฬสินธุ์ Happiness Model” ซึ่งมีแนวคิดที่จะจัดงานวันปลาร้าโลก และ โมเดลส่งเสริมให้คนอยู่กับป่า “แม่ฮ่องสอน The Valley of Charm

โดยนายกรัฐมนตรี ใช้โอกาสนี้ในการชี้แจง ประเด็นที่กำลังถูกโจมตีทางการเมือง ว่ารัฐบาลให้ผู้ถือบัตรคนจนรักษาฟรี ซึ่งกลายเป็นเรื่องแบ่งแยกคนจนคนรวย โดยยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีแนวคิดเช่นนั้น และขอให้ผู้เกี่ยวข้องหาทางเปลี่ยนชื่อจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็นบัตรแห่งความสุข หรือ เป็นชื่ออะไรก็ได้ เพื่อไม่ให้ถูกโจม

ตี และขอให้ระมัดระวังในการทำงาน ทุกวันนี้สิ่งรัฐบาลทำไม่ใช่การแก้ไขปัญหาความยากจน แต่เป็นการมอบความสุขให้กับประชาชน โดยจะต้องยึดหลักความเป็นธรรมและเท่าเทียม ย้ำไม่ใช่การโปรโมททางการเมือง แต่เป็นสิ่งที่รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องทำ มีผลงานที่ประชาชนจับต้องได้สะท้อนว่ารัฐบาลนี้ ไม่ใช่ดีแต่พูด

วอนทุกฝ่ายอย่ามองให้เป็นประเด็นทางการเมือง หรือ นำไปสู่ความขัดแย้ง เพราะหลายประเทศกำลังจับตามองไทย ไม่ใช่เฉพาะเรื่องประชาธิปไตย แต่เป็นเรื่องของการพัฒนาประเทศด้วย ดังนั้นจึงขอทุกฝ่ายทำการเมืองแบบใหม่ ไม่โจมตีให้ร้ายกันแบบเดิม

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ชมการแสดงของเยาวชนชุดจับมือไว้แล้วไปด้วยกัน และ ชิมเมนูที่ทำจากบุก ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์จากนวัตกรรมการสกัดแป้งออกจากบุก ทำให้ผลิตภัณฑ์บุกไม่มีแคลอรี่ รับประทานแล้วดีต่อสุขภาพ

 

ขอบคุณข้อมูลข่าวจาก : https://news.mthai.com

 

เจแตก กินเจต่อได้ไหม ไขข้อสงสัยหากกินเจขาดไป ไม่ครบ 9 วัน

 กินเจแล้วเผลอกินอาหารไม่เจเข้าไปโดยไม่รู้ตัว เอ้า ! แบบนี้ก็เรียกว่าเจแตกสิคะ แล้วจะบาปไหมล่ะนี่ ?

เทศกาลกินเจมีขึ้นในทุก ๆ ปี โดยการกินเจในแต่ละปีก็มีเวลา 9 วันด้วยกัน ซึ่งหลายคนก็เคยมีประสบการณ์เจแตกกันมาบ้าง หรือบางคนเป็นมือใหม่หัดกินเจก็อาจกังวลว่าถ้ากินเจไม่ครบ 9 วันจะเป็นอะไรไหม เอาเป็นว่าเรามาเคลียร์ความสับสนกันเป็นข้อ ๆ ไปว่าถ้าเจแตกจะบาปไหม แล้วถ้ากินเจไม่ครบ 9 วันจะเป็นอะไรหรือเปล่า
เจแตก บาปไหม

หลายต่อหลายคนตั้งใจว่าจะกินเจอย่างถูกต้องให้ได้ แต่ก็เผลอไปกินอาหารที่ไม่ใช่อาหารเจโดยที่ลืมตัวไปบ้าง ซึ่งจะถามว่าเจแตกแบบนี้บาปไหม ก็คงต้องตอบว่า อาจต้องดูที่เจตนาของตัวเราเองเป็นสำคัญค่ะ เพราะหากเราตั้งใจถือศีลกินเจ แต่ดันเผลอกินอาหารที่ไม่ใช่อาหารเจอย่างที่เราเข้าใจ แบบนี้ก็เปิดการ์ดรู้เท่าไม่ถึงการณ์ได้นะคะ ก็เราไม่ได้เจตนาจะกินอาหารที่ต้องเบียดเบียนสัตว์มีชีวิตอื่น ๆ สักหน่อยนี่นา     

นอกจากนี้การจะบอกว่าเจแตกไม่แตก บางทีก็ต้องดูที่จุดประสงค์ว่าเรากินเจไปเพื่ออะไรด้วย โดยจุดประสงค์ในการกินเจของแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกันก็ได้ เช่น บางคนกินเจด้วยจิตใจที่เมตตา ตั้งใจจะละเว้นการเบียดเบียนสัตว์มีชีวิตอื่น ๆ ที่เคยทำมาเกือบตลอดทั้งปี เลยจะละเว้นการกินเนื้อสัตว์ แต่อาจไม่ได้เคร่งครัดกับการกินเจให้ถูกต้องตามประเพณีเป๊ะ ๆ มากนัก หรือบางคนกินเพื่อละเว้นกรรมจากการกินเนื้อสัตว์มาตลอดปี จึงตั้งใจละเว้นกรรมด้วยการกินแต่อาหารผักแทนเนื้อสัตว์ในช่วงเวลาหนึ่ง พร้อมทั้งรักษาศีล 5 หรือศีล 8 ไปด้วย แบบนี้การกินเจก็จะเคร่งมากขึ้น มีกฎข้อห้ามในการกินเจที่ควรต้องทำมากกว่า

ทว่าบางคนอาจตั้งใจกินเจเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น เพราะอาหารเจเป็นอาหารชีวจิต เมื่อกินติดต่อกัน จะทำให้ร่างกายสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่าง ๆ ออกจากร่างกายได้ และปรับระบบต่าง ๆ ในร่างกายให้มีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งก็อาจจะจัดได้ว่าไม่เคร่งกับการกินเจมากนักด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากเขาจะกินนมก็อาจจะไม่ถือว่าเจแตกก็ได้

อย่างไรก็ตาม การที่เราตั้งจิตตั้งใจว่าจะกินเจ จะละเว้นการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต นั่นก็ถือเป็นก้าวแรกของการสร้างกุศลผลบุญให้ตัวเองทางหนึ่งแล้วล่ะค่ะ

jjjjj3

 ภาพจาก RichStocker / Shutterstock.com

เจแตก ทำไงดี จะกลับมากินเจต่อได้ไหม

อย่างที่บอกล่ะค่ะว่าหากการเจแตกของคุณเกิดเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่ใช่เพราะเจแตกโดยเจตนาอยากเบียดเบียนสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ก็ไม่นับว่าเป็นบาปอย่างที่กลัว ดังนั้นสิ่งที่พลาดไปแล้วก็ให้แล้วกันไป สามารถกลับมากินเจต่อได้เหมือนเดิม แต่คราวนี้ก็พิจารณาให้รอบคอบมากขึ้นก่อนที่จะกินอะไรเข้าไปด้วยนะคะ

กินเจไม่ครบ 9 วัน ถือว่าบาปหรือเปล่า

สำหรับคนที่กินเจขาดไป ไม่ครบ 9 วัน หรือกินเจบ้างในบางวัน ไม่สม่ำเสมอ แล้วสงสัยว่าจะบาปไหม ประเด็นนี้อาจารย์วิโรจน์ ตั้งวาณิชย์ ผู้เชี่ยวชาญในวงการภาษาและวัฒนธรรมจีน ก็เผยว่า สำหรับตัวอาจารย์แล้วจะไม่นิยมตีกรอบในการกินเจให้ใคร โดยเฉพาะกับคนที่เป็นน้องใหม่ในการกินเจ ซึ่งถือว่าเป็นผู้เริ่มต้นกินเจ จะกินเจได้เท่าไรก็เท่านั้น แต่อย่างน้อยก็ขอให้กินเจในวันพระใหญ่ซึ่งก็คือ วันแรกของเทศกาลกินเจ และวันพระใหญ่อีก 3 วันต่อมา ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเริ่มต้นสร้างกุศลผลบุญให้ตัวเองในขั้นแรกนั่นเองค่ะ

กินเจ มีเพศสัมพันธ์ได้ไหม ถือว่าเจแตกหรือเปล่า

สำหรับคนตั้งใจจะกินเจเพื่อชำระร่างกายให้สะอาดบริสุทธิ์ แนะนำให้ละเว้นการมีเพศสัมพันธ์ไปด้วยจะดีกว่า อย่างน้อยก็จะได้ใช้โอกาสในช่วงเทศกาลกินเจ 9 วันนี้ทำจิตใจให้บริสุทธิ์ สงบ โดยไม่กระตุ้นให้เกิดความรู้สึกเร่าร้อนในร่างกาย ซึ่งในผู้ที่เคร่งครัดมาก ๆ อาจมีการแยกห้องนอนกันเลยทีเดียว

jjjjj6

กินเจ กินผงชูรสได้ไหม

เชื่อว่าหลายคนกลัวเจแตกเพราะผงชูรสอยู่พอสมควร ซึ่งหากเป็นไปได้ การงดเว้นผงชูรสไปเลยก็จะดีต่อสุขภาพร่างกายเราอยู่แล้วนะคะ แต่ถ้าถามว่ากินผงชูรสแล้วเจแตกไหมก็ต้องตอบว่าไม่ ถ้าผงชูรสนั้นทำมาจากมันสำปะหลังและกากน้ำตาล ทว่าหากเป็นผงปรุงรสที่สกัดมาจากกระดูกสัตว์หรือการเคี่ยวเนื้อสัตว์อย่างผงปรุงรสหมู รสไก่ หรือซุปก้อน แบบนี้ทำเจแตกแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์จ้า

กินเจ กินเครื่องดื่มชูกำลังได้ไหม

หากการกินเจของคุณเคร่งครัดมาก ๆ ชนิดที่เลี่ยงการดื่มคาเฟอีนและสารกระตุ้นความตื่นตัวทั้งหลายในร่างกาย เครื่องดื่มชูกำลังก็เป็นสิ่งที่ควรละเว้นในช่วงที่กินเจค่ะ ทว่าหากคุณไม่ได้เคร่งขนาดนั้น สามารถกินคาเฟอีนได้ ก็กินเครื่องดื่มชูกำลังในช่วงกินเจได้เช่นกัน

กินเจ กินวาซาบิได้ไหม

แม้วาซาบิจะมีกลิ่นฉุนขึ้นจมูก ทว่าวาซาบิเป็นเครื่องปรุงที่มาจากพืชใช้ราก โดยถือเป็นพืชในตระกูลเดียวกับตระกูลกะหล่ำเช่นเดียวกับบรอ­­­กโคลี ฮอร์สราดิซ และมัสตาร์ด ดังนั้นคนกินเจกินวาซาบิได้สบาย ๆ ตราบเท่าที่ไม่ได้กินวาซาบิกับปลาแซลมอน หรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารเจนะคะ

นอกจากนี้เรายังมีรายการอาหารที่ควรระวังว่ากินไปแล้วจะเจแตกมาฝากกันด้วย ตามนี้เลย

กินเจห้ามกินอะไรบ้าง

 นอกจากเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์ที่มาจากสัตว์ และผักฉุน 5 ชนิด คือ กระเทียม หัวหอม หลักเกียว กุยช่าย ใบยาสูบ แล้ว คนทานเจก็ยังต้องระวังอาหารพวกนี้

milktea

– เครื่องดื่มที่สุ่มเสี่ยง

เช่น ชาใส่นม กาแฟใส่นม น้ำหวานใส่นม และนมถั่วเหลืองที่ผสมนม (ไม่มีธงเจกำกับ) เหล้า เบียร์ เครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิด รวมทั้งน้ำอัดลมที่อาจจะยังไม่ฟันธงแน่ชัดว่าคนกินเจจะกินได้ไหม ทว่าเพื่อความสบายใจก็งดดื่มไปเลยจะดีกว่า เพราะยังไงการไม่ดื่มน้ำอัดลมก็ดีต่อสุขภาพด้วยเนอะ

honey

– น้ำผึ้ง และอาหารที่มีส่วนผสมของน้ำผึ้ง

ไม่ว่าจะน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง ชาใส่น้ำผึ้ง หรือขนมหวานใส่น้ำผึ้ง หรือราดน้ำผึ้ง ถ้ากินเจก็งดเลยจ้าเพราะน้ำผึ้งเป็นส่วนหนึ่งของตัวผึ้งนะคะ ถ้ากินก็เท่ากับว่าเราเบียดเบียนสัตว์อีกทางหนึ่ง

icecr

– ของหวานที่ต้องระวังในช่วงกินเจ

 ถ้าไม่อยากตกม้าตายเจแตกโดยไม่ตั้งใจ ก็เลี่ยงให้ไกลเลยนะคะ โดยเฉพาะขนมหวานเหล่านี้

– ไอศกรีม มีส่วนผสมของนมวัว
– ขนมไทยหลายชนิด มีส่วนผสมของไข่
– ขนมเค้ก มีส่วนผสมของนม เนย ไข่
– ขนมปัง มีส่วนผสมของนม เนย ไข่
– ช็อกโกแลต ช็อกโกแลตส่วนใหญ่แล้วมีส่วนผสมของนม
– ลูกอมรสนมทุกชนิด
– วุ้น เยลลี่ หมากฝรั่ง แยม หรือขนมเคลือบน้ำตาลที่มีส่วนผสมของเจลาติน เพราะเจลาตินเป็นโปรตีนที่เกิดจากการสลายคอลลาเจนด้วยกรดหรือด่าง ซึ่งมีอยู่ในเนื้อเยื่อ กระดูก และลำไส้บางส่วนของสัตว์ เช่น โค กระบือ สุกร และม้านั่นเอง

  ทว่าหากเป็นขนมหวาน หรือขนมปังที่มีป้ายกำกับไว้ว่าเจ เคสนี้คนกินเจกินได้นะจ๊ะ

jjjjj4

– เต้าหู้ไข่ 

เห็นเป็นอาหารที่ทำมาจากเต้าหู้ก็อย่าคิดว่าเป็นอาหารเจไปซะทั้งหมด โดยเฉพาะเต้าหู้ไข่ซึ่งมีส่วนผสมของไข่ไก่ บอกชัด ๆ เลยว่าอาหารชนิดนี้ไม่ใช่อาหารเจนะคะ

   ใครยังไม่กระจ่างว่ากินเจทำอะไรได้บ้างหรือไม่ได้บ้าง เรามีบทความเกี่ยวกับการกินเจมาฝากให้ได้เช็กกันอีกทีด้วยค่ะ

– 10 คำถามคาใจเรื่องกินเจ ได้เวลาต้องขอเคลียร์

– ข้อห้ามการกินเจ หลักในการกินเจให้ถูกต้อง ควรทำอย่างไรบ้าง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
phuketbulletin
เกร็ดความรู้ “กินเจ” โดย อ.วิโรจน์

 

10 ข้อควรปฏิบัติใน เทศกาลกินเจ

vegetarian-festival-tt

ในช่วง เทศกาลกินเจ มีข้อควรปฏิบัติที่ยึดถือกันมานานอยู่หลายข้อ เชื่อกันว่าถ้าปฏิบัติได้ครบทุกข้อจึงจะเข้า ถึงการกินเจที่ถูกต้อง และได้บุญอย่างแท้จริง ดังนั้น เทศกาลกินเจ ในปีนี้ เรามาปฏิบัติอย่างถูกต้องกันเถอะค่ะ

10 ข้อควรปฏิบัติใน เทศกาลกินเจ

กินเจ-Edit

01 | การงดกินผักฉุนหรือผักที่มีกลิ่นแรง
ซึ่งประกอบไปด้วยพืชผัก 5 ชนิด ได้แก่ กระเทียม (หัวกระเทียม, ต้นกระเทียม) หัวหอม (ต้นหอม, ใบหอม, หอมแดง,หอมขาว,หอมหัวใหญ่) หลักเกียว (ลักษณะคล้ายหัวกระเทียม แต่เล็กกว่า) กุ้ยช่าย (ใบคล้ายใบหอม แต่แบนและเล็กกว่า) ใบยาสูบ (บุหรี่,ยาเส้น,ของเสพติดมึนเมา) ผักเหล่านี้เป็นผักที่มีรสหนัก กลิ่นรุนแรง นอกจากนี้ยังให้โทษทำลายพลังธาตุในร่างกาย เป็นเหตุให้อวัยวะหลัก สำคัญภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ

สำหรับผู้ปฏิบัติสมาธิกรรมฐานไม่ควรรับประทาน พราะผักดังกล่าวมีฤทธิ์ กระตุ้นจิตใจและอารมณ์ให้เร่าร้อน ใจคอหงุดหงิด โกรธง่าย และยังมีผลทำให้พลังธาตุในร่างกายรวมตัวไม่ติด จิตใจจะไม่บริสุทธิ์ ซึ่งในข้อห้ามนี้มีบางคนยังข้องใจกันมาก คือ กระเทียมซึ่งทางการแพทย์และเภสัชกรพบว่า สามารถรับประทานเป็นยาได้ ทั้งนี้เพราะเป็นสารที่มีประโยชน์สามารถละลายไขมันในเส้นเลือดได้ เช่น ผู้ป่วยที่ เป็นโรคเส้นโลหิตเลี้ยงหัวใจตีบหรืออุดตัน เป็นต้น แม้ทางการแพทย์แผนโบราณก็ยืนยันตรงกันว่ากระเทียมเป็นสมุนไพรรักษาโรคได้ แต่คนจีนที่ปฏิบัติในการกินเจถือว่าให้โทษกับหัวใจ ซึ่งในข้อนี้ต้องขึ้นอยู่กับความเชื่อของแต่ละคน

02 | การงดกินเนื้อสัตว์

 

ซึ่งประกอบไปด้วย เนื้อวัว หมู ปลา หรือสัตว์มีชีวิตที่ใช้เป็นอาหารได้ เพราะ คนจีนเชื่อว่าก่อนตายมันจะตกอยู่ในอาการตกใจกลัว เมื่อเรากินมันเข้าไป อาจจะทำให้เรามีบาปติดตัวไปด้วย เพราะมันคือสิ่งที่มีชีวิตเหมือนกับคน

ข้อนี้ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่คนจีนถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด แต่มาถึงปัจจุบัน บางคนเริ่มหาข้อคัดค้านว่าสัตว์บางชนิดอย่าง หอยหรือปลาเล็กๆ ก็น่าจะรับประทานได้เพราะมันเป็นสัตว์ไม่มีเลือด ตามความเชื่อแล้วมันขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ถ้าในความเป็นจริงแล้ว คนจีนเขาเชื่อว่าประเพณีนี้ศักดิ์สิทธิ์ถ้าปฏิบัติให้เคร่งครัด ถึงจะมีคนคัดค้านแต่กับข้อนี้คงไม่ได้ผล

03 | ไม่ควรกินอาหารรสจัด

 

ซึ่งไม่ใช่แค่รสเผ็ดอย่างเดียว รวมไปถึงรสเค็มมาก หวานมากหรือเปรี้ยวมากด้วย ซึ่งปกติคนจีนจะไม่กินรสจัดอยู่แล้ว เพราะถือว่าจะเข้าไปทำลายสุขภาพ อย่างกินเผ็ดจัดก็จะไปทำลายกระเพาะ กินเค็มมากจะไปทำลายไตได้ และอีกอย่างน้ำปลาก็ทำมาจากสัตว์เหมือนกัน ข้อห้ามนี้ถือว่าถูกหลักของการแพทย์ แต่บางคนที่ปฏิบัติไม่เคร่งครัดนัก เช่น ชอบรสเค็มจัดก็ใช้เกลือแทนน้ำปลา อันนี้ถือว่าไม่ผิด

04 | ต้องกินอาหารที่คนกินเจด้วยกันปรุง

 

ซึ่งข้อนี้ถ้าปฏิบัติได้จะถือว่าบริสุทธิ์จริงๆ แต่ถ้าทำให้เกิดความยากลำบากก็ไม่จำเป็น จะได้ไม่ต้องเลือกร้านกันจ้าละหวั่น ฉะนั้นคนที่ปรุงอาจจะไม่ได้กินเจก็ได้แต่ขอให้อาหารที่กินเข้า ไปเป็นอาหารเจก็พอ

05 | ถ้วยชามจะต้องไม่ปนกัน

 

เพราะเขาถือเคร่งครัดว่าอาหารคาวซึ่งชาวจีนเรียกว่า ชอ นั้น ถ้วยชาม จะใช้ปนกันไม่ได้ จะถือว่าล้างสะอาดหมดจดแล้วจึงเอามาใช้ก็ผิดอีก บางคนคิดว่าล้างให้สะอาดมากๆ ก็ไม่จำเป็นต้องแยก แต่ข้อนี้ถือว่าเป็นธรรมเนียมเหมือนอย่างอิสลามที่ไม่ยอมใช้ถ้วยชามปนกัน เหมือนของจีนนั่นแหละ

06 | ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

 

ข้อนี้ตรงกับการรักษาศีลของชาวพุทธ การฆ่าสัตว์ของชาวจีนตั้งแต่สัตว์เล็กๆไปจนถึงสัตว์ใหญ่เป็นข้อเคร่งครัดเช่นกัน บางคนสงสัยอีกว่า ถ้าเป็นยุงหรือมดฆ่าได้ไหม ตามความเชื่อแล้วห้าม เด็ดขาดไม่เช่นนั้นจะถือว่า ปฏิบัติไม่ครบ

07 | แต่งกายด้วยชุดขาว

 

ข้อนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน บางคนก็ใส่ชุดสีขาวตลอดจนถึงออกเจ เพราะเชื่อกัน ว่านอกจากงดอาหารต่างๆในร่างกายสะอาดแล้ว ภายนอกแม้จะเป็นเครื่องแต่งกายก็ต้องสะอาดด้วย ข้อนี้ไม่ใคร่เข้มงวดสำหรับบุคคลที่ปฏิบัติอยู่กับบ้าน ไม่ได้ไปที่แจตั๊วหรือสถานที่ทำพิธีกินเจ

08 | พูดจาไพเราะ

 

คนที่ถือศีลกินเจไม่ใช่เพียงแต่กินของสะอาดเท่านั้น แต่คำพูดที่พูดออกจากปากก็ต้องสะอาดด้วย สิ่งไม่ดีทั้งหลายไม่ควรพูดหรือที่เรียกว่า ปากเจ ซึ่งประกอบไปด้วย ไม่พูดเท็จ ไม่พูดยุแหย่ ไม่พูดเพ้อเจ้อ ถ้าปฏิบัติได้ก็ถือว่าสะอาดทั้งหมด

09 | งดดื่มสุราและของมึนเมา

 

ตลอดช่วงเวลา 9 วัน ข้อนี้สำคัญเพราะการงดอาหารที่เป็นของคาวแล้ว สิ่งที่สร้างความมึนเมาหรือสิ่งแปลกปลอมในร่างกายก็ห้ามเข้าสู่ร่างกายด้วย

10 | ห้ามดับตะเกียงทั้ง 9 ดวง

 

คนที่จะไปกินเจมักจะไปชุมนุมกันที่แจตั๊ว หรือสถานที่กินเจ ณ ที่นั้น เขาจะประดับดอกไม้ตั้งโต๊ะบูชา วางกระถางธูปและตั้งเครื่องเจต่างๆ นอกจากนี้ก็จุดโคม 9 ดวงเพื่อสมมติเป็น เก๊าฮ้วงฮุดโจ้วนั่นเอง ซึ่งจะต้องจุดไว้ทั้งกลางวันและกลางคืนจนตลอดงานทีเดียว ถ้าดับโคมไฟดวงใดดวงหนึ่ง ก็จะถือว่าไม่เป็นสิริมงคลและไม่ครบถ้วนพิธีการกินเจ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : trueid

 

กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 34จว. ลมกระโชกแรง-ฟ้าผ่า เผย 3-7ต.ค.นี้ ฝนลด-อุณหภูมิลด!

2-กรมอุตุฯวันนี้-696x408

ฝนซัดกรุงวันนี้ร้อยละ 60 กรมอุตุฯ เตือนฝนถล่ม 34 จังหวัด ภาคกลาง-ตะวันออก ฝนตกหนักร้อยละ 60 ระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง หลีกเลี่ยงการอยู่ที่โล่งแจ้ง และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง เผยไต้ฝุ่น กองเร็ย เข้าใกล้เกาะไต้หวัน ประเทศจีน แนะเช็กสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย

เมื่อวันที่ 2 ต.ค. กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนัก โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณา และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ในช่วงวันที่ 3-7 ตุลาคม 2561 ความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนอีกระรอกหนึ่งจะแผ่เสริมเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนลดลง และอุณภูมิลดลง 2-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนใต้ ส่งผลให้ ลมตะวันออกพัดเข้ามาปกคลุมประเทศไทย ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน มีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักบางแห่ง

อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “กองเร็ย” (KONG-REY) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าใกล้เกาะไต้หวัน ประเทศจีน ในช่วงวันที่ 4-6 ตุลาคม 2561 ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทางด้วย โดยพายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ ถึงเวลา 06.00 น.ของวันที่ 3 ต.ค.นี้ ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง สุโขทัย พิจิตร กำแพงเพชร และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 ก.ม./ช.ม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดเลย ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ และสุรินทร์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 ก.ม./ช.ม.

ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท อุทัยธานี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 ก.ม./ช.ม.

ภาคตะวันออก มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางแห่ง บริเวณจังหวัดสระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 ก.ม./ช.ม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดระนอง ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่
โดยมีฝนตกหนักและลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 ก.ม./ช.ม.

 

ขอบคุณข่าวจาก : https://www.khaosod.co.th