เปิดเที่ยว “ถ้ำหลวง” 29 มี.ค. หลังเก็บกู้อุปกรณ์ตกค้างชุดสุดท้าย

เปิดให้เที่ยวแล้ว “ถ้ำหลวง” พรุ่งนี้(29มี.ค.) หลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนเข้าไปเก็บกู้อุปกรณ์ออกจากถ้ำ โดยมีทีมงานของ “เวิร์น อันสเวิร์ธ” เข้ามาช่วยเป็นครั้งสุดท้าย ได้ตะกุยทราบจนไปถึงโพรงเนินนมสาว และพบอุปกรณ์ช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก พร้อมเตรียมวางแผนนำออกมา…

วันที่ 28 มี.ค.62 ที่อุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำ-นางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่ช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่จากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนอาสาสมัครจากหลายองค์กร ได้ระดมกำลังกันเร่งรัดภารกิจการเก็บกู้อุปกรณ์ค้นหา-ช่วยเหลือ13 หมูป่าที่ยังตกค้างอยู่ในถ้ำหลวงให้แล้วเสร็จ เพราะตามประกาศของอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน(เตรียมการ) ที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ จะปิดการท่องเที่ยวบริเวณด้านหน้าถ้ำหลวง 26-28 มี.ค. 3 วันเท่านั้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการปฏิบัติงานในการเก็บกู้4DQpjUtzLUwmJZZPGS05u0Et7KZKiuRUwhZ9ZlGXN4xK

นายกวี ประสมพล หัวหน้าอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน กล่าวว่า ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ที่ 29 มี.ค. เป็นต้นไปจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวบริเวณด้านหน้าถ้ำหลวงได้ตามปกติ แต่ในถ้ำยังคงต้องห้ามก่อน เพราะจะต้องมีกระบวนการปรับปรุงฟื้นฟูอีกมาก เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามนโยบายของรัฐบาล แต่แนวโน้มอาจจะค่อยๆ เปิดให้เข้าไปเที่ยวในถ้ำได้ทีละน้อยๆก่อน

ดาวน์โหลด (1)

ขณะที่ นายไพฑูรย์ นาคแท้ ผู้อำนวยการ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต15 เชียงราย เปิดเผยว่า ในส่วนของภารกิจการเก็บกู้อุปกรณ์ที่ตกค้างอยู่ภายในถ้ำหลวงนั้น เจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร สามารถดำเนินการเก็บกู้ได้ตามแผนที่วางไว้ เหลือเพียงสายไฟที่ต้องใช้เวลาในการขนออกจากถ้ำ โดยจะดำเนินการในวันที่30-31มีนาคม และจะปิดท้ายด้วยการบันทึกภาพสภาพต่างๆภายในถ้ำ เพื่อส่งมอบให้กับทางอุทยานไปดำเนินการต่อ ซึ่งตอนนั้นไม่จำเป็นต้องปิดการท่องเที่ยวแล้วอย่างไรก็ตามพบว่าภายในถ้ำมีอุปกรณ์ประเภทท่อน้ำขนาดใหญ่พร้อมข้อต่อจำนวน 2 เส้นๆ ละประมาณ 1,500 เมตร ท่อน้ำเล็กอีก 3 เส้นๆ ละประมาณ 1,000 เมตร และยังมีสายไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่ทอดยาวตั้งแต่ปากถ้ำถึงโถงที่ 3 ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร โดยส่วนใหญ่วางอยู่ที่โถงที่1จำนวน 4 เส้น โถงที่ 2 จำนวน 4 เส้น โถงที่ 3 จำนวน 5 เส้น แต่ละเส้นมีความยาวเส้นละกว่า 1,000 เมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทยอยขนออกมาตั้งแต่วันแรกของปฏิบัติการแล้วแต่ปัจจุบันยังคงเหลืออยู่และทยอยขนออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะบางส่วนจมทรายและสายไฟฟ้ามีสภาพแข็งตัวแล้ว นอกจากนี้ยังต้องใช้รอกดึงจากเหวสูงโดยเฉพาะบริเวณโถงที่ 2 ด้วย

ดาวน์โหลด

รายงานข่าวแจ้งว่าด้านการสำรวจลึกเข้าไปในถ้ำประมาณ 2.50 กิโลเมตร โดยทีมของมิสเตอร์เวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษและทีมงานเพื่อเก็บข้อมูลให้กองอำนวยการฯ เพื่อเตรียมส่งมอบข้อมูลให้กับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้รับช่วงเข้าไปดูแลถ้ำเช่นเดิม

ดาวน์โหลด (2)

ล่าสุดพบว่ามิสเตอร์เวิร์น อันสเวิร์ธ และทีมงานได้ตะกุยทรายภายในถ้ำเป็นทางยาวประมาณ 200 เมตร ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงจนไปทะลุถึงโพรงบริเวณเนินนมสาวแล้วและยังได้พบอุปกรณ์ช่วยเหลือเพิ่มเติมที่เคยจมอยู่ใต้ทราย ทำให้มีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กลับไปเก็บกู้อุปกรณ์ดังกล่าวเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งบางส่วนเป็นถังอ๊อกซิเจน ทั้งนี้การตะกุยทรายจนทะลุไปถึงเนินนมสาวดังกล่าวได้ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถสำรวจแนวถ้ำตั้งแต่ปากถ้ำถึงแนวสุดท้ายของเหตุการณ์ช่วยเหลือทีมหมูป่า อะคาเดมี ได้สำเร็จ.

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://www.thairath.co.th

 

 

 

 

ทั่วไทยร้อนและมีฝนบางพื้นที่ 28 มี.ค. -1 เม.ย. ความกดอากาศร้อนปกคลุม

ไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนลดลง แต่ยังคงมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ของภาคเหนือ ส่วนในวันที่ 28 มี.ค. – 1 เม.ย. 62 หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมตอนบน จะทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไป

เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2562 กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า  บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนที่ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และทะเลจีนตอนใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนลดลง แต่ยังคงมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ของภาคเหนือ สำหรับหย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป ในขณะที่มีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมบริเวณดังกล่าว ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางพื้นที่ ส่วนลมตะวันออกพัดปกคลุมภาคใต้ ทำให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่งประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่บริเวณภาคเหนือ จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมถึงระวังอันตรายจากฟ้าผ่า สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง
อนึ่ง ในช่วงวันที่ 28 มี.ค. – 1 เม.ย. 62 หย่อมความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไป ในขณะที่จะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนผ่านภาคเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น
พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก กำแพงเพชร และสุโขทัย อุณหภูมิต่ำสุด 18-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น และนครราชสีมา อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-39 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี
นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานคร มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส
ลมใต้ ความเร็ว 15-20 กม./ชม.

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.thairath.co.th

ขั้นตอนในการเลือกตั้ง สำหรับคนที่เลือกตั้งครั้งแรก

มาเตรียมตัวกันให้พร้อม พอถึงวันอาทิตย์ที่ 24 มี.ค. 2562 จะออกไปเลือกตั้งทั้งทีต้องทำอย่างไรบ้าง

  • อันดับแรก ตรวจสอบรายชื่อของตนเองที่หน้าหน่วยเลือกตั้ง
  • ต่อมา ยื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง
  • รับบัตรเลือกตั้งจากเจ้าหน้าที่ พร้อมลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วมือบนต้นขั้วของบัตรเลือกตั้ง
  • เข้าคูหาแล้วใช้ปากกาทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในช่องของเบอร์ผู้สมัครและพรรคที่ประสงค์จะลงคะแนน
  • หากไม่ประสงค์จะลงคะแนนให้ผู้ใดหรือพรรคใด ทำเครื่องหมายกากบาท (X) ในช่อง “ไม่เลือกผู้สมัครใด” ซึ่งอยู่ด้านล่างของบัตรเลือกตั้ง
  • เมื่อทำเครื่องหมายกากบาท (X) เสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้พับบัตรเลือกตั้งแล้วนำมาหย่อนลงหีบ

137041-attachment

กรุงเทพโพลล์ ชี้ ปชช. ส่วนใหญ่ตั้งใจไปเลือกตั้ง 24 ก.พ. 62

กรุงเทพโพลล์ ปชช. ส่วนใหญ่ ตั้งใจจะไปเลือกตั้ง 24 ก.พ. 62 รับยังไม่ทราบข้อมูล กังวลการซื้อสิทธิ์ขายเสียงมากสุด

“กรุงเทพโพลล์” ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “คนไทยกับการเลือกตั้ง 62” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,200 คน ระหว่างวันที่ 27-28 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ถึงร้อยละ 93.5 ตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 ขณะที่ร้อยละ 2.6 ตั้งใจว่าจะไม่ไป โดยในจำนวนนี้ให้เหตุผลว่า ต้องเรียน ทำงาน ติดธุระ เบื่อหน่ายการเมือง และ ร้อยละ 3.9 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ

ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 63.2 ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ โดยข้อมูลที่ไม่ทราบมากที่สุดคือ ร้อยละ 79.1 รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้สมัคร ส.ส. ของแต่ละพื้นที่ รองลงมา ร้อยละ 62.8 รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเลือก ส.ส., ร้อยละ 55.7 รายละเอียดเกี่ยวกับพรรคการเมืองต่างๆ และร้อยละ 55.2 รายละเอียดเกี่ยวกับวัน/เวลา/สถานที่เลือกตั้ง ขณะที่ร้อยละ 36.8 รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้

3903

ขณะที่ ถามว่ามีเรื่องที่กังวลในการเลือกตั้งในครั้งนี้หรือไม่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.9 ระบุ มีเรื่องที่กังวล โดยเรื่องที่กังวลมากที่สุดคือ ร้อยละ 45.2 การซื้อสิทธิ์ขายเสียง รองลงมา ร้อยละ 31.0 การกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีกัน และ ร้อยละ 30.4 การใช้นโยบายประชานิยมเกินจริง ขณะที่ร้อยละ 32.1 ระบุ ไม่มีเรื่องที่กังวล

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า จะมีการใช้สื่อโซเชียล เช่น Facebook / youtube ตรวจสอบทุจริตการเลือกตั้ง ซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือไม่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 72.2 ระบุ จะมีการใช้สื่อโซเชียล โดยจะแจ้งเบาะแสให้ กกต. ทราบมากที่สุด รองลงมาคือ แอบถ่ายคลิป แชร์แอบถ่ายภาพ ขณะที่ร้อยละ 27.8 ระบุ จะไม่มีการใช้สื่อโซเชียล

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://news.mthai.com

ฝุ่นพิษถล่มเหนือผวาท่องเที่ยววูบล้มป่วยพุ่ง100%

เอกชนหวั่นวิกฤตฝุ่นพิษนักท่องเที่ยวหนี ทำเทศกาลสาดน้ำสงกรานต์ล้านนาซบเซา

กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและภาคธุรกิจท่องเที่ยวต่างวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤตฝุ่นละอองเกินมาตรฐานที่กำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวตามไปด้วย หากวิฤตฝุ่นพิษยังแก้ไม่หายยาวไปถึงเดือน เม.ย.นี้ จะส่งผลกระทบต่อเทสกาลเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ล้านนา อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น เช่น จ.เชียงใหม่ เนื่องจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติหนีไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์ภาคอื่นแทน

นพ.ชายชาญ โพธิรัตน์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัญหามลพิษจากฝุ่นควันที่มีความรุนแรงในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งพบว่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ทั้งนี้ นับจากสถานการณ์ ฝุ่นควันพิษ PM2.5 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.จนถึงขณะนี้ มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 30% และคาดว่าในช่วงระยะ 3-5 เดือนของสถานการณ์ฝุ่นควันพิษจะมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวเพิ่มขึ้นถึง 100นพ.ชายชาญ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้นักวิชาการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยทำการศึกษาวิจัยผล กระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาฝุ่นควันพิษ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว และด้านสุขภาพ พบว่าได้ส่งผล กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ มีมูลค่าความเสียหายต่อปีประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ปัญหาฝุ่นควันพิษในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จะเกิดขึ้นในระยะเพียง 1-2 เดือน แต่ปัจจุบันได้กินเวลายาวนานขึ้นไม่ต่ำกว่า 3-5 เดือน

”ผลกระทบปปัญหาฝุ่นละอองของ จ.เชียงใหม่ ที่รุนแรงต่อเนื่อง มาหลายวันโดยผลกระทบต่อสุขภาพ ในระยะสั้นจะเพิ่มอัตราการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยรายวันจากโรคระบบทางเดินหายใจหัวใจและหลอดเลือดสมองสูงขึ้น เช่น โรคปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนผลกระทบในระยะยาวที่ร้ายแรงคืออายุขัยเฉลี่ยสั้นลงตามระดับความเข้มข้นค่าเฉลี่ยรายปีของ PM2.5 โดยพบว่า ทุกๆ 10 ” ไมโครกรัมที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่นั้นมีอายุสั้นลง 1 ปี” นพ.ชายชาญ กล่าว

สำหรับ จ.เชียงใหม่ ครองแชมป์อันดับ 1 ในด้านมีคุณภาพอากาศที่เป็นมลพิษสูง อันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 4 วันแล้ว ตั้งแต่วันที่ 11-14 มี.ค. 2562 ซึ่งสถิติข้อมูลการเปิดไฟป่าในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-13 ม.ค.พบการเกิดจุดความร้อนสะสมทั้งหมด 622 จุด ซึ่งในปี 2561 เกิดเพียง 344 จุด ปีนี้เกิดความร้อนสะสมมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 278 จุด โดยพื้นที่เกิด ไฟป่ามากที่สุดยังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รองลงมาเป็นป่าอนุรักษ์ เขต ส.ป.ก.เขตุชุมชนและอื่นๆ และพื้นที่การเกษตรตามลำดับ

 

ขอบคุณข่าว : https://www.posttoday.com

อุตุฯ เตือน 14-18 มี.ค. ระวัง “พายุฤดูร้อน”

อุตุฯเผย ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวันไว้ด้วย

เมื่อวันที่ (13 มี.ค. 62) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศต่ำ ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 14-18 มีนาคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ในขณะที่ ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้ประเทศไทยตอนบน มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยเริ่มจาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวเตรียมการระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน และควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 15-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วนโดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ไทยเข้าสู่ฤดูร้อน 21 ก.พ. ชี้ปีนี้อุณหภูมิเดือด 43 องศา คาด 7 จังหวัด ที่ร้อนสุด ๆ

ggh1

ภาพจาก กรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทยปี 2562 ระบุว่า หลังสิ้นสุดฤดูหนาวและเข้าสู่ฤดูร้อนในวันนี้ โดยบริเวณไทยตอนบนวันนี้อุณหภูมิจะสูงขึ้นและอากาศร้อนต่อเนื่อง แต่ในช่วงเช้าภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นต่อไปอีกระยะ ซึ่งมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย ได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมฝ่ายใต้ปกคลุมแทน และคาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม
สำหรับพื้นที่กทม.วันแรกของฤดูร้อน ตั้งแต่เช้าถึงขณะนี้ ท้องฟ้าโปร่ง มีเมฆบางส่วน และแสงแดด แรงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสาย อุณหภูมิสูงสุดของกทม.วันนี้จะอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือวันนี้อุณหภูมิสูงสุด อยู่ที่ 38 องศาฯ

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ปีนี้ว่า อุณหภูมิจะร้อนกว่าปกติ 1-2 องศาเซลเซียส/สูงสุดจะอยู่ที่ 43 องศาฯ แต่ยังไม่ทำลายสถิติ ร้อนสูงสุด 44.6 องศาฯ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อปี 2559

โดยมี 7 จังหวัดที่จะร้อนที่สุด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก นครสวรรค์ และกาญจนบุรี

21-อุตุ1

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : www.khaosod.co.th

 

 

 

 

18-20 ก.พ. เกิดปรากฏการณ์ “ดาวเคราะห์ชุมนุม” ดาวศุกร์สว่างเคียงดาวเสาร์ สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ

ปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ชุมนุม น่าดูชม 18-19-20 ก.พ.นี้

ปรากฏการณ์ดาวเคราะห์ชุมนุม – สถาบันวิจัยดาราศาสตร์ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชวนชมพาเหรดดาวเคราะห์ยามเช้า ตลอดเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ และดาวเสาร์ ปรากฏเรียงกันทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ หากอยู่ในที่มืดสนิทจะมองเห็นทางช้างเผือกเป็นฉากหลังสวยงาม โดยเฉพาะวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ เกิดปรากฏการณ์ “ดาวเคราะห์ชุมนุม” ดาวศุกร์สว่างเคียงดาวเสาร์ สังเกตได้ด้วยตาเปล่าทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 18 ก.พ. นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. กล่าวว่า ช่วงเวลานี้ นับตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. มีดาวเคราะห์ 3 ดวง ปรากฏเรียงกันในช่วงเช้ามืดทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ดาวพฤหัสบดี ดาวศุกร์ ดาวเสาร์ มีดาวแอนทาเรสซึ่งเป็นดาวฤกษ์สว่างในกลุ่มดาวแมงป่องปรากฏให้เห็นเหนือดาวเคราะห์ทั้งสาม

 หากสังเกตในพื้นที่มืดสนิท สามารถเห็นทางช้างเผือกปรากฏพร้อมกันในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นฉากหลังสวยงามมากตลอดทั้งเดือน

พาเหรดดาวเคราะห-696x464

โดยช่วงวันที่ 18-20 กุมภาพันธ์ 2562 ดาวเสาร์จะค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ดาวศุกร์ และจะเข้าใกล้ที่สุดในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 ห่างเพียง 1.3 องศา ในทางดาราศาสตร์ เรียกว่า “ดาวเคราะห์ชุมนุม” หมายถึง ดาวเคราะห์ตั้งแต่ 2 ดวงขึ้นไปปรากฏใกล้กันบนท้องฟ้าที่ระยะห่างเชิงมุม 1-5 องศา หากมองด้วยตาจะเห็นดาวทั้งสองห่างกันประมาณหนึ่งนิ้วก้อย (การวัดระยะเชิงมุมท้องฟ้า ใช้มือเหยียดสุดแขนขึ้นบนฟ้า ระยะ 1 องศา จะห่างกันประมาณ 1 นิ้วก้อย)

saturn-venus-696x460

สำหรับผู้สนใจ ตื่นมาชมความงามของปรากฏการณ์ท้องฟ้าดังกล่าวได้ตั้งแต่เวลา 04.30 น. เป็นต้นไป ดูได้ด้วยตาเปล่า ไม่จำเป็นต้องมองผ่านกล้องโทรทรรศน์

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://www.khaosod.co.th

งดงามอีกปี! “สิงห์ปาร์คเชียงราย” จัดบอลลูนเลิฟบอกรักลอยฟ้ารับ “วาเลนไทน์”

562000001612508

เชียงราย – สิงห์ปาร์คจัดเต็มต้อนรับวันวาเลนไทน์จัด “บอลลูน เลิฟ บอกรักลอยฟ้า” มีคู่รักที่จดทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 20 คู่ พร้อมจัดเทคนิคแสง สี เสียง ตระการตาตลอดเวลา 5 วันเต็ม

562000001612502

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 13-17 ก.พ.นี้ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ได้จัดให้มีกิจกรรม “สิงห์ปาร์ค เชียงราย อินเตอร์เนชั่นแนล บอลลูน เฟียสต้า” ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย ถนนเด่นห้า-ดงมะดะ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย

กิจกรรมมีการจัดเป็นเทศกาลรวบรวมบอลลูนแฟนตาซีที่สวยงามจากนานาชาติรวมกันทั้งหมดกว่า 35 ลูก โดยมาจาก 13 ประเทศทั่วโลก ทำให้บริเวณสิงห์ปาร์คซึ่งตามปกติจะมีทุ่งหญ้าสีเขียวและมีไม้ดอกไม้ประดับรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างแบบฟาร์มที่งดงามกว้างขวางยิ่งสวยงามไปด้วยบอลลูนที่มีความงดงามไม่น้อยไปกว่าปีที่ผ่านๆ มาเลย

562000001612505

 

562000001612504

สำหรับปีนี้ยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษภายในงานในวันที่ 14 ก.พ.ซึ่งเป็นวันแห่งความรักหรือวาเลนไทน์โดยมีพิธีเปิดงาน “บอลลูน เลิฟ บอกรักลอยฟ้า” สำหรับคู่รักที่จดทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 20 คู่ ซึ่งปีนี้มี “กิ๊ก” ดนัย จารุจินดา นักแสดงพร้อมภรรยาเข้าร่วม กิจกรรมจะมีการจดทะเบียนคู่สมรสอย่างเป็นทางการและนำขึ้นนั่งบอลลูนที่งดงามพร้อมกัน การจัดฟาร์มทัวร์ด้วยรักโดยพาคู่รักนั่งรถชมความงดงามของไร่สิงห์ปาร์ค

นอกจากนี้ยังมีมหกรรมคอนเสิร์ตเพลงรักจากศิลปินชั้นนำจำนวนมาก การแสดงโขนกลางแปลงจากกลุ่มศิลปินวังหน้ากว่า 100 ชีวิต การแสดงโชว์บอลลูนด้วยเทคนิคแสง สี เสียง ตระการตาตลอดเวลา 5 วันเต็มดังกล่าวด้วย

562000001612506

 

562000001612507

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Singha Park Chiang Rai สิงห์ปาร์ค เชียงราย

 

 

10 พิกัดจูงมือคนรู้ใจ ไปเที่ยวต้อนรับวันวาเลนไทน์ 2562

วาเลนไทน์นี้! ใครกำลังมองหาที่เที่ยว ที่พักผ่อน สัมผัสความโรแมนติก จูงมือคนรู้ใจไปสวีทเพิ่มความหวานให้กับชีวิตคู่ ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงาม ที่ต้องลองพาคนรักไปสัมผัมสักครั้ง

1-2

สัมผัสความสวยงามของทะเลฝั่งตะวันออก หาดทรายขาว เนียนละเอียด ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ เดินเล่นริมหาด นั่งชิลริมทะเล ดื่มด่ำบรรยากาศสายลมแสงแดด เติมเต็มความหวานในวันพักผ่อนกับคนรู้ใจ

2.เกาะพยาม จังหวัดระนอง

2-2

เกาะสวยอีกเกาะของทะเลอันดามัน ที่ขึ้นชื่อว่ามีน้ำทะเลใสสะอาด หาดทรายขาวเนียนละเอียด นุ่มสบายเท้า มุมพักผ่อนสุดชิลฟังเสียงทะเลกันเพลินๆ พร้อมมุมสวยงามของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และรับชมพระอาทิตย์ตกดินที่สุดแสนโรแมนติก

3.เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฏร์ธานี

3-2

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม เหมาะสำหรับการพาคนรักไปสัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบ ชมความสวยงามของธรรมชาติ ที่โอบล้อมอยู่รอบกาย ล่องเรือชมผืนน้ำสีเขียวมรกตที่สวยงาม สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด นอนเพิ่มความหวานกันภายในเขื่อน สุดแสนโรแมนติก

4.ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

4-2

ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้าท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย รายล้อมไปด้วยธรรมชาติและทิวสน ชมความสวยงามของสบายหมอกที่ลอยอยู่เหนือน้ำ ล่องแพท่ามกลางสายหมอกบางๆ สัมผัสความเงียบสงบและความโรแมนติกที่สุดแสนจะสวยงามเกินจะบรรยาย

5.ภูลมโล จังหวัดเลย

5-2

สวรรค์ของคนรักธรรมชาติ เดินชมความสวยงามของ “ดอกพญาเสือโคร่ง” ที่เบ่งบาน ออกดอก ออกผล เป็นสีชมพูไปทั่วทุ่ง ให้บรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติก เหมาะสำหรับพาคนรู้ใจไปเดินชมธรรมชาติ ให้เบ่งบานเป็นสีชมพูเหมือนกับดอกพญาเสือโคร่ง

6.วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

6-2

สัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เดินชมความสวยงามของพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่ออกดอก ออกผล หลากหลายสีสัน ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย จูงมือคนรู้ใจเดินเล่นชมดอกไม้ เพิ่มความหวานให้เบ่งบานเหมือนอย่างดอกไม้

7.เชียงคาน จังหวัดเลย

7-2

พาคนรู้ใจไปทำตัวชิล เดินเล่นชุมชน ปั่นจักรยานชมบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำโขงในยามเย็น ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์กับคนรู้ใจในวันพักผ่อน ท่ามกลางความเงียบสงบและอากาศที่เย็นสบาย เดินช้อปปิ้ง ถ่ายรูปชิคๆ ในยามค่ำคืนบริเวณถนนคนเดิน พร้อมตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า จุดไฮไลท์ที่สุดแสนจะโรแมนติกของที่นี่

8.ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จังหวัดจันทบุรี

8-2

จูงมือคนรู้ใจไปขับรถชมวิวทะเลบนถนนที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดของประเทศไทย เปิดกระจกรับลม ฟังเสียงทะเลกันเพลินๆ และขึ้นไปยืนชมวิวธรรมชาติ พร้อมคล้องแม่กุญแจแสดงความรักกับคนรู้ใจที่บริเวณบนจุดชมวิว “เนินางพญา”

9.ล่องแพ จังหวัดกาญจนบุรี

9-2

สัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยว การพักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติรอบข้าง ล่องแพชมสายน้ำท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ทำร่วมกับคนรู้ใจ นอนชมวิวสายน้ำ ฟังเสียงจากธรรมชาติกันให้เพลินๆ พร้อมกับดินเนอร์ที่สุดแสนโรแมนติกในยามค่ำคืน

10.เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

10-2

พาคนรู้ใจไปขึ้นเขา สัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ชมความสวยงามของสายหมอกในยามเช้าพร้อมรับชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สุดแสนโรแมนติก ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับการมาพักผ่อน เติมเต็มความหวานให้กับคนรู้ใจ

 

พาไปดอทคอม

สนับสนุนเนื้อหา

ขอบคุณ : https://www.sanook.com