กรุงเทพโพลล์ ชี้ ปชช. ส่วนใหญ่ตั้งใจไปเลือกตั้ง 24 ก.พ. 62

กรุงเทพโพลล์ ปชช. ส่วนใหญ่ ตั้งใจจะไปเลือกตั้ง 24 ก.พ. 62 รับยังไม่ทราบข้อมูล กังวลการซื้อสิทธิ์ขายเสียงมากสุด

“กรุงเทพโพลล์” ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “คนไทยกับการเลือกตั้ง 62” โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,200 คน ระหว่างวันที่ 27-28 พ.ย.ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ถึงร้อยละ 93.5 ตั้งใจว่าจะไปเลือกตั้ง 24 ก.พ.62 ขณะที่ร้อยละ 2.6 ตั้งใจว่าจะไม่ไป โดยในจำนวนนี้ให้เหตุผลว่า ต้องเรียน ทำงาน ติดธุระ เบื่อหน่ายการเมือง และ ร้อยละ 3.9 ระบุว่า ยังไม่แน่ใจ

ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 63.2 ยังไม่ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ โดยข้อมูลที่ไม่ทราบมากที่สุดคือ ร้อยละ 79.1 รายละเอียดเกี่ยวกับตัวผู้สมัคร ส.ส. ของแต่ละพื้นที่ รองลงมา ร้อยละ 62.8 รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการเลือก ส.ส., ร้อยละ 55.7 รายละเอียดเกี่ยวกับพรรคการเมืองต่างๆ และร้อยละ 55.2 รายละเอียดเกี่ยวกับวัน/เวลา/สถานที่เลือกตั้ง ขณะที่ร้อยละ 36.8 รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้

3903

ขณะที่ ถามว่ามีเรื่องที่กังวลในการเลือกตั้งในครั้งนี้หรือไม่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 67.9 ระบุ มีเรื่องที่กังวล โดยเรื่องที่กังวลมากที่สุดคือ ร้อยละ 45.2 การซื้อสิทธิ์ขายเสียง รองลงมา ร้อยละ 31.0 การกล่าวหาใส่ร้ายป้ายสีกัน และ ร้อยละ 30.4 การใช้นโยบายประชานิยมเกินจริง ขณะที่ร้อยละ 32.1 ระบุ ไม่มีเรื่องที่กังวล

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า จะมีการใช้สื่อโซเชียล เช่น Facebook / youtube ตรวจสอบทุจริตการเลือกตั้ง ซื้อสิทธิ์ขายเสียงหรือไม่ ส่วนใหญ่ร้อยละ 72.2 ระบุ จะมีการใช้สื่อโซเชียล โดยจะแจ้งเบาะแสให้ กกต. ทราบมากที่สุด รองลงมาคือ แอบถ่ายคลิป แชร์แอบถ่ายภาพ ขณะที่ร้อยละ 27.8 ระบุ จะไม่มีการใช้สื่อโซเชียล

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://news.mthai.com

ฝุ่นพิษถล่มเหนือผวาท่องเที่ยววูบล้มป่วยพุ่ง100%

เอกชนหวั่นวิกฤตฝุ่นพิษนักท่องเที่ยวหนี ทำเทศกาลสาดน้ำสงกรานต์ล้านนาซบเซา

กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและภาคธุรกิจท่องเที่ยวต่างวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์วิกฤตฝุ่นละอองเกินมาตรฐานที่กำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวตามไปด้วย หากวิฤตฝุ่นพิษยังแก้ไม่หายยาวไปถึงเดือน เม.ย.นี้ จะส่งผลกระทบต่อเทสกาลเย็นทั่วหล้า มหาสงกรานต์ล้านนา อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น เช่น จ.เชียงใหม่ เนื่องจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติหนีไปเล่นสาดน้ำสงกรานต์ภาคอื่นแทน

นพ.ชายชาญ โพธิรัตน์ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัญหามลพิษจากฝุ่นควันที่มีความรุนแรงในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งพบว่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ได้พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน ทั้งนี้ นับจากสถานการณ์ ฝุ่นควันพิษ PM2.5 ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเดือน ก.พ.จนถึงขณะนี้ มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 30% และคาดว่าในช่วงระยะ 3-5 เดือนของสถานการณ์ฝุ่นควันพิษจะมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาตัวเพิ่มขึ้นถึง 100นพ.ชายชาญ กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้นักวิชาการของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เคยทำการศึกษาวิจัยผล กระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาฝุ่นควันพิษ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ด้านการท่องเที่ยว และด้านสุขภาพ พบว่าได้ส่งผล กระทบต่อระบบเศรษฐกิจ มีมูลค่าความเสียหายต่อปีประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมา ปัญหาฝุ่นควันพิษในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ จะเกิดขึ้นในระยะเพียง 1-2 เดือน แต่ปัจจุบันได้กินเวลายาวนานขึ้นไม่ต่ำกว่า 3-5 เดือน

”ผลกระทบปปัญหาฝุ่นละอองของ จ.เชียงใหม่ ที่รุนแรงต่อเนื่อง มาหลายวันโดยผลกระทบต่อสุขภาพ ในระยะสั้นจะเพิ่มอัตราการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยรายวันจากโรคระบบทางเดินหายใจหัวใจและหลอดเลือดสมองสูงขึ้น เช่น โรคปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง ส่วนผลกระทบในระยะยาวที่ร้ายแรงคืออายุขัยเฉลี่ยสั้นลงตามระดับความเข้มข้นค่าเฉลี่ยรายปีของ PM2.5 โดยพบว่า ทุกๆ 10 ” ไมโครกรัมที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้ที่อยู่อาศัยในพื้นที่นั้นมีอายุสั้นลง 1 ปี” นพ.ชายชาญ กล่าว

สำหรับ จ.เชียงใหม่ ครองแชมป์อันดับ 1 ในด้านมีคุณภาพอากาศที่เป็นมลพิษสูง อันดับ 1 ของโลกติดต่อกัน 4 วันแล้ว ตั้งแต่วันที่ 11-14 มี.ค. 2562 ซึ่งสถิติข้อมูลการเปิดไฟป่าในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-13 ม.ค.พบการเกิดจุดความร้อนสะสมทั้งหมด 622 จุด ซึ่งในปี 2561 เกิดเพียง 344 จุด ปีนี้เกิดความร้อนสะสมมากกว่าปีที่ผ่านมาถึง 278 จุด โดยพื้นที่เกิด ไฟป่ามากที่สุดยังคงเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ รองลงมาเป็นป่าอนุรักษ์ เขต ส.ป.ก.เขตุชุมชนและอื่นๆ และพื้นที่การเกษตรตามลำดับ

 

ขอบคุณข่าว : https://www.posttoday.com

อุตุฯ เตือน 14-18 มี.ค. ระวัง “พายุฤดูร้อน”

อุตุฯเผย ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวันไว้ด้วย

เมื่อวันที่ (13 มี.ค. 62) กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา บริเวณความกดอากาศต่ำ ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 14-18 มีนาคม 2562 บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และทะเลจีนใต้ ในขณะที่ ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้ประเทศไทยตอนบน มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยเริ่มจาก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคอื่นๆ จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวเตรียมการระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อน และควรอยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรระมัดระวัง และป้องกันความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ภาคเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 15-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 17-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 37-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคกลาง มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-40 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส  ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆบางส่วนโดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง  อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม.  ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีเมฆบางส่วน กับมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส  อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ไทยเข้าสู่ฤดูร้อน 21 ก.พ. ชี้ปีนี้อุณหภูมิเดือด 43 องศา คาด 7 จังหวัด ที่ร้อนสุด ๆ

ggh1

ภาพจาก กรมอุตุนิยมวิทยา

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา การเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทยปี 2562 ระบุว่า หลังสิ้นสุดฤดูหนาวและเข้าสู่ฤดูร้อนในวันนี้ โดยบริเวณไทยตอนบนวันนี้อุณหภูมิจะสูงขึ้นและอากาศร้อนต่อเนื่อง แต่ในช่วงเช้าภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นต่อไปอีกระยะ ซึ่งมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย ได้เปลี่ยนเป็นลมตะวันออกเฉียงใต้หรือลมฝ่ายใต้ปกคลุมแทน และคาดว่าฤดูร้อนจะสิ้นสุดประมาณกลางเดือนพฤษภาคม
สำหรับพื้นที่กทม.วันแรกของฤดูร้อน ตั้งแต่เช้าถึงขณะนี้ ท้องฟ้าโปร่ง มีเมฆบางส่วน และแสงแดด แรงต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสาย อุณหภูมิสูงสุดของกทม.วันนี้จะอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือวันนี้อุณหภูมิสูงสุด อยู่ที่ 38 องศาฯ

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ปีนี้ว่า อุณหภูมิจะร้อนกว่าปกติ 1-2 องศาเซลเซียส/สูงสุดจะอยู่ที่ 43 องศาฯ แต่ยังไม่ทำลายสถิติ ร้อนสูงสุด 44.6 องศาฯ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เมื่อปี 2559

โดยมี 7 จังหวัดที่จะร้อนที่สุด ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก นครสวรรค์ และกาญจนบุรี

21-อุตุ1

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : www.khaosod.co.th

 

 

 

 

งดงามอีกปี! “สิงห์ปาร์คเชียงราย” จัดบอลลูนเลิฟบอกรักลอยฟ้ารับ “วาเลนไทน์”

562000001612508

เชียงราย – สิงห์ปาร์คจัดเต็มต้อนรับวันวาเลนไทน์จัด “บอลลูน เลิฟ บอกรักลอยฟ้า” มีคู่รักที่จดทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 20 คู่ พร้อมจัดเทคนิคแสง สี เสียง ตระการตาตลอดเวลา 5 วันเต็ม

562000001612502

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 13-17 ก.พ.นี้ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ได้จัดให้มีกิจกรรม “สิงห์ปาร์ค เชียงราย อินเตอร์เนชั่นแนล บอลลูน เฟียสต้า” ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย ถนนเด่นห้า-ดงมะดะ อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย

กิจกรรมมีการจัดเป็นเทศกาลรวบรวมบอลลูนแฟนตาซีที่สวยงามจากนานาชาติรวมกันทั้งหมดกว่า 35 ลูก โดยมาจาก 13 ประเทศทั่วโลก ทำให้บริเวณสิงห์ปาร์คซึ่งตามปกติจะมีทุ่งหญ้าสีเขียวและมีไม้ดอกไม้ประดับรวมทั้งสิ่งปลูกสร้างแบบฟาร์มที่งดงามกว้างขวางยิ่งสวยงามไปด้วยบอลลูนที่มีความงดงามไม่น้อยไปกว่าปีที่ผ่านๆ มาเลย

562000001612505

 

562000001612504

สำหรับปีนี้ยังมีการจัดกิจกรรมพิเศษภายในงานในวันที่ 14 ก.พ.ซึ่งเป็นวันแห่งความรักหรือวาเลนไทน์โดยมีพิธีเปิดงาน “บอลลูน เลิฟ บอกรักลอยฟ้า” สำหรับคู่รักที่จดทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 20 คู่ ซึ่งปีนี้มี “กิ๊ก” ดนัย จารุจินดา นักแสดงพร้อมภรรยาเข้าร่วม กิจกรรมจะมีการจดทะเบียนคู่สมรสอย่างเป็นทางการและนำขึ้นนั่งบอลลูนที่งดงามพร้อมกัน การจัดฟาร์มทัวร์ด้วยรักโดยพาคู่รักนั่งรถชมความงดงามของไร่สิงห์ปาร์ค

นอกจากนี้ยังมีมหกรรมคอนเสิร์ตเพลงรักจากศิลปินชั้นนำจำนวนมาก การแสดงโขนกลางแปลงจากกลุ่มศิลปินวังหน้ากว่า 100 ชีวิต การแสดงโชว์บอลลูนด้วยเทคนิคแสง สี เสียง ตระการตาตลอดเวลา 5 วันเต็มดังกล่าวด้วย

562000001612506

 

562000001612507

 

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : Singha Park Chiang Rai สิงห์ปาร์ค เชียงราย

 

 

10 พิกัดจูงมือคนรู้ใจ ไปเที่ยวต้อนรับวันวาเลนไทน์ 2562

วาเลนไทน์นี้! ใครกำลังมองหาที่เที่ยว ที่พักผ่อน สัมผัสความโรแมนติก จูงมือคนรู้ใจไปสวีทเพิ่มความหวานให้กับชีวิตคู่ ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงาม ที่ต้องลองพาคนรักไปสัมผัมสักครั้ง

1-2

สัมผัสความสวยงามของทะเลฝั่งตะวันออก หาดทรายขาว เนียนละเอียด ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ เดินเล่นริมหาด นั่งชิลริมทะเล ดื่มด่ำบรรยากาศสายลมแสงแดด เติมเต็มความหวานในวันพักผ่อนกับคนรู้ใจ

2.เกาะพยาม จังหวัดระนอง

2-2

เกาะสวยอีกเกาะของทะเลอันดามัน ที่ขึ้นชื่อว่ามีน้ำทะเลใสสะอาด หาดทรายขาวเนียนละเอียด นุ่มสบายเท้า มุมพักผ่อนสุดชิลฟังเสียงทะเลกันเพลินๆ พร้อมมุมสวยงามของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และรับชมพระอาทิตย์ตกดินที่สุดแสนโรแมนติก

3.เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฏร์ธานี

3-2

สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม เหมาะสำหรับการพาคนรักไปสัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบ ชมความสวยงามของธรรมชาติ ที่โอบล้อมอยู่รอบกาย ล่องเรือชมผืนน้ำสีเขียวมรกตที่สวยงาม สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชุ่มปอด นอนเพิ่มความหวานกันภายในเขื่อน สุดแสนโรแมนติก

4.ปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

4-2

ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามเช้าท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย รายล้อมไปด้วยธรรมชาติและทิวสน ชมความสวยงามของสบายหมอกที่ลอยอยู่เหนือน้ำ ล่องแพท่ามกลางสายหมอกบางๆ สัมผัสความเงียบสงบและความโรแมนติกที่สุดแสนจะสวยงามเกินจะบรรยาย

5.ภูลมโล จังหวัดเลย

5-2

สวรรค์ของคนรักธรรมชาติ เดินชมความสวยงามของ “ดอกพญาเสือโคร่ง” ที่เบ่งบาน ออกดอก ออกผล เป็นสีชมพูไปทั่วทุ่ง ให้บรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติก เหมาะสำหรับพาคนรู้ใจไปเดินชมธรรมชาติ ให้เบ่งบานเป็นสีชมพูเหมือนกับดอกพญาเสือโคร่ง

6.วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

6-2

สัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เดินชมความสวยงามของพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่ออกดอก ออกผล หลากหลายสีสัน ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบาย จูงมือคนรู้ใจเดินเล่นชมดอกไม้ เพิ่มความหวานให้เบ่งบานเหมือนอย่างดอกไม้

7.เชียงคาน จังหวัดเลย

7-2

พาคนรู้ใจไปทำตัวชิล เดินเล่นชุมชน ปั่นจักรยานชมบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำโขงในยามเย็น ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์กับคนรู้ใจในวันพักผ่อน ท่ามกลางความเงียบสงบและอากาศที่เย็นสบาย เดินช้อปปิ้ง ถ่ายรูปชิคๆ ในยามค่ำคืนบริเวณถนนคนเดิน พร้อมตื่นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า จุดไฮไลท์ที่สุดแสนจะโรแมนติกของที่นี่

8.ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต จังหวัดจันทบุรี

8-2

จูงมือคนรู้ใจไปขับรถชมวิวทะเลบนถนนที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดของประเทศไทย เปิดกระจกรับลม ฟังเสียงทะเลกันเพลินๆ และขึ้นไปยืนชมวิวธรรมชาติ พร้อมคล้องแม่กุญแจแสดงความรักกับคนรู้ใจที่บริเวณบนจุดชมวิว “เนินางพญา”

9.ล่องแพ จังหวัดกาญจนบุรี

9-2

สัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยว การพักผ่อน ท่ามกลางธรรมชาติรอบข้าง ล่องแพชมสายน้ำท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ พร้อมกิจกรรมสนุกๆ ทำร่วมกับคนรู้ใจ นอนชมวิวสายน้ำ ฟังเสียงจากธรรมชาติกันให้เพลินๆ พร้อมกับดินเนอร์ที่สุดแสนโรแมนติกในยามค่ำคืน

10.เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

10-2

พาคนรู้ใจไปขึ้นเขา สัมผัสธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ชมความสวยงามของสายหมอกในยามเช้าพร้อมรับชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สุดแสนโรแมนติก ท่ามกลางอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับการมาพักผ่อน เติมเต็มความหวานให้กับคนรู้ใจ

 

พาไปดอทคอม

สนับสนุนเนื้อหา

ขอบคุณ : https://www.sanook.com

 

 

 

ขอเชิญเที่ยวงานพ่อขุนเม็งรายมหาราช ประจำปี 2562 วันที่ 26 ม.ค. ถึง วันที่ 4 ก.พ. 2562 ที่สนามบินเก่า ฝูงบิน 416 เชียงราย

งานพ่อขุน-62-640x456

ขอเชิญเที่ยวงานพ่อขุนเม็งรายมหาราช ประจำปี 2562 วันที่ 26 มกราคม 2562 ถึง วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ที่สนามบินเก่า ฝูงบิน 416 เชียงราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ภายในงานพบกับ จัดแสดงผลงานความก้าวหน้า การออกร้านนิทรรศการของส่วนราชการ อำเภอ สถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ในการนำเสนอทางด้านพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจ ทั้งโครงการพระราชดำริ โครงการหลวง และนิทรรศการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง และเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรมออกร้านมัจฉากาชาด การออกสลากกาชาดการกุศล ห้างร้านค้าต่างๆ สินค้าราคาถูก สวนสนุกชุดใหญ่ ศิลปะพื้นบ้าน ศิลปะร่วมสมัยจากท้องถิ่นต่าง และ คอนเสิร์ตนักร้องดังมากมาย ซึ่งรูปแบบการจัดงานจัดประกวดร้านค้าส่วนราชการและหน่วยงานภาครัฐ การแสดงผลงานความก้าวหน้า การออกร้านนิทรรศการของส่วนราชการ อำเภอ สถาบันศึกษา มูลนิธิ สมาคม ต่างๆ และภาคเอกชน การออกร้านของเหล่ากาชาดจังหวัดเชียงราย และจัดกิจกรรมเวทีกลาง จัดประกวดธิดาดอย การประกวดร้องเพลง จัดให้มีดนตรี ศิลปิน นักร้อง ทุกคืน พร้อมนำสินค้าของดีจาก 18 อำเภอ มาจัดแสดงจำหน่ายตลอดจนกิจกรรมการละเล่นต่างๆและการจัดแสดงจำหน่ายจากภาคเอกชนเป็นจำนวนมาก ในงานพ่อขุนเม็งรายมหาราช ประจำปี 2562

สำหรับพิธีเปิดงานในวันเสาร์ที่ 26 มกราคม 2562 จัดพิธีถวายสักการะพระบรมอัฐิพ่อขุนเม็งรายมหาราช ผู้สร้างเมืองเชียงราย ที่วัดดอยงำเมือง จัดพิธีบวงสรวง สืบชาตา พิธีทางศาสนาทำบุญเมืองเชียงราย ที่บริเวณพระบรมราชานุสาวรีย์พ่อขุนฯ พิธีเปิดงานพ่อขุนเม็งรายมหาราชและงานกาชาด ประจำปี 2562 ที่บริเวณจัดงานสนามบินฝูงบิน 416 เมืองเชียงราย พร้อมจัดขบวนแห่ไหว้สาพญาเม็งราย

คอนเสิร์ต นักร้องร่วมงาน

วันที่ 26 ม.ค. 2562 พบกับ CLASH
วันที่ 27 ม.ค. 2562 พบกับ ปู พงสิทธิ์
วันที่ 28 ม.ค. 2562 พบกับ มหาหิงค์
วันที่ 29 ม.ค. 2562 พบกับ ลำเพลิน วงศ์กร+เต๊ะ ตระกูลตอ
วันที่ 30 ม.ค. 2562 พบกับ เนสกาแฟ ศรีนคร
วันที่ 31 ม.ค. 2562 พบกับ ลำไย ไหทองคำ
วันที่ 1 ก.พ. 2562 พบกับ ปู่จ๋าน ลองไมค์
วันที่ 2 ก.พ. 2562 พบกับ เก๋าซืม
วันที่ 3 ก.พ. 2562 พบกับ ลาบานูน
วันที่ 4 ก.พ. 2562 พบกับ คาราบาว

 

ขอบคุณ : https://www.thailandseason.com

เชิญชวน ช๊อป ชิม ชิล ในงานเทศกาลอาหารเชียงราย ประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 17 – 25 มกราคม 2562 ณ ลานเวทีรำวงย้อนยุค สวนตุงและโคมนครเชียงราย

 20190117154003
“นครเชียงราย ก้าวสู่เมืองแห่งอาหารปลอดภัย”

จัดงาน เทศกาลอาหารเชียงราย ประจำปี 2562

         เทศบาลนครเชียงราย จัดงานเทศกาลอาหาร เชียงราย นครเชียงราย นครแห่งชา กาแฟ ประจำปี 2562จัดนิทรรศการ “ขบวนเหรดเทศกาลอาหารเชียงราย”ระหว่างวันที่  17– 25  มกราคม 2562ณ ลานเวทีรำวงย้อนยุค สวนตุงและโคมนครเชียงราย

    นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย เปิดเผยว่า“ในช่วงของฤดูหนาวของทุกปี จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีสภาพภูมิอากาศเย็นสบายเหมาะแก่การท่องเที่ยว สภาพแวดล้อมโดยเฉพาะทรัพยากรทางธรรมชาติยังคงอยู่ในสภาพที่ดี จึงทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมุ่งมาที่จังหวัดเชียงรายโดยมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปีที่เดินทางมาเที่ยวชมงานเชียงรายดอกไม้งาม ครั้งที่ 15 ที่ทางเทศบาลฯ ได้จัดขึ้น ในทำนองเดียวกันได้จัดให้มีกิจกรรมต่างๆ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศในช่วงฤดูการท่องเที่ยวในปีนี้ โดยเฉพาะการจัดงานเทศกาลอาหารเชียงรายที่ทางเทศบาลฯได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี”

สำหรับปีนี้ เทศบาลนครเชียงราย พร้อมด้วยชมรมร้านอาหารเทศบาลนครเชียงราย ร่วมกันจัดงาน “เทศกาลอาหารเชียงราย นครเชียงราย นครแห่งชา กาแฟ”ขึ้น ระหว่างวันที่  20 – 25 มกราคม 2562 ณ บริเวณลานเวทีรำวงย้อนยุค สวนตุงและโคมนครเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบธุรกิจด้านอาหาร ปฏิบัติตามหลักสุขาภิบาลอาหารให้ประชาชนมีโอกาสเลือกบริโภคอาหารจากร้านอาหารที่หลากหลายชนิด ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยเน้นที่ “อาหารต้องสะอาด รสชาติต้องอร่อย” “Clean Food Good Taste” และก้าวนำครัวไทยสู่ครัวโลกด้วยความภาคภูมิใจและที่สำคัญคือการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายนำรายได้มาสู่ชุมชนในท้องถิ่น รวมถึงยังได้มีการจัดแสดงนิทรรศการ “ขบวนพาเหรดเทศกาลอาหารเชียงราย” นอกจากนี้ยังมีการประกวดคาบาเร่โชว์,one man one woman,วัยทีน,และการประกวดสาวงามประเภทสองให้ได้ชมตลอดทั้งงาน ในทำนองเดียวกันจังหวัดเชียงรายเป็นแหล่งผลิตชาและกาแฟที่มีชื่อเสียงระดับโลก เทศบาลนครเชียงรายได้ร่วมกับผู้ประกอบการในการผลิตชาและกาแฟในจังหวัดเชียงรายมาร่วมจัดแสดงการชงชาและวิธีการคั่วบดกาแฟชนิดต่างๆ ให้ผู้มาเที่ยวชมงานได้เรียนรู้เทคนิควิธีการชงชาและคั่วบดเมล็ดกาแฟให้มีคุณภาพและเปิดโอกาสให้ได้ลิ้มลองรสชาติชาและกาแฟตลอดระยะเวลาในการจัดงานเสริมสร้างบรรยากาศที่หนาวเย็นด้วยการชิมชาร้อนๆ และกาแฟที่ส่งกลิ่นหอมท่ามกลางสวนดอกไม้ที่แสนสวยงามที่จัดขั้นโดยเทศบาลนครเชียงรายเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงรายในภาพรวม

        ดร.ปรีชา อนุรักษ์ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย กล่าวเพิ่มเติมว่า  “สำหรับในวันที่ 20 มกราคม 2562    ทางเทศบาลนครเชียงรายร่วมกับกลุ่มรุ้งสร้างสรรค์จังหวัดเชียงราย จัดขบวนพาเหรดแฟนซีอย่างสวยงาม โดยเริ่มเคลื่อนขบวนในเวลา 18.00 น. จากหน้าวัดมิ่งเมือง ไปตามเส้นทาง หอนาฬิกาเชียงรายฯ สี่แยกประตูสลี สี่แยกศาล ไปจนถึงสวนตุงและโคมนครเชียงรายและเชิญร่วมพิธีเปิดงานในเวลา20.00 น.เป็นต้นไป ณ บริเวณลานเวทีรำวงย้อนยุค สวนตุงและโคมนครเชียงรายชมการแสดงศิลปวัฒนธรรม การสาธิตวิธีการชงชาและกาแฟ การจัดบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชาและกาแฟแบรนด์ดังๆ มากมาย การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินมาขับกล่อมบทเพลงอันไพเราะท่ามกลางบรรยากาศสวนดอกไม้ที่คละเคล้าไปด้วยกลิ่นชา กาแฟที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปตลอดทั้งงาน และคาดว่าจะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวและชาวเชียงรายได้มีความสุขต้อนรับเทศกาลในช่วงปีใหม่นี้อย่างแน่นอน”

 

ขอบคุณข่าว / ภาพ เทศบาลนครเชียงราย   | นำเสนอโดย : เชียงรายโฟกัสดอทคอม

อุทยานลุยสำรวจ “ถ้ำหลวง” เก็บอุปกรณ์ที่ตกค้าง หลังปิดภารกิจครบ 6 เดือน

เจ้าหน้าที่อุทยานประชุมแบ่งแผนงานออกเป็น 2 ทีม เข้าสำรวจเก็บกู้อุปกรณ์ที่ยังตกค้างอยู่ในถ้ำหลวง หลังพบว่าปากถ้ำน้ำแห้งสนิท 6 เดือนให้หลังของภารกิจ อีกชุดเตรียมเข้าจัดทำแผนผังของถ้ำ

เมื่อวานนี้ (16 ม.ค.) ที่อุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 พร้อมคณะ ประชุมร่วมกับ เจ้าหน้าที่ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองทัพเรือ หรือหน่วยซีล เพื่อทำความเข้าใจในการปฏิบัติภารกิจเข้าไปสำรวจเครื่องมือและอุปกรณ์ ที่ใช้ในปฏิบัติการค้นหา-ช่วยเหลือ 13 หมูป่า ที่ตกค้างอยู่ในถ้ำหลวง

การประชุมมีขึ้นหลังจาก พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางไปตรวจบริเวณถ้ำเมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา และพบว่าระดับน้ำภายในถ้ำได้แห้งสนิท ไม่มีน้ำไหลออกมาอีก ขณะที่พบอุปกรณ์ช่วยเหลือต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่เคยใช้ เช่น ท่อน้ำ สายไฟฟ้า ฯลฯ ยังวางระเกะระกะอยู่ทั่วบริเวณห้องโถงที่ 1 ทำให้เจ้าหน้าที่ประเมินได้ว่าอาจจะสามารถเข้าไปเก็บกู้อุปกรณ์ต่างๆ ดังกล่าวได้

โดยการประชุมครั้งนี้ นายเวิร์น อันสเวิร์ธ นักสํารวจถ้ำชาวอังกฤษ ผู้มีบทบาทในการประสานงานและช่วยเหลือในปฏิบัติการเข้าร่วมด้วย และได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่สรุปข้อมูลจากสภาพปัจจุบันและการสำรวจของมิสเตอร์เวิร์นว่าน้ำในถ้ำได้หยุดไหลออกจากโถงแรกแล้ว

นอกจากนี้น้ำยังได้หยุดไหลเมื่อถึงโถงที่ 2 ระยะทางห่างจากปากถ้ำเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตรมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2561 ที่ผ่านมาอีกด้วย กระนั้นก็จะยังคงมีแอ่งน้ำภายในถ้ำเป็นบางจุดโดยบางจุดมีความลึกด้วยเช่นกัน

นายกมลไชย กล่าวว่าเจ้าหน้าที่ได้ข้อสรุปว่าจะเข้าไปสำรวจถ้ำครั้งแรกตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 17 มกราคมนี้เป็นต้นไป โดยได้กำหนดให้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปจำนวน 35 นายมาจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ทหารเรือจากหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ (หน่วยซีล) สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จ.เชียงราย สมาคมศิริกรณ์เชียงรายบรรเทาสาธารณภัย คณะจากมิสเตอร์เวิร์นที่ชำนาญในพื้นที่มาตั้งแต่ต้น ฯลฯ

โดยทั้งหมดจะประกอบกำลังกันโดยมีภารกิจแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือจากปากถ้ำ-ห้องโถงที่ 3 ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตรกว่า ซึ่งในระยะ 1 กิโลเมตรแรกคงจะมีอุปกรณ์ตกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะประวัติศาสตร์การช่วยเหลือส่วนใหญ่อยู่ช่วงต้นทางนี้

ทั้งนี้ได้มอบให้ทางเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ หน่วยชีล และ ปภ.ทำการบันทึกภาพและบันทึกข้อมูลว่าอุปกรณ์สิ่งของใดอยู่ ณ จุดใดโดยยังจะไม่ให้ขยับเขยื้อนอุปกรณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เพราะภารกิจจะมีเพียงการสำรวจข้อมูลเท่านั้น ทั้งนี้อุปกรณ์ส่วนใหญ่ที่คงค้างอยู่ภายในจะเป็นท่ออากาศ สายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ ถังอัดอากาศ ขวดอัดอากาศ ฯลฯ

นายกมลไชย ยังกล่าวอีกว่า จากนั้นจะเข้าไปต่อจากช่วงห้องโถงที่ 3 ไปถึงสามแยกระยะทางอีกประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งก็จะยังคงให้หน่วยชีลเป็นหน่วยงานหลักเพราะมีความชำนาญพื้นที่ด้านในและเคยนำขวดอัดอากาศที่เคยอยู่ด้านในออกมาไว้ที่ห้องโถงที่ 2 และที่ 3 ไปหมดแล้ว จำนวนประมาณ 300 กว่าขวดปัจจุบันก็ยังคงอยู่ภายในซึ่งก็จะบันทึกข้อมูลเอาไว้เช่นกัน ทั้งนี้คาดว่าภารกิจใช้ระยะเวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง

ส่วนหลังจากนั้นจะปฏิบัติการอย่างไรต่อไปกับอุปกรณ์ต่างๆ นั้นตนต้องรอขออนุญาตจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและกรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาก่อนต่อไป โดยนายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะเดินทางไปกำกับดูแลการปฏิบัติการด้วยตัวเองด้วย

นอกจากนี้ยังรายงาน อุปกรณ์บางอย่างที่ใช้ใน ปฏิบัติการค้นหา-ช่วยเหลือ 13 หมูป่า ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวง ทางกรมอุทยานจะขอกับหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติ เพื่อขอให้คงอุปกรณ์เหล่านั้นไว้ ซึ่งอาจจะนำมาไว้ในพิพิธภัณฑ์ และจัดแสดงในช่วงฤดูแล้งที่จะให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมได้ โดยเฉพาะเครื่องมือสื่อสารโบราณที่ใช้มาตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดีในปฏิบัติการค้นหา-ช่วยเหลือ 13 หมูป่า ที่ติดอยู่ในถ้ำหลวงที่ผ่านมา

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://www.sanook.com

8 วิธีป้องกันตัวเองจากภาวะฝุ่นละออง-อากาศเป็นพิษบุกกรุง

ช่วงนี้อากาศในเมืองไทยไม่ถึงกับร้อนมาก ตื่นนอนมาในตอนเช้าเห็นเหมือนหมอกจางๆ หลายคนอาจจะคิดว่า ‘วันนี้อากาศดีจัง คงจะเย็นสบายกำลังดี’ แต่อันที่จริงแล้วเมื่อออกจากบ้านไป อาจพบว่าที่พบว่าเป็นหมอกจางๆ ที่แท้จริงแล้วเป็นควันฝุ่นละอองขนาดเล็กที่สามารถทำลายสุขภาพปอด รวมถึงระบบทางเดินหายใจของเราได้เลยทีเดียว

 

อากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง อันตรายอย่างไร?

ฝุ่นละออง เป็นมลพิษในอากาศที่เป็นปัญหาหลักในกรุงเทพมหานคร และชุมชนขนาดใหญ่ จากการวิจัยพบว่าฝุ่นละอองที่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่มีขนาดไม่เกิน 10 ไมครอน โดยฝุ่นละอองขนาดเล็กนี้ สามารถเข้าไปในระบบทางเดินหายใจผ่านโพรงจมูกเข้าไปถึงถุงลมในปอด ทำให้เกิดการอักเสบ และการระคายเคืองเรื้อรัง และฝุ่นละอองจะมีพิษมากขึ้น หากฝุ่นละอองนั้นเกิดจากการรวมตัวของก๊าซบางชนิด เช่นซัลเฟอร์ไดออกไซด์  ออกไซด์ของไนโตรเจนเข้าไปในอนุภาคของฝุ่น โดยก่อให้เกิดการแพ้ และระคายเคืองผิวหนัง ทางเดินหายใจ และดวงตาได้

ผู้ที่เสี่ยงได้รับอันตรายจากฝุ่นละอองในอากาศมากที่สุด คือกลุ่มผู้ป่วยโรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด โรคเยื่อบุตาอักเสบ และโรคผิวหนัง

 

ในช่วงที่สภาพอากาศไม่ถ่ายเทนัก กลุ่มฝุ่นละอองอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ จึงขอแนะนำวิธีป้องกันตัวเองจากภาวะฝุ่นละออง หรือมลภาวะอากาศเป็นพิษในเมืองกรุง เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงนี้

  1. หลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวไปข้างต้น
  2. ปิดประตูหน้าต่าง เพื่อป้องกันฝุ่นละอองเข้าบ้าน หากปิดหน้าต่างไม่ได้ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดมาปิดแทนหน้าต่าง
  3. หากจำเป็นต้องเดินทางออกไปนอกบ้าน ให้ใช้ผ้าชุบน้ำบิดหมาดปิดจมูก และปาก หรือสวมหน้ากากกรองฝุ่น
  4. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย หรือทำงานหนักนอกบ้าน
  5. ดื่มน้ำมากๆ และงดสูบบุหรี่ในช่วงที่พบฝุ่นละอองในอากาศมาก
  6. ผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กเล็ก ต้องดูแลรักษาสุขภาพเป็นพิเศษ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับอากาศที่มีฝุ่นละออง
  7. ไม่เผาขยะ โดยเฉพาะขยะที่มีสารพิษ เช่น พลาสติก ยางรถยนต์ รวมทั้งขยะทั่วไป
  8. ลดการใช้รถยนต์ หรือใช้เท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้มลพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ทำให้อากาศแย่ไปกว่าเดิม

 

อ่านต่อ >> “มลพิษในอากาศ” อันตรายต่อสุขภาพมากกว่าที่คิด