คำขวัญวันครู 2562 ความสำคัญของวันครูแห่งชาติ

วันที่ 16 มกราคมของทุกปี ถือเป็น วันครูแห่งชาติ ครูผู้ที่ให้ความรู้ คำแนะนำ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการเรียน สำหรับนักเรียน หรือ นักศึกษาในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ  และยังเป็นผู้อบรมให้ศิษย์ได้รู้จักผิดชอบชั่วดี สอนในคุณงามความดีเพื่อเป็นแม่แบบให้เด็กได้ปฏิบัติตามทั้งต่อหน้าและลับหลัง
คำว่า “ครู” มาจากศัพท์ภาษาสันสกฤต “คุรุ” และภาษาบาลี “ครุ, คุรุ” ที่แปลว่า “หนัก” อันหมายถึง ความรับผิดชอบในการอบรมสั่งสอน

ความสำคัญของวันครูแห่งชาติ

Primary school teacher is helping two of her students with a STEM project. They are building something using recycled items and crafts equipment.

วันครู เป็นวันระลึกถึงความสำคัญของครู ประเทศส่วนใหญ่จะให้วันนี้เป็นวันหยุดของครูและนักเรียน บางแห่งมีการเฉลิมฉลองเพื่อเป็นเกียรติและจัดงานเลี้ยงสำหรับครู
แนวคิดเรื่องการเฉลิมฉลองในวันครูมีต้นกำเนิดจากหลายประเทศในช่วงศตวรรษที่ 20 ส่วนใหญ่แล้ว จะเฉลิมฉลองแด่ผู้ให้การศึกษาของแต่ละแห่ง หรือจัดในวันที่มีเหตุการณ์สำคัญทางการศึกษา (ตัวอย่างเช่น ประเทศอาร์เจนตินามีการไว้อาลัยถึงการเสียชีวิตของ Domingo Faustino Sarmiento ในวันที่ 11 กันยายน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1915 เป็นต้นมาในขณะที่ประเทศอินเดียได้มีการฉลองวันเกิดของ ดร. สรวปัลลี ราธากฤษณัน ในวันที่ 5 กันยายน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1962 เป็นต้นมา)

คำขวัญวันครู 2562

โดยในปี 2562 นี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้คําขวัญวันครู เนื่องในโอกาสวันครูแห่งชาติ ครั้งที่ 63 ไว้ว่า “ครูดี ศิษย์ดี มีพัฒนา ก้าวหน้า สู่เทคโนโลยี”

teacher-1-1

 

ที่มาภาพจาก @fm91trafficpro

รวม สถานที่เคาท์ดาวน์ ปีใหม่ 2562 ทั่วไทย ชมพลุ ดอกไม้ไฟ แสงสีเสียง

รวม สถานที่เคาท์ดาวน์ ปีใหม่ 2562 ทั่วไทย

1. ศูนย์การค้า Central World
กรุงเทพ

12316226_10153477485619748_8058963062428347047_n

จัดงานเป็นประจำทุกปี สำหรับศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ล สถานที่เคาท์ดาวน์สำหรับคนกรุงเทพฯ พบกับกิจกรรมนับถอยหลัง ส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ การแสดงดนตรีและกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ พร้อมการแสดงพลุและดอกไม้ไฟ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2561 – 1 มกราคม 2562 ย่านราชประสงค์ กรุงเทพมหานคร

2. Asiatique Thailand Countdown 2019
เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟรอนท์, กรุงเทพ

47681537_2141206422596607_6155503929846136832_n

เครื่องดื่มตราช้าง พรีเซนต์ “Asiatique Thailand Countdown 2019” เนรมิตการจัดงานเคาท์ดาวน์ระดับประเทศ ภายใต้ธีม The Tomorrow Port ตื่นตาไปกับพลุไฟสุดตระการตา กลางแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมด้วยคอนเสิร์ตสุดมันส์ที่จัดเต็มแบบไม่ยั้ง จากศิลปิน ดารายอดนิยม ในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ประตูเปิดห้าโมงเย็นเป็นต้นไป

3. Mega Countdown 2019
เมกาบางนา, จ.สมุทรปราการ

Mega-countdown

งานมหกรรม Mega Countdown 2019 ปีนี้ขนทัพศิลปินชั้นนำมาส่งความสุขท้ายปีกันแบบจัดหนักจัดเต็ม ทั้ง ปาล์มมี่, The Toys, Room 39, Modern Dog, Paradox, Big Ass, โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน และ ป๊อบ-ปองกูล ร่วมด้วยทีมดีเจที่จะปลุกเสต็ปแดนซ์ในตัวคุณให้สนุกสุดเหวี่ยงกับแสงสีเสียงบนเวที พร้อมนับถอยหลังข้ามปีไปด้วยกัน ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ที่ห้างสรรพสินค้า เมกาบางนา จังหวัดสมุทรปราการ

4. ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์
รังสิต, จ.ปทุมธานี

Poster-50x78-cm-011

งาน FUTURE PARK & ZPELL COUNTDOWN 2019 พบกับทัพศิลปินชื่อดัง โอปอ ประพุทธ์, Tabasco, Yes’sir Days, หนุ่ม กะลา, Room39, Slot Matchine ร่วมด้วยนักแสดงสุดหล่ออย่าง ปั้นจั่น ปรมะ และ เคน ภูภูมิ ที่จะพาเราก้าวข้ามปีไปพร้อมกัน อีกทั้งยังได้ช้อป ชิม ชิลล์ จากร้านค้าสุดชิค และเมนูอร่อยจาก Food Truck รวมถึงบูธอาหารมากมาย ที่มีให้เลือกอิ่มแบบไม่อั้น ในกิจกรรม Countdown Market วันที่ 31 ธ.ค. 61 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป บริเวณลานจอดด้านหน้าศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค

ทางด้านศูนย์การค้า Zpell ก็ต้อนรับนักท่องเที่ยวงาน Winter Backyard At Zpell เทศกาลชิว ๆ กลางสายลมหนาว ที่มีทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และดนตรีจากศิลปินดัง อาทิ Jetset’er, Clash, สงกรานต์ รังสรรค์ ฯลฯ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 1 ม.ค. 62 ลานเปิดให้บริการ 17.00 น. – 24.00 น.

5. Mono29 Pattaya Countdown 2019
พัทยา, จ.ชลบุรี

47053873_656477111421112_3064782366279991296_n

เมืองพัทยา ร่วมกับ ช่องโมโนทเวนตี้ไนน์ ฟรีทีวีที่มีหนังดีซีรีส์ดังมากที่สุด ชวนคุณมาร่วมเฉลิมฉลอง นับถอยหลังสู่ปี 2019 อย่างยิ่งใหญ่ ในงาน “Mono29 Pattaya Countdown 2019 : Universe of Entertainment สนุกสุดขอบจักรวาล” เตรียมพบความสนุก และความบันเทิงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น CONCERT จากทัพศิลปินชื่อดัง ให้คุณได้มันส์กันสุดเหวี่ยง อาทิ RETROSPECT, ป้าง นครินทร์ , เอ๊ะ จิรากร , สแตมป์ อภิวัฒน์ , เบน ชลาทิศ , ROOM39 , สิงโต นำโชค , ศิลปินจาก MONO MUSIC ฯลฯ พร้อมการแสดงพลุไฟ ประกอบแสง สี เสียง สุดตระการตา ณ ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวเมืองพัทยา (แหลมบาลีฮาย) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป หรือชมการถ่ายทอดสดทางช่อง Mono29

6. อัมพวารื่นเริงเถลิงศกใหม่ 2562
จ.สมุทรสงคราม

20181127105040

สัมผัสบรรยากาศแบบถวิลหาอดีตที่อัมพวา กับงาน “อัมพวารื่นเริงเถลิงศกใหม่ 2562” ร่วมลีลาศ รำวง และรับฟังบทเพลงไพเราะของสุนทราภรณ์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 19.00 น. เป็นต้นไป จากนั้นก็เริ่มนับถอยหลัง ร้องเพลง สวัสดีปีใหม่ แบบต้นฉบับ พร้อมชมการแสดงพลุ ดอกไม้ไฟฉลองวันขึ้นปีใหม่ และเริ่มกิจกรรมวันแรกของปี ในเช้าวันที่ 1 มกราคม  2562 ด้วยการทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคลตลอดปี 2562 บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

7. Amazing Thailand Countdown 2019
จ.นครพนม

20181204152336

ร่วมเฉลิมฉลองต้อนรับศักราชใหม่ โดยมี Landmark เป็นหอนาฬิกาเวียดนามอนุสรณ์ พร้อมรับชมการจุดพลุสวยงามริมแม่น้ำโขง พบกับการ การแสดงจากศิลปิน วงดนตรีในพื้นที่ / ขบวนพาเหรดโบโซ่ / พลุเฉลิมฉลองต้อนรับศักราชใหม่ และกิจกรรมมากมายบนเวที

8. ไอคอนสยาม, กรุงเทพ

Countdown-2019

ร่วมเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ บริเวณคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยา แลนด์มาร์คแห่งใหม่ของกรุงเทพมหานคร ณ ไอคอนสยาม ชมการแสดงจากศิลปินไทย/จีน พร้อมชมการจุดพลุสุดอลังการความยาวกว่า 1,400 เมตร จำนวน 5 องค์ องค์ละ 6 นาที รวมทั้งสิ้น 30 นาที

9. เทศกาลเคาท์ดาวน์เชียงใหม่ 2562
จ.เชียงใหม่

countdown-2

ประตูท่าแพ สถานที่จัดงานปีใหม่ชื่อดังแห่งเมืองเหนือ นช่วงสัปดาห์ของเทศกาลจะมีการออกร้านค้าสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้าน ร้าน OTOP และร้านอาหารท้องถิ่นอร่อย ๆ มากมาย นอกจากนั้นก็จะมีการแสดงดนตรี การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา การแสดงของนักร้องชื่อดังต่าง ๆ และในคืนวันสุดท้ายแห่งปีก็จะมีการจุดพลุไฟเฉลิมฉลองอีกด้วย

10. ปีใหม่สากลชุมชนทุกเผ่า ชาวแม่ฮ่องสอน
จ.แม่ฮ่องสอน

20181127103750

เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า ในรูปแบบที่เป็นสากลของชนเผ่า บนพื้นฐานของความหลากหลายทางวัฒนธรรมและประเพณีความเชื่อของผู้คนในท้องถิ่น ภายในงานจัดให้มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมของแต่ละชนเผ่า การจำหน่ายสินค้าของชนเผ่า เช่น กะเหรี่ยง ม้ง มูเซอ ลีซอ ไทใหญ่ ปะโอ ลัวะ และจีนยูนนาน โดยจะมีการจุดพลุฉลองปีศักราชใหม่ จากนั้นในช่วงเช้าวันที่ 1 มกราคม 2562 จะมีการทำบุญตักบาตรข้าวสารอาหารแห้งพระสงฆ์จำนวน 99 รูป

11.  Khon Kaen Countdown 2019
จ.ขอนแก่น

countdown

Khon Kaen Countdown 2019 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ขอนแก่นมหานครแห่งสีสัน (Khon Kaen Colorful of Light 2019 ) ระหว่างวันที่ 25 – 31 ธันวาคม 2561 ถึงวันที่ 1 มกราคม 2562 ณ สวนประตูเมืองและบริเวณถนนศรีจันทร์ (ช่วงทางเข้าประตูเมือง) โดยเนรมิตพื้นที่ของสวนเรืองแสงให้เป็น Dome of Lighting  ซึ่งสามารถกระจายแสงระยิบระยับ ด้วยระบบไฟดิจิตอล นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น การแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังมากมาย มหกรรมอาหารรสเลิศ และการจำหน่ายสินค้า DIY

12. งานปาร์ตี้ปีใหม่เกาะพะงัน
จ.สุราษฎร์ธานี

pangan

งานปาร์ตี้ปีใหม่เกาะพะงัน หรือ Full Moon Party จัดขึ้นที่หาดริ้น เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎ์ธานี โดยในทุกปีจะเริ่มจัดปาร์ตี้กันตั้งแต่วันคริสต์มาสและยาวไปจนถึงวันขึ้นปีใหม่ ขณะเดียวกันก็จะมีการแสดงดนตรี การแข่งขันวอลเลย์บอลชายหาด การแข่งขันซ็อกเกอร์ การประกวดชุดบิกินี่  การแสดงต่าง ๆ บนชายหาด อย่างโชว์ควงกระบองไฟ ควงโซ่ไฟ กระโดดเชือกไฟ สไลเดอร์ผ่านห่วงไฟ ฯลฯ ก่อนจะปิดท้ายลาปีเก่ากันด้วยพลุไฟปีใหม่ และแดนซ์กระจายกันทั้งคืน

13. Happy City Happy Countdown Suratthani 2019
จ.สุราษฎร์ธานี

NewYear

Happy City Happy Countdown Suratthani 2018 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2561 – 1 มกราคม 2562 ณ ศาลหลักเมือง ริมเขื่อน แม่น้ำตาปี อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภายในงานมีกิจกรรม สวดมนต์ข้ามปี, ทำบุญตักบาตร, จำหน่ายสินค้าทำมือ, กิจกรรม ถนนคนกิน ถนน คนเดิน และอย่างพลาดกิจกรรม Countdown นับถอยหลังสู่ปีใหม่

14. เทศกาลรับตะวันใหม่ก่อนใครในสยาม
จ.อุบลราชธานี

Countdown-UBON

ชมแสงอาทิตย์แรกของปี ก่อนใครในสยาม จากจุดที่เป็นตะวันออกสุดของประเทศ ณ อุทยานแห่งชาติผาแต้ม อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมร่วมพิธีต่อแสงตะวัน บริเวณลานผาแต้ม พิธีทำบุญตักบาตรรับปีใหม่บนผาชะนะได ท่องเที่ยวเส้นทางพระอาทิตย์ขึ้น และพิธีบวชต้นไม้ ณ ป่าดงนาทาม ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2561 – 1 มกราคม 2562

15. งานส่งตะวันและภูเก็ตเคาท์ดาวน์ 2562
จ.ภูเก็ต

ร่วมกันนับถอยหลังเพื่อส่งแสงพระอาทิตย์สุดท้ายของปี จากปลายแหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดสุดท้ายของประเทศที่เห็นพระอาทิตย์ตกดิน และยังมีกิจกรรมบันเทิง นิทรรศการ วงดนตรีต่าง ๆ ให้ได้สนุกกันอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://travel.mthai.com

ขอบคุณรูปภาพจาก : thaifestMegabangna ShoppingcenterAsiatique The Riverfront (เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์),  Victoria Nimman HotelNik CyclistFuture Park SocietyZpell

 

 

สดร. เผยวันเหมายัน ช่วงกลางคืนยาวที่สุดในรอบปีเกิดขึ้น 22 ธ.ค. นี้

สดร. เผยวันเหมายันกลางคืนยาวที่สุดในรอบปี

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เผย 22 ธันวาคม 2561 เป็นวันเหมายัน โดยประเทศไทยเรียกว่า “ตะวันอ้อมข้าว”ซึ่งเป็นวันที่มีช่วงเวลากลางคืนยาวนานที่สุดในรอบปี ประเทศทางซีกโลกเหนือนับเป็น   วันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน

7F21405F-D21A-47F7-BB9F-56469C65E53A-768x491

ายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. เปิดเผยว่า แต่ละวัน ดวงอาทิตย์จะปรากฎในตำแหน่งต่างกันไป เปลี่ยนไปประมาณวันละ 1 องศา ในวันที่ 22 ธันวาคม 2561 ที่จะถึงนี้ ดวงอาทิตย์จะขึ้นทางทิศตะวันออก เฉียงไปทางใต้มากที่สุด และตกทางทิศตะวันตก เฉียงไปทางใต้มากที่สุด ส่งผลให้ช่วงกลางวันสั้นและช่วงกลางคืนยาว นานที่สุดในรอบปี ภาษาสันสกฤตเรียกว่า “วันเหมายัน (เห-มา-ยัน) (Winter Solstice) ประเทศไทยจะเรียกว่า “ตะวันอ้อมข้าว”

วันดังกล่าวดวงอาทิตย์จะขึ้น เวลาประมาณ 06:36 น. และจะตกลับขอบฟ้า เวลาประมาณ 17:56 น. (เวลา ณ กรุงเทพฯ) รวมระยะเวลากลางวันเพียง 11 ชั่วโมง 20 นาทีเท่านั้น ท้องฟ้าจะมืดเร็วกว่าช่วงเวลาอื่นๆ ของปี ประเทศทางซีกโลกเหนือ นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้ นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน

นายศุภฤกษ์ อธิบายเพิ่มเติมว่า โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็นวงรี ในรอบหนึ่งปี โลกจึงมีระยะห่างจาก ดวงอาทิตย์ไม่เท่ากัน ช่วงใกล้ที่สุดประมาณต้นเดือนมกราคม (147 ล้านกิโลเมตร) และช่วงไกลที่สุดประมาณต้นเดือนกรกฎาคม (152 ล้านกิโลเมตร) เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของระยะทางใกล้-ไกล ในการโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ ถือเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก จึงไม่มีผลต่อการเกิดฤดูกาลแต่อย่างใด แต่การที่แกนหมุนของโลกเอียงทำมุม 23.5 องศา กับระนาบวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์ พื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก จึงรับแสงอาทิตย์ได้ในปริมาณไม่เท่ากัน

ส่งผลให้มีอุณภูมิต่างกัน รวมถึงมีระยะเวลากลางวัน และกลางคืนที่ต่างกันด้วย เป็นเหตุให้เกิดฤดูกาลขึ้นบนโลก จะสังเกตได้ว่า ในฤดูร้อน เวลากลางวันจะยาวกว่ากลางคืน ดวงอาทิตย์จะขึ้นเร็วและตกช้า ส่วนในฤดูหนาว เวลากลางคืนจะยาวนานกว่า ดวงอาทิตย์จะขึ้นช้าและตกเร็ว

ในรอบ 1 ปี เกิดปรากฏการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับการขึ้น-ตก ของดวงอาทิตย์ ดังนี้ 

  1. วันวสันตวิษุวัต (วะ-สัน-ตะ-วิ-สุ-วัด) (Vernal Equinox) ในปี 2561 ตรงกับวันที่ 20 มี.ค. เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืนพอดี นับเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ส่วนซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง
  2. วันครีษมายัน (ครีด-สะ-มา-ยัน) (Summer Solstice) ในปี 2561 ตรงกับวันที่ 21 มิ.ย. เป็นวันที่ ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก เฉียงไปทางเหนือมากที่สุด และตกทางทิศตะวันตก เฉียงไปทางเหนือมากที่สุด ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันยาวที่สุดในรอบปี สำหรับประเทศทางซีกโลกเหนือ นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้ ช่วงกลางวันจะสั้นที่สุดในรอบปี นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว
  3. วันศารทวิษุวัต (สาด-ทะ-วิ-สุ-วัด) (Autumnal Equinox) ในปี 2561 ตรงกับวันที่ 23 ก.ย. เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ ขึ้นทางทิศตะวันออกและตกทางทิศตะวันตกพอดี ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวันเท่ากับกลางคืนพอดี นับเป็นวันที่ประเทศทางซีกโลกเหนือ ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ส่วนซีกโลกใต้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ
  4. วันเหมายัน (เห-มา-ยัน) (Winter Solstice) ในปี 2561 ตรงกับวันที่ 22 ธ.ค. เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก เฉียงไปทางใต้มากที่สุด และตกทางทิศตะวันตกเฉียงไปทางใต้มากที่สุด ส่งผลให้ช่วงเวลากลางวัน สั้นที่สุดและกลางคืนยาวที่สุดในรอบปี หรือที่คนไทยเรียกว่า “ตะวันอ้อมข้าว” สำหรับประเทศทางซีกโลกเหนือ นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูหนาว ส่วนประเทศทางซีกโลกใต้ ช่วงกลางวันจะยาวที่สุดในรอบปี นับเป็นวันที่ย่างเข้าสู่ฤดูร้อน                                                                                                        ขอบคุณข่าวจาก : https://news.mthai.com

ทั่วโลกแห่ชื่นชม! ไทยเป็นเจ้าภาพจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สได้ยอดเยี่ยม !!!

ส่องคอมเมนต์..ทั่วโลกต่างชื่นชม ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดประกวดมิสยูนิเวิร์สได้ยิ่งใหญ่ มีเอกลักษณ์

เสียเงินเท่าไหร่ไม่ว่า เสียหน้าไม่ได้จริงๆ สำหรับการประกวดนางงามระดับโลกอย่าง มิสยูนิเวิร์ส 2018 ที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ ซึ่งงานนี้ประเทศไทยรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดงาน โดยมี บริษัท ทีพีเอ็น 2018 จำกัด (TPN 2018 Co., Ltd.) ผู้ถือลิขสิทธิ์ในการจัดการประกวด ต้อนรับสาวงามจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างยิ่งใหญ่ สมศักดิ์ศรี

นอกจากจะได้เผยแพร่อาหาร วัฒนธรรม ที่ท่องเที่ยววัด ทะเลที่สวยงามให้ชาวโลกได้ติดตามไปแล้วผ่านการเก็บตัว ในวันประกวดจริงที่จัดขึ้นเมื่อช่วงเช้าวานนี้ 17 ธ.ค. ทำเอาทั่วโลกแห่คอมเมนต์ชื่นชมกันล้นหลามกับการจัดงานที่สวยอลังการ และมีเอกลักษณ์บ่งบอกความเป็นไทยได้เป็นอย่างดี

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศเจ้าภาพที่ดีที่สุด อาทิ ดีไซน์เวทีรูปแบบ Super X ที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมา , ดีไซน์กราฟฟิคฉากหลังต่างๆ แสง สี เสียง ทั้งบนจอ LED , ชุดไทย , การแสดงเปิดตัวที่ตื่นตาโดยมีนางรำ และ กลองสะบัดชัย

นอกจากนี้ยังได้ทีมโปรดักชั่นระดับโลกที่เนรมิตเวทีออสการ์และซูเปอร์โบวล์ที่ขนอุปกรณ์ระดับมืออาชีพบินลัดฟ้าจากอเมริกามาไว้ที่เวที Miss Universe 2018

บอกเลยว่ามีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้ชาติใดที่เคยจัดมา เวทีนี้จะเป็นเวทีที่แสดงให้เห็นความสามารถในการจัดงานระดับโลกที่มีคุณภาพของคนไทยได้อย่างดีเยี่ยม

4823FCA992F149F691EF2B4C17432220

 

3B2AD30611B14571A382197A1B206B00

 

00818D002425478681EEF94B840A323A

 

1D8B3213291A42F2A2C26F2FF229D387

 

5D95A998B46A4BC7984038943452533B

 

CD02D007EE7647A5ADCAEE3E96643553

 

3432C3895AB34A1D9C0320B622FCDA4E

 

EE72DD882A9749B59140C6D7D345A1EC

 

 

1A89FB419A4D4C678281F8432B0668B6

 

047EF42D2D1446EFA0353B625D152352

 

83739139FEB74789B6B3CE9178EB3640

 

057CD7861D9A4F6C82F9FA0C6141E213

 

15B009B6D66F4E429DC37183021F7E82

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://www.posttoday.com

 

 

 

 

เตือน! ไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก จากนั้นอากาศจะหนาวเย็นลง

746404-02

กรมอุตุฯ พยากรณ์อากาศ ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก จากนั้นอากาศจะหนาวเย็นลง ภาคใต้ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้ากับมีหมอกหนาบางพื้นที่ สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย

อนึ่ง บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนได้แผ่เสริมลงปกคลุมถึงประเทศลาวและเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าในช่วงวันที่ 7-10 ธ.ค. 61 จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะแรก หลังจากนั้นอากาศจะหนาวเย็นลงกับมีลมแรง

โดยอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียสในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง

ภาคเหนือ

อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 19-21 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อากาศเย็น กับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 12-16 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง

มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา: ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป: ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วน กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://news.mthai.com

ประชาชนสวมเสื้อเหลือง-นายกฯ นำตักบาตร วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.9

4DQpjUtzLUwmJZZPFh37pM6GEb0HXpMu1EidTPZaU5ci

ประชาชนสวมเสื้อเหลือง-นายกฯ นำตักบาตร วันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา ร.9

นายกฯ นำคณะรัฐมนตรีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 500 รูป เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในหลวง ร.9 ประชาชนเข้าร่วมพร้อมใจสวมใส่เสื้อสีเหลือง แสดงออกถึงความจงรักภักดี…

เมื่อช่วงเช้าวันที่ 5 ธ.ค. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมภริยา เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์และสามเณร 500 รูป เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร, วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2561 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีองคมนตรี คณะรัฐมนตรี พร้อมคู่สมรส ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ข้าราชการ เข้าร่วมพิธี โดยนายกรัฐมนตรีได้จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

01

ต่อจากนั้น เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล สมเด็จพระราชาคณะ พระราชาคณะ จำนวน 10 รูป ให้ศีล พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ นายกรัฐมนตรีถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ และถวายผ้าไตร จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำรับพร

จากนั้น นายกรัฐมนตรีพร้อมภริยา นำผู้ร่วมงานร่วมพิธีตักบาตรพระสงฆ์ พร้อมกับประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วม ซึ่งพร้อมใจกันสวมใส่เสื้อสีเหลืองแสดงออกถึงความจงรักภักดี

02

ขณะที่บรรยากาศวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม มีประชาชนจำนวนมาก เดินทางมาเป็นครอบครัว เพื่อทำบุญและเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กันตั้งแต่ช่วงเช้า โดยทางวัดมีพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 40 รูป ถวายพระราชกุศล

03

 

05

เช่นเดียวกับที่วัดบวรนิเวศวิหาร มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาทำบุญ และเข้ากราบสักการะพระบรมราชสรีรางคาร พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ประดิษฐาน ณ พุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ ภายในพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร

ทั้งนี้ในเวลา 17.00 น. ทางวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม จัดสวดพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล และในเวลา 20.00 น. พระสงฆ์และสามเณรของวัดบวรนิเวศวิหาร จะมีพิธีสวดพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ประชาชนที่สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศล โดยแต่งกายด้วยเสื้อสีเหลือง.

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก :  https://www.thairath.co.th

 

 

โรคหน้าหนาว ภัยจากอากาศเย็นที่ต้องระวัง

โรคหน้าหนาว อาการเจ็บป่วยที่มากับอากาศที่หนาวเย็น มาดูกันสิว่าฤดูนี้นำพาโรคภัยไข้เจ็บอะไรมาบ้าง
          เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว แน่นอนว่าไม่ได้มีเพียงแค่ อากาศหนาว ๆ หรือลมเย็น ๆ ที่พัดผ่านมาเท่านั้น แต่โรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงอากาศเย็นก็จะมาเยือนเราด้วย ที่เรารู้จักกันส่วนใหญ่ ก็คงหนีไม่พ้นโรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือ โรคปอดบวม แต่รู้หรือเปล่าว่านอกเหนือจากโรคเหล่านี้ยังมีอาการเจ็บป่วยอีกหลายอย่างที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าหนาว ไม่ว่ากับทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมได้หยิบยกโรคที่เกิดในช่วงฤดูหนาวมาฝาก ยิ่งรู้เร็ว ก็ยิ่งป้องกันได้เร็ว จะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะหมดสนุกกับอากาศเย็น ๆ ไงล่ะคะ
          ในช่วงฤดูหนาว เป็นช่วงที่มีอากาศเย็นมากกว่าในช่วงฤดูอื่น ๆ ของปี ซึ่งเป็นสาเหตุให้เชื้อไวรัสบางชนิดแพร่กระจายได้ง่ายกว่าในช่วงที่มีอากาศร้อน เพราะเชื้อไวรัสเหล่านั้นจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ยาวนานขึ้นหากอยู่ในสภาพอากาศที่เย็น โดยโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสในช่วงฤดูหนาวที่ควรระมัดระวังมีดังนี้

1. โรคปอดบวม

          โรคปอดบวมคือภาวะที่เกิดขึ้นจากอาการปอดอักเสบ ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส หรือเชื้อราบางชนิด โดยเมื่อเกิดอาการปอดบวมจะทำให้มีหนองและสารน้ำอย่างอื่นในถุงลม ส่งผลทำให้ร่างกายไม่สามารถรับออกซิเจนได้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดการขาดออกซิเจนและอาจทำให้เสียชีวิตได้ หากรักษาไม่ทัน โรคปอดบวมมักจะระบาดในช่วงที่มีอากาศเย็นและชื้น นั่นก็คือในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนมิถุนายนจนถึงมีนาคม เนื่องจากเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคปอดบวมมักจะเจริญเติบโตได้ดีในอาการที่เย็นและชื้น สามารถติดต่อผ่านทางการหายใจ น้ำมูกและน้ำลาย
อาการของโรค
          อาการของโรคปอดบวมที่เห็นได้ชัดเจนก็ได้แก่ ไอ เหนื่อย หายใจเร็ว หากอาการรุนแรงจะหายใจได้ลำบาก โดยเฉพาะในเด็กเล็ก หากมีอาการรุนแรงจะสังเกตได้ว่าเวลาหายใจ บริเวณใต้ชายโครงจะบุ๋มเข้าไปด้วย หากสังเกตที่จมูกก็อาจจะเห็นจมูกบานเวลาหายใจเข้าด้วย นอกจากนี้อาจจะมีไข้สูง หรือ ไข้ต่ำ ๆ บางรายอาจจะมีอาการริมฝีปากเขียวเนื่องจากการขาดออกซิเจน รวมทั้งอาการปวดท้อง อาเจียน และถ่ายเหลวร่วมด้วย
วิธีป้องกัน
          วิธีการป้องกันโรคปอดบวมที่ดีที่สุดก็คือหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่แออัดโดยไม่จำเป็น และถ้าหากเป็นไข้หวัดก็ควรพักรักษาตัวอยู่บ้าน ล้างมือบ่อย ๆ และนอนพักมาก ๆ รวมทั้งดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น เพื่อไม่ให้โรคไข้หวัดกลายเป็นเป็นโรคปอดบวมค่ะ นอกจากนี้การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก็สามารถช่วยได้ โดยเฉพาะในเด็ก ควรจะฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดและไอกรน เพื่อป้องกันเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของโรคปอดบวมค่ะ
2. ไข้หวัด-ไข้หวัดใหญ่
          โรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่ในช่วงฤดูหนาวเป็นโรคที่มักจะเป็นกันได้บ่อย เนื่องจากอาการที่เย็น และเชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคนั้นจะเจริญเติบโตในอากาศเย็น ๆ ได้ดีกว่าอากาศร้อน โดยส่วนใหญ่แล้ว โรคไข้หวัดทั่วไป จะมีอาการเพียงแค่ 1 สัปดาห์แล้วก็จะหายเป็นปกติ แต่โรคไข้หวัดใหญ่นั้นจะมีอาการที่รุนแรงกว่า หากรักษาไม่ถูกต้อง และทิ้งเอาไว้นานเกินไปอาจรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
อาการของโรค

          อาการของโรคไข้หวัดทั่วไปจะประกอบด้วยอาการไอ จาม คัดจมูก น้ำมูกไหล ระคายคอ และมีไข้ ซึ่งจะหายไปภายในเวลา 1 สัปดาห์ ไม่มีภาวะแทรกซ้อน ส่วนอาการของโรคไข้หวัดใหญ่นั้นจะมีไข้สูงมาก ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อร่วมด้วย โดยเฉพาะผู้ป่วยสูงอายุ จะมีอาการไม่ชัดเจน ทำให้อาจมีไข้ อ่อนเพลีย ซึม สับสน และมึนงง รวมทั้งช่วยเหลือตัวเองได้น้อยลง

นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายที่มีโรคประจำตัว อย่างเช่น โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจวาย เบาหวาน โรคไตวาย หรือภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนได้ และอันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง ดังนั้นหากเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยาแอสไพริน นอกจากแพทย์จะเป็นคนสั่ง ซึ่งโดยปกติแล้วจะใช้ในรายที่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรงเท่านั้น

วิธีป้องกัน
          การพักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นล้างมือและดื่มน้ำบ่อย ๆ เป็นวิธีที่จะช่วยทำให้โรคไข้หวัดหายได้เร็วขึ้น และหากในกลุ่มที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ควรรับประทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง เพื่อให้อาการทุเลาลง นอกจากนี้ในปัจจุบันไข้หวัดใหญ่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งวัคซีนดังกล่าวจะสามารถป้องกันได้แค่สายพันธุ์ที่เราฉีดวัคซีนเข้าไปป้องกันเท่านั้น ไม่สามารถป้องกันไข้หวัดธรรมดาได้ โดยควรฉีดอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ในช่วงก่อนฤดูฝน หรือก่อนฤดูหนาวจะดีที่สุดค่ะ ที่สำคัญยังสามารถฉีดได้แม้จะเป็นหวัดธรรมดา แต่ถ้าหากกำลังเป็นไข้อยู่ละก็ควรเลื่อนออกไปก่อน วัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่นิยมฉีดนั้นจะอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงเล็กน้อย และอาการจะหายไปหายใน 1-2 วันค่ะ
3. โรคท้องร่วง
f1
โดยส่วนใหญ่เรามักจะได้ยินว่าโรคท้องร่วงจะเกิดขึ้นแต่ในช่วงฤดูร้อน แต่จริง ๆ แล้ว โรคท้องร่วงสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงฤดูหนาวเช่นกัน เพราะในช่วงฤดูหนาวจะเป็นช่วงที่มีลมแรง และลมอาจจะพัดพาเอาเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของโรคท้องร่วงมาด้วย โดยเฉพาะโรคท้องร่วงในเด็กเล็ก ที่เกิดจากเชื้อโรตาไวรัส สามารถทำให้เกิดโรคท้องร่วงรุนแรงได้ พบมากในเด็กอายุตั้ง 3 เดือน-2 ปี แต่ก็ใช่ว่าผู้ใหญ่จะไม่สามารถเป็นโรคท้องร่วงได้ หากได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายก็สามารถทำให้เป็นโรคท้องร่วงได้เช่นกัน
อาการของโรค 
          อาการของโรคจะขึ้นอยู่กับเชื้อโรคที่ได้รับเข้าสู่ร่างกาย โดยอาการหลัก ๆ ได้แก่ ไข้ขึ้น อาเจียน ถ่ายเหลว บางรายที่มีอาการรุนแรงก็อาจจะทำให้ถ่ายบ่อยจนเสียน้ำและเกลือแร่ในร่างกายไปมากผิดปกติ ส่งผลทำให้เกิดอาการขาดน้ำและอ่อนเพลีย และอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตได้
วิธีการป้องกัน

          เชื้อไวรัสที่เป็นสาเหตุของโรคท้องร่วง มักจะเข้าสู่ร่างกายผ่านทางปาก ดังนั้นจึงควรที่จะล้างมือบ่อย ๆ เพราะการล้างมือจะช่วยขจัดเชื้อโรคที่อยู่ในมือออกได้ ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่าเราจะเผลอหยิบอาหารโดยใช้มือหรือเปล่า อีกทั้งยังควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ไม่ผ่านกรรมวิธีทำให้สุกอย่างถูกวิธี เลี่ยงอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ส่วนในเด็กเล็กสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนตั้งแต่ช่วงแรกเกิดค่ะ

4. โรคอีสุกอีใส
chickenpox2
โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื้อว่า วาริเซลลาไวรัส (Varicella Virus) ซึ่งเป็นไวรัสตัวเดียวกับที่เป็นสาเหตุของงูสวัด โรคนี้มักจะพบในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน และพบมากในวัยเรียน สามารถติดต่อโดยผ่านการสัมผัสถูกตุ่มน้ำโดยตรงหรือสัมผัสกับของใช้ของผู้ป่วย นอกจากนี้ยังสามารถติดได้จากการสูดหายใจเอาละอองของตุ่มน้ำเข้าไปผ่านทางเยื่อเมือก มีระยะในการฟักตัวอยู่ที่ 10-20 วัน
อาการของโรค
          โรคอีสุกอีใสมีอาการที่เห็นได้ชัดก็คือ มีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลีย และเบื่ออาหารเล็กน้อย ผื่นจะเริ่มขึ้นพร้อม ๆ กับวันที่เริ่มมีอาการไข้ โดยในช่วงแรกจะเป็นผื่นแดงราบก่อน ต่อมาจึงกลายเป็นตุ่มนูน มีน้ำใส ๆ อยู่ข้างใน ในช่วงนี้จะเริ่มมีอาการคัน จนกระทั่งกลายเป็นหนอง แล้วหลังจากนั้น 2-4 วัน ก็จะตกสะเก็ด ปกติแล้วผื่นตุ่มของโรคนี้จะค่อย ๆ ออกมาทีละชุด และจะไม่ขึ้นพร้อมกันทั่วร่างกาย โดยผื่นและตุ่มจะขึ้นตามไรผม แล้วค่อย ๆ ลามไปตามบริเวณใบหน้า ลำตัว และแผ่นหลัง โดยผื่นจะขึ้นเต็มที่ภายใน 4 วัน บางรายอาจจะมีตุ่มขึ้นในช่องปาก และไม่มีอาการไข้ ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นเริมได้
วิธีการป้องกัน
          ในปัจจุบันโรคอีสุกอีใสสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายสูง ดังนั้นวัคซีนจึงเหมาะกับผู้ที่มีความเสี่ยงอย่างเช่นบุคลากรทางการแพทย์และบุคลากรทางการศึกษาที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับเด็ก ๆ ตลอดเวลา แต่หากไม่ฉีดวัคซีนก็สามารถป้องกันได้ด้วยการหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้กับผู้ที่เป็นโรคอีสุกอีใสหรืองูสวัด และไม่ใช้ของร่วมกับผู้ป่วยเพื่อป้องกันการสัมผัสกับเชื้อโรคโดยตรงค่ะ
5. โรคมือเท้าปาก 
m3
 เราอาจจะคิดว่าโรคมือเท้าปากเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้แค่ในช่วงฤดูฝนเท่านั้น แต่จริง ๆ ในฤดูหนาว โรคมือเท้าปากก็สามารถระบาดได้เช่นกัน โดยโรคมือเท้าปากนี้มักจะเกิดขึ้นกับเด็กเล็ก เป็นส่วนใหญ่ และสามารถแพร่กระจายได้ในอากาศที่เย็นและชื้น ซึ่งโรคนี้สามารถติดต่อได้จากการสัมผัสกับสิ่งของที่มีเชื้อมือเท้าปากปนเปื้อนอยู่และสามารถระบาดได้อย่างรวดเร็ว อย่างที่เรามักจะเห็นว่ามีโรงเรียนมากมายถึงกับต้องหยุดการเรียนการสอนทันทีเมื่อมีเด็กเพียงหนึ่งคนเป็นโรคมือเท้าปาก เพราะเด็กที่ป่วยด้วยโรคมือเท้าปากจะมีเชื้อที่สามารถติดต่อได้ในน้ำลาย น้ำมูก และอาจพบในอุจจาระ และเชื้อสามารถอยู่ได้ในอากาศเย็นถึง 2-3 สัปดาห์เลยทีเดียว
อาการของโรค
          โรคมือเท้าปากจะเริ่มแสดงอาการหลังจากติดเชื้อแล้วประมาณ 2-3 วัน และอาการที่เห็นได้ชัดเจนคือมีตุ่มน้ำใส ๆ สีแดง ขึ้นที่ฝ่ามือ ฝ่าเท้า และมีแผลร้อนในบริเวณช่องปาก บางคนอาจจะมีผื่นขึ้นตามตัวและมีอาการท้องเสียร่วมด้วย โดยจะใช้เวลา 7-10 วันอาการจึงจะเริ่มทุเลาลงจนหายเป็นปกติ ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วย 99% จะไม่มีอาการรุนแรงและสามารถรักษาหายได้ แต่ก็มีอัตราส่วน 1 ใน 1,000 ราย ที่จะมีอาการุนแรง และหากเชื้อขึ้นสมอง จะทำให้เกิดอาการกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ มีไข้สูง ชัก น้ำท่วมปอด และอาจเสียชีวิตได้
วิธีป้องกัน
          โรคดังกล่าวสามารถติดต่อได้ง่ายมากในเด็ก ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เด็ก ๆ ติดเชื้อโรคมือเท้าปาก ก็ควรหมั่นให้เด็กล้างมือให้สะอาดบ่อย ๆ และไม่ควรให้เข้าไปอยู่ใกล้ชิดกับเด็กที่ป่วย หากครอบครัวใดมีเด็กที่ป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก ก็ไม่ควรจะพาออกไปตามสถานที่สาธารณะต่าง ๆ และควรให้หยุดเรียนจนกว่าจะหาย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค ส่วนโรงเรียนก็ไม่ควรให้เด็กใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกันค่ะ
6. โรคหัด
          โรคหัด เป็นโรคที่เกิดในเด็กก่อนวัยเรียน และวัยเรียน อายุ 2-12 ปี เสียเป็นส่วนใหญ่ และจะไม่พบในเด็กที่มีอายุต่่ำกว่า 8 เดือน เนื่องจากยังมีภูมิคุ้มกันจากแม่ เป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายจากการไอ และการจามรดกันโดยตรง หรือการหายใจเอาละอองเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ของผู้ป่วยที่ลอยอยู่ในอากาศเข้าไป โรคหัดมักจะระบาดในช่วงต่อระหว่างฤดูหนาวและฤดูร้อน ซึ่งถ้าหากชุมชนได้มีภูมิคุ้มกันมากกว่า 94% ก็จะทำให้ป้องกันการแพร่กระจายของโรคได้
อาการของโรค
อาการของโรคหัดนั้นใกล้เคียงกับโรคไข้หวัดธรรมดา คือ มีไข้ น้ำมูกไหล ไอแห้ง ๆ ตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นโรคหัดหรือไข้หวัดธรรมดา แต่จะสามารถสังเกตได้หลังจากที่มีไข้สูง ตาแฉะและแดงก่ำ เวลาโดนแสงจะรู้สึกแสบตาและระคายเคืองตา ทำตาหยี ไอและมีน้ำมูกมาก ปากและจมูกแดง นอกจากนี้เด็กที่ป่วยอาจจะมีไข้สูงประมาณ 3-4 วัน แล้วจึงมีผื่นลามจากหลังหูไปยังใบหน้าและร่างกาย ผื่นจะมีขนาดโตและสีเข้มขึ้นเรื่อง ๆ ก่อนที่เด็กจะมีผื่นขึ้นตามลำตัวจะมีตุ่มเล็ก ๆ ขึ้นในปากบริเวณฟันกรามบน ซึ่งจะเป็นลักษณะเฉพาะของโรคหัดเท่านั้น หลังจากผื่นขึ้นประมาณ 1-2 วันแล้ว อาการจะเริ่มดีขึ้น
วิธีการป้องกัน
          ปัจจุบันนี้โรคหัดสามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งเป็นวัคซีนรวม หัด หัดเยอรมัน และคางทูม เป็นวัคซีนที่เด็กทุกคนควรจะได้รับตามที่อายุที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดค่ะ
7. โรคหัดเยอรมัน
          แม้จะชื่อคล้ายกัน แต่โรคหัดและหัดเยอรมันมีอาการที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งโรคนี้เป็นโรคที่ไม่มีอาการรุนแรงและมักจะหายได้เองโดยไม่มีโรคแทรกซ้อนที่อันตราย เกิดจากเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า รูเบลลาไวรัส (Rubella Virus) ซึ่งมีอยู่ในน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย สามารถติดต่อได้จากการจาม หรือหายใจรดกัน เช่นเดียวกับไข้หวัด และหัด โดยจะมีระยะฟักตัวในร่างกาย 14-21 วัน ถึงแม้ว่าจะอาการไม่รุนแรง แต่โรคหัดเยอรมันก็เป็นอันตรายสำหรับทารกที่อยู่ในครรภ์มารดา หากมารดาที่มีอายุครรภ์ต่ำกว่า 3 เดือน จะทำให้ทารกมีโอกาสเสี่ยงที่จะพิการสูง และความพิการที่เกิดขึ้นจะรุนแรง อย่างเช่น ตาบอด หูหนวก หัวใจพิการ และที่สำคัญ สมองพิการ ปัญญาอ่อน ช่วยเหลือตนเองไม่ได้
อาการของโรค
          หัดเยอรมันมีอาการคล้ายโรคหัด คือจะมีไข้ และออกผื่นคล้ายหัด แต่ผื่นที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะเฉพาะ คือ เป็นเม็ดละเอียดที่แดง มองเป็นเป็นปื้น ๆ หรือเป็นจุด ๆ กระจายไปทั่วร่างกาย โดยผื่นจะเริ่มขึ้นที่ใบหน้าก่อน แล้วจึงจะแผ่กระจายลงมาตามหน้าอก ลำตัว และแขนขาจนกระทั่งทั่วร่างกาย ใช้เวลาเพียง 24 ชั่วโมง แต่หลังจากนั้น 3 วัน จะหายไปอย่างไร้ร่องรอยเหมือนไม่เคยเกิดมาก่อน นอกจากนี้ยังมีอาการต่อมน้ำเหลืองบริเวณหลังหูโต ก่อนที่จะมีผื่นขึ้น 1 สัปดาห์ และจะเริ่มยุบลงหลังจากผื่นหายไปแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ ในผู้หญิงอาจจะมีอาการปวดตามข้อเล็ก ๆ ร่วมด้วย โดยอาจจะปวดเป็นวัน จนถึง 2 สัปดาห์ แต่จะไม่เกิน 1 เดือน
วิธีการป้องกัน
          โรคหัดเยอรมันมีวิธีป้องกันเช่นเดียวกับโรคหัด ซึ่งก็คือการฉีดวัคซีนตั้งแต่แรกเกิด แต่ถ้าหากยังไม่เคยฉีดวัคซีนมาก่อนก็สามารถฉีดได้เมื่อโตขึ้น ส่วนหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันโรคนี้ก็สามารถไปฉีดได้โดยไม่ต้องกลัวผลข้างเคียง เนื่องจากยังไม่มีผลการวิจัยใดรายงานว่าวัคซีนหัดเยอรมันจะทำให้ทารกเกิดอาการพิการค่ะ
8. ผื่นผิวหนังอักเสบ
itch
ในช่วงหน้าหนาว ความชุ่มชื้นในผิวจะลดลงเนื่องจากอากาศที่แห้ง จึงอาจจะทำให้ผิวหนังแห้ง บางรายถึงกับผิวแตก และเป็นผื่นคันอักเสบได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาผิวแห้งหรือผู้สูงอายุที่มีต่อมไขมันทำงานลดลงอาจจะมีอาการผิวลอกได้
วิธีการป้องกัน
          หากมีอาการผื่นคัน ผิวหนังอักเสบ และผิวลอก ควรหลีกเลี่ยงการใช้สบู่ทั่วไป และเปลี่ยนมาใช้สบู่อ่อน ๆ เลี่ยงการขัดผิว และไม่ควรแช่น้ำอุ่นนาน ๆ เพราะจะทำให้ผิวยิ่งแห้ง และอาจจะลดการอาบน้ำลงเหลือวันละครั้ง หรือ ทาครีมหรือน้ำมันทาผิวทุกครั้งหลังอาบน้ำในขณะที่ผิวยังหมาด ๆ อยู่ค่ะ และหากเป็นผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายอยู่แล้วก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารเคมีน้อย เพื่อที่จะได้ไม่เกิดอาการแพ้ค่ะ
          จะเห็นได้เลยว่าหน้าหนาวแม้จะทำให้อากาศเย็นสบาย แต่ก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกันถ้าหากเราไม่ดูแลสุขภาพให้ดีเท่าที่ควร ดังนั้นถ้าไม่อยากจะป่วยก็ควรหมั่นรักษาสุขภาพ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อีกอย่างที่สำคัญก็คือควรหาเสื้อผ้าหนา ๆ อุ่น ๆ สวมทุกครั้งที่ต้องออกไปข้างนอก ถ้าทำได้ทุกอย่างครบถ้วนละก็ ไม่ต้องกลัวป่วยอย่างแน่นอนเลยค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก : https://health.kapook.com
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก

อากาศเย็นทั่วไทยอุณหภูมิลด 1-3 องศา ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น กทม.อุณหภูมิต่ำสุด 22 องศา

28-กรมอุตุฯวันนี้-696x408

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า ภาคเหนืออากาศเย็นอุณหภูมิลด 1-3 องศา ยอดดอยหนาวจัดมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก มีอากาศเย็น และมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง กทม. อุณหภูมิต่ำสุด 22 องศาเซลเซียส 

วันนี้ (28 พ.ย.) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ลักษณะอากาศทั่วไป บริเวณภาคเหนืออากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีอากาศเย็น อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดกับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงด้วย สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับบริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง ส่วนบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06.00 น.วันนี้ ถึง 06.00 น.วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ อากาศเย็นถึงหนาว กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 13-18 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็น กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อยโดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 15-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24-29 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-13 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อยอุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศเย็น กับมีลมแรง โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล อากาศเย็น กับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-31 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

561000012325002

561000012325003

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://mgronline.com

 

รวมภาพบรรยากาศงาน “ลอยกระทง” ปี 2561 จากทั่วประเทศ !!

บรรยากาศการจัดงาน “ลอยกระทง” ประจำปี 2561 ของจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวชาวไทย-ชาวต่างชาติ ต่างแห่ร่วมงานคับคั่ง เพื่อชื่นชมความสวยงามของบรรยายกาศในค่ำคืนลอยกระทง เพื่อสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของไทย

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.61 ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศการจัดงานลอยกระทง ประจำปี 2561 ทั่วประเทศไทย โดยเริ่มกันที่ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มีการตกแต่งประดับประดาโคมแขวนล้านนา และซุ้มอุโมงค์อย่างสวยงาม เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ต่างพากันไปชื่นชมและร่วมกันประดับโคมล้านนา พร้อมทั้งจุดผางปะติ๊ดถวายบูชาพระแม่คงคา สร้างสีสันที่สวยงามแฝงวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของชาวล้านนาไว้

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6efNhDEjijHfDezGhWU7HBlzVk

ส่วนบรรยากาศบริเวณแม่น้ำโขงหน้าที่ว่าการ อ.เชียงแสน ถือเป็นจุดไฮไลท์ของงาน โดยปีนี้มีนักท่องเที่ยวหลายหมื่นคนหลั่งไหลมาเที่ยวงานลอยกระทง จนบริเวณถนนริมโขงเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว โดยในปีนี้ไม่มีการเล่นดอกไม้ไฟ ส่วนกระทงที่นักท่องเที่ยวนำลอยนั้น ส่วนมากจะเป็นกระทงใบตอง เพื่อเป็นการอนุรักษ์แม่น้ำโขง นอกจากนี้บริเวณกลางแม่น้ำโขง ยังมีการปล่อยกระทงสายยาวเป็นกิโลลอยอยู่กลางแม่น้ำ อีกทั้งยังมีการประกวดนางนพมาศ โดยนักท่องเที่ยวได้ร่วมกันปล่อยโคมกว่า 200 ลูก ลอยขึ้นท้องฟ้า ด้านหน้ามีการประดับโคมล้านนาอย่างสวยงาม พร้อมมีขบวนแห่เรือไฟทางวัฒนธรรมสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6efNhDEjijHfDdwAv8nWZMK1MV

 

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6efNhDEjijHfDba9V0RhbrQBhE

ที่ จ.เชียงใหม่ สำหรับงานประเพณียี่เป็งเชียงใหม่ค่ำคืนนี้ เจ้าหน้าที่ได้มีวางมาตรการคุมเข้มความปลอดภัย โดยมีการนำโคมล้านนามาแขวนให้ตามจุดต่างๆให้นักท่องเที่ยวได้ชม ซึ่งบริเวณเชิงสะพานนวรัฐ หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวยุโรป อเมริกา และชาวจีน ต่างพากันไปลอยกระทงลงในแม่น้ำปิงจนแน่นขนัด อีกทั้งยังมีเรื่องสุดประทับใจ เมื่อหนุ่มชาวจีน ยืนถือป้ายมีข้อความระบุว่า “MARRY ME” ขอแฟนสาวแต่งงาน พร้อมทั้งคุกเข่าสวมแหวนเพชรให้ ท่ามกลางเสียงปรบมือแสดงความยินดีของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6efNhDEjijHfDanbrzsxpqRHT0

 

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6efNhDEjijHfDW5zHh4a9TKDvo

 

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6efNhDEjijHfDWWtsCNNlsWoCU

ที่ จ.ชลบุรี มีการจัดงานประเพณีลอยกระทงของชาว อ.สัตหีบ ประจำปี 2561 ณ สวนกรมหลวงชุมพร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ในการนี้ ทางอำเภอสัตหีบ ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมอำเภอสัตหีบ และกองทัพเรือ จัดกิจกรรมเพื่อสืบสานประเพณีไทย 
จากนั้นผู้เข้าร่วมพิธี พร้อมใจกันประกอบพิธีบูชากระทง เพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ ก่อนปล่อยลอยลงสู่แม่น้ำลำธาร เพื่อเป็นการขมาต่อพระแม่คงคา โดยในปี้นี้ได้มีการจัดกิจกรรมมากมาย อาทิ การประกวดนางนพมาศ การประกวดกระทง การแสดงเวที รำวงย้อนยุค ชกมวย และอื่นๆอีกมากมาย 
ส่วนการดูแลด้านความเรียบร้อย ได้มีการจัดกำลังทหารเรือ ร่วมกับ ตำรวจ สภ.สัตหีบ และฝ่ายปกครอง อ.สัตหีบ กระจายกำลังกันตรวจตราพื้นที่ ป้องกันการก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการป้องปรามไม่ให้มีการเล่นประทัดดอกไม้ไฟ ที่อาจก่อให้เกิดอัคคีภัยด้วย

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6efNhDEjijHfDUH1e5WRIQ8O1C

 

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6efNhDEjijHfDTWGQKvQst2ysN

 

Dtbezn3nNUxytg04OS4Jf632cq2ytA8Ob6UH1lQ5eugpzA

ที่ จ.นครราชสีมา บริเวณบึงหัวทะเล ต.หัวทะเล อ.เมือง ได้มีการจัดงานประเพณีลอยกระทง โคมไฟ 61 อย่างยิ่งใหญ่สีสันสวยงาม ภายใต้ชื่อ ” เทศกาลโคมไฟ อนุรักษ์ สืบสาน ประเพณีวิถีไทย รวมใจลอยกระทง” เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว จ.นครราชสีมา เพื่อสืบสานและอนุรักษ์ประเพณีอันดีงาม โดยมีพี่น้องประชาชนร่วมงานแน่นขนัด ส่วนหนึ่งต่างแต่งกายด้วยผ้าไทยสวยงาม โดยภายในงานทุกมุมของบึงมีการประดับประดาด้วยโคมไฟรูปสัตว์ต่างๆ อุโมงค์แสงสีนีออนยาว 20 เมตร พร้อมจัดทำโป๊ะหรือแพริมท่าน้ำ เพื่อให้ประชาชนได้ลอยกระทงกันอย่างปลอดภัย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดทุกจุด โดยประชาชนต่างใช้กระทงที่ทำจากใบตอง กาบกล้วย เหยือกกล้วย ขนมปังรูปต่างๆ และกะลามะพร้าว โดยปราศจากโฟม นอกจากนี้ยังมีการแสดงคอนเสิร์ตแสงสีเสียงเต็มรูปแบบ และมีกิจกรรมต่างๆมากมาย ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัย จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และอาสาสมัคร

Dtbezn3nNUxytg04OS4Jf632cq2ytA8Ob6xurfW4Nk2mAZ

 

Dtbezn3nNUxytg04OS4Jf632cq2ytA8Ob8jb8pI0PDdnh1

 

Dtbezn3nNUxytg04OS4Jf632cq2ytA8Ob9rJ0u7ehHgVOU

และปิดท้าย ที่ จ.ยะลา บรรยากาศเทศกาลลอยกระทง ที่สะพานคู่ ถนนสุขยางค์ ต.เบตง อ.เบตง ก็คึกคักไม่แพ้กัน เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและมาเลเซีย แห่ร่วมงานกันคับคั่ง ร่วมลอยกระทงเพื่อบูชาพระแม่คงคา และตระหนักถึงความสำคัญของขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น เพื่อเป็นการอนุรักษ์ไว้ซึ่งประเพณีอันดีงาม ของความเป็นไทยและเสริมสร้าง ความรัก ความสามัคคีของประชาชนในท้องถิ่น ท่ามกลางการดูแลรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด

Dtbezn3nNUxytg04OS4Jf632cq2ytA8Ob0itbP0PDSugEd

 

Dtbezn3nNUxytg04OS4Jf632cq2ytA8Ob1VMkIBeromRf8

 

ขอบคุณข่าวและภาพจาก : https://www.thairath.co.th

 

 

 

 

 

9 ที่เที่ยว “วันลอยกระทง” จัดใหญ่ทั่วไทย ชอบที่ไหนไปที่นั่น!

1. ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ จ.สุโขทัย

วันที่ : 16-25 พฤศจิกายน พ.ศ.2561

สถานที่ : อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย

ถือเป็นจังหวัดขึ้นชื่อเรื่องงานประเพณีลอยกระทงที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดในเมืองไทย สำหรับงานเผาเทียน เล่นไฟ ณ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ดินแดนที่เชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของประเพณีลอยกระทง ใครยังไม่เคยไปสักครั้ง แนะนำว่าปีนี้ห้ามพลาด!

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6jw71In0J7MFTVmjgRm1Tl5lT9

ภายในงานจะได้ชมกระทงทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ งานฝีมืออันวิจิตรที่สะท้อนความประณีตของช่างศิลป์เมืองสุโขทัย และพบกับกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ ได้แก่ พิธีตักบาตรรับรุ่งอรุณ, การแสดงโขน รามเกียรติ์ วิถีชีวิตคนไทย, จำลองตลาดโบราณสมัยกรุงสุโขทัย ตลาดแลกเบี้ย

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6jw71In0J7MFTUySJx8YdCpJwO

การแสดงประกอบแสง-เสียง “ความรุ่งเรืองของนครสุโขทัย”, กิจกรรมข้าวขวัญวันเล่นไฟ, การประกวดนางนพมาศ, การประกวดกระทงเล็ก กระทงใหญ่, การประกวดโคมชัก โคมแขวน, การแสดงพลุ ตะไล ไฟพะเนียง เป็นต้น

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6jw71In0J7MFTches8eOn1jxKw

2. งานประเพณีเดือนยี่เป็ง จ.เชียงใหม่

วันที่ : 20-23 พฤศจิกายน พ.ศ.2561

สถานที่ : อนุสาวรีย์สามกษัตริย์ ประตูท่าแพ และคูเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

ประเพณียี่เป็ง หรือประเพณีลอยกระทงตามแบบล้านนา ปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “แอ่วยี่เป็งเจียงใหม่ ฮ่วมแฮงฮ่วมใจ๋ลดขยะ ปลอดประทัดยักษ์ ไร้แอลกอฮอล์” จัดขึ้นวันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2561

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6jw71In0J7MFTkXbUJ4Nxgevrn

ภายในงานกิจกรรมรื่นเริงน่าสนุกมากมาย เช่น ต๋ามผางปะตี๊ด, การประกวดขบวนแห่กระทงใหญ่, การแสดงพลุเฉลิมพระเกียรติฯ, การแสดงประติมากรรมโคมไฟสีสันยี่เป็ง, การประกวดหนูน้อยยี่เป็ง, การแสดงศิลปวัฒนธรรมล้านนา และอีกหลากหลายกิจกรรมที่น่าสนใจ

3. งานวันลอยกระทง จ.พระนครศรีอยุธยา

วันที่ : 16-22 พฤศจิกายน พ.ศ.2561

สถานที่ : ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อยุธยา

ถัดมาเราจะพาไปส่องการจัดงานวันลอยกระทง ที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร อยุธยา จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–22 พฤศจิกายน 2561

Dtbezn3nNUxytg04OS4J1wLJZqfXGZ36E0eVMrjxu6yhYg

ภายในงานพบกับการแสดงศิลปวัฒนธรรม การละเล่นพื้นบ้าน การประกวดนางนพมาศ การประกวดกระทง ในบรรยากาศริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา อิ่มอร่อยกับอาหารเลิศรส เลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมจากศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ ร่วมประกวดแต่งกายด้วยชุดไทยไปลอยกระทง และกิจกรรมสนุกสนานอื่นๆ อีกมากมาย

4. ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง จ.ตาก

วันที่ : 18-22 พฤศจิกายน พ.ศ.2561

สถานที่ : สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี จ.ตาก

ถัดมาเป็นอีกงานที่สวยงามแปลกตา นั่นคือ งานประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง จ.ตาก จัดขึ้นที่สะพานสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี ในวันที่ 22 พฤศจิกายนนี้ ว่ากันว่าที่นี่เป็นงานประเพณีที่มีรูปแบบโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์และสืบทอดกันมาช้านานตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งจะแตกต่างจากจังหวัดอื่น

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6jw71In0J7MFTbCeonB7HwazB7

โดยส่วนประกอบของกระทง จะใช้กะลามะพร้าวเป็นหลัก เมื่อนำกระทงไปลอย จะพบว่ากระทงจะลอยต่อเนื่องกัน เห็นแสงไฟระยิบระยับจากกระทงเป็นสายยาวตามความยาวของร่องน้ำอย่างสวยงาม

ภายในงานพบกับ ขบวนแห่ถ้วยพระราชทานฯ, ขบวนแห่อัญเชิญพระประทีป กระทงพระราชทานฯ, ขบวนแห่กระทงสาย, ขบวนแห่การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของชุมชนต่างๆ, กิจกรรมลอยกระทงสายไหลประทีป 1,000 ดวง, กิจกรรมดินเนอร์อาหารพื้นเมือง และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

5. คืนเพ็ญงามอร่าม พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม

วันที่ : 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2561

สถานที่ : พระราชวังสนามจันทร์ จ.นครปฐม

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6jw71In0J7MFTRl6Z2ly7YkUKc

ชวนเที่ยวงาน “คืนเพ็ญงามอร่าม…พระราชวังสนามจันทร์” วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 ณ พระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศย้อนยุคสมัยสุโขทัย พร้อมเชิญชวนให้ผู้ร่วมงานแต่งกายด้วยชุดไทยในสมัยรัชกาลที่ 6 และรณรงค์ให้ใช้กระทงจากวัสดุธรรมชาติ

ภายในงานพบกับ ขบวนแห่กระทง, การประกวดกระทง, ประกวดโคมแขวน, การประกวดแม่ลูกงาม, การแสดงมหรสพ และการออกร้านจำหน่ายอาหารและขนมไทยโบราณที่หาชิมได้ยาก

6. ประเพณีลอยกระทงเมืองพัทยา จ.ชลบุรี

วันที่ : 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2561

สถานที่ : บริเวณลานกิจกรรมพัทยากลาง จ.ชลบุรี

เชิญชวนเที่ยวงานประเพณีลอยกระทงเมืองพัทยา วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 ณ บริเวณลานกิจกรรมพัทยากลาง จังหวัดชลบุรี และร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น การประกวดประดิษฐ์กระทง การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ที่มีความสวยงาม เป็นแบบอย่างวัฒนธรรมไทยประจักษ์สู่สายตานักท่องเที่ยว

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6jw71In0J7MFTYatV2i0sJAZaM

ภายในงานพบกับ การประกวดประดิษฐ์กระทงสวยงามจากวัสดุธรรมชาติ, การจำหน่ายอาหารคาวหวานมากมาย, ชมกระทงที่ตกแต่งอย่างสวยงาม, ชมการแสดงคอนเสิร์ตฟรีจาก “จินตหรา พูนลาภ” และการแสดงอื่นๆ อีกมากมาย

ประชาชนสามารถร่วมกิจกรรมลอยกระทงที่แหล่งท่องเที่ยวแห่งอื่นๆ ของจังหวัดชลบุรีได้อีก เช่น ไทธานี หมู่บ้านศิลปะเเละวัฒนธรรม, สวนนงนุช พัทยา, ตลาดน้ำ ๔ ภาค เป็นต้น

7. เทศกาลลอยกระทงสี จ.ราชบุรี

วันที่ : 22-24 พฤศจิกายน พ.ศ.2561

สถานที่ : วัดไทรอารีรักษ์ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี

ชวนคนไทยและนักท่องเที่ยวไปร่วมงานประเพณีลอยกระทงสี เพื่อขอขมาพระแม่คงคา กับชุมชนชาววัดไทรฯ ที่เน้นความเรียบง่าย ประหยัด พอเพียง โดยใช้กระดาษสี วัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ง่าย มาตัด พับ จับมุม กลับด้าน ยกกลีบขึ้นเป็นกระทง เป็นภูมิปัญญาของชาวมอญลุ่มแม่น้ำแม่กลอง ที่สืบสานตามดำริของหลวงพ่ออุตตมะ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมจุดประทีปรอบโบสถ์ ตามประทีปรอบวิหาร ปิดทองรอยพระบาท บูชาพระสารีริกธาตุบนเจดีย์จำลอง ลอดโคม 12 นักษัตร ถวายพวงมะโหตรต้นโพธิ์ และร่วมพิธีลอยเคราะห์แบบมอญ เป็นต้น

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6jw71In0J7MFTiZEfq4GTYCfTY

8. อัศจรรย์วันเพ็ญ ประทีปลอยเด่นตามวิถีไทย จ.กาญจนบุรี

วันที่ : 22 พฤศจิกายน พ.ศ.2561

สถานที่ : บริเวณแม่น้ำแควใหญ่ บ้านลิ้นช้าง ต.ปากแพรก จ.กาญจนบุรี

ชวนคนไทยมาเที่ยวงาน “อัศจรรย์วันเพ็ญ ประทีปลอยเด่นตามวิถีไทย เทิดไท้รัชกาลที่ 3” ณ แม่น้ำแควใหญ่ บ้านลิ้นช้าง ม.1 ต.ปากแพรก จ.กาญจนบุรี งานนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยจะให้ผู้ร่วมงานไปสนุกกับการล่องแพไปลอยกระทงด้วยกัน

ภายในงานพบกับ การแสดงศิลปวัฒนธรรม การแสดงดนตรีไทย ประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง การแสดงละครเวทีเรื่อง “พระราชกรณียกิจล้นเกล้ารัชกาลที่ 3 ที่มีต่อจังหวัดกาญจนบุรี” ชิมอาหารพื้นบ้านรสเด็ด ช็อปปิ้งสินค้าชุมชนและงานฝีมือพื้นถิ่น ตั้งแต่ถนนทางลงสะพานสมเด็จพระสังฆราช จนถึงท่าเทียบแพ และบนแพขนานยนต์ทั้ง 11 หลัง ที่จอดเรียงเป็นรูปตัวยูในลำน้ำแคว

9. งานสีฐานเฟสติวัล บุญสมมาบูชาน้ำ จ.ขอนแก่น

วันที่ : 20-22 พฤศจิกายน พ.ศ.2561

สถานที่ : บึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น

4DQpjUtzLUwmJZZPFh6jw71In0J7MFTSyjCcvq7PvkSb

ชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวงาน สีฐานเฟสติวัล บุญสมมาบูชาน้ำ จ.ขอนแก่น ณ บึงสีฐาน มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นงานประเพณีลอยกระทงที่จัดยิ่งใหญ่ทุกปี

ภายในงานพบกับ การลอยกระทงในแบบฉบับของชาวอีสาน พร้อมการแสดงพื้นบ้าน ขบวนแห่บุญสมมาบูชาน้ำ และคาร์นิวัลของเหล่านักศึกษาสุดอลังการ และการประกวดกระทงที่วิจิตรตระการตาและหาชมได้ยาก และการออกร้านจำหน่ายอาหารอีสานนานาชนิด ร้านขายกระทงที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ เป็นต้น.

อ่านเพิ่มเติม :

เปิดประวัติ “วันลอยกระทง” ประเพณีเดือน 12 ตำนานที่คุณต้องรู้

ที่มาภาพบางส่วน : ประเพณีลอยกระทงสุโขทัยtatchiangmaiTourism.Pattayakkunakhonpathom

 

ขอบคุณข่าวจาก : https://www.thairath.co.th